ทัวร์อิตาลี – สวิตเซอร์แลนด์ – ฝรั่งเศส


Tour คุณภาพ สบายกระเป๋า (HW), Tour Recommend

รายละเอียดโปรแกรมทัวร์-ทัวร์อิตาลี – สวิตเซอร์แลนด์ – ฝรั่งเศส

รหัสทัวร์ : GRAND EUROPE 10 DAYS (EK)
ระยะเวลา 10 วัน 8 คืน
สายการบิน : EMIRATES (EK)

กำหนดการเดินทาง

รอบที่ วันเดินทาง ราคา
1 8 เม.ย. 69 - 17 เม.ย. 69 169,900 บาท
2 2 พ.ค. 69 - 9 พ.ค. 69 169,900 บาท

สถานที่สำคัญ

  • 1
    ชมกรุงโรม เมืองหลวงของอิตาลี และอดีตศูนย์กลางแห่งอาณาจักรโรมัน
  • 2
    ชมรัฐอิสระนครวาติกัน + ชมมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์
  • 3
    ถ่ายรูปสนามกีฬาโคลอสเซียม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
  • 4
    ชมเมืองฟลอเรนซ์ เมืองสวยอันดับ 1 ของอิตาลี ห้ามพลาด!!!
  • 5
    ชมหอเอนปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
  • 6
    พิชิตยอดเขาจุงฟราวน์ (TOP OF EUROPE)
  • 7
    ชมเมืองลูเซิร์น และ อินเทอลาเก้น เมืองสวยของประเทศสวิตเซอร์แลนด์
  • 8
    ชมหมู่บ้าน เลาเทอบรุนเน่น หมู่บ้านแห่งน้ำตกประเทศสวิตเซอร์แลนด์
  • 9
    ชมกรุงปารีส เมืองหลวงแสนสวยของประเทศฝรั่งเศส
  • 10
    เข้าชมพระราชวังแวร์ซายน์ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
  • 11
    ถ่ายรูปด้านหน้า พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ พิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
  • 12
    ถ่ายรูปหอไอเฟล สัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส
  • 13
    ถ่ายกับประตูชัย และเดินเล่นถนนชองป์เซลิเซ่
  • 14
    นั่งรถไฟความเร็วสูง TGV เข้ากรุงปารีส
  • 15
    นำท่านล่องเรือกอนโดล่า ชมนครเวนิส
  • 16
    นำท่านล่องเรือบาโตมูส ชมกรุงปารีส

HappyLongWay
ขอนำเสนอโปรแกรมทัวร์ยุโรป
ทัวร์อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส 10 วัน
กรุงโรม – วาติกัน – หอเอนปิซ่า – ฟลอเรนซ์
เวนิส – ลูเซิร์น – อินเทอลาเก้น – ปารีส
โดยสายการบินเอมิเรสต์ (EK)

DAY1

สนามบินสุวรรณภูมิ - กรุงเทพฯ - ดูไบ -โรม

  • 06.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์ T ประตู 9-10 สายการบินเอมิเรสต์ แอร์ไลน์ (EK) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก ด้านสัมภาระและบัตรที่นั่งขึ้นเครื่อง
  • 09.30 น. ออกเดินทางสู่ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบิน EK 375

***หมายเหตุไฟล์ทบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง***

  • 13.00 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
  • 15.45 น. ออกเดินทางสู่กรุงโรม โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบิน EK 095
  • 20.05 น. เดินทางถึงท่าอากาศนานาชาติฟูมิชิโน่ กรุงโรม ประเทศอิตาลี

ROME MARRIOTT PARK HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY2

กรุงโรม - กรุงวาติกัน - เข้าชมมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ - โคลอสเซียม - น้ำพุเทรวี่ - บันไดสเปน - ปิซ่า

  • นำท่านเดินทางโดยสู่ กรุงโรม (Rome) เมืองหลวงของประเทศอิตาลีซึ่งมีอดีตอันยิ่งใหญ่ และเกรียงไกรในยุคจักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจเมื่อราวกว่า 2,000 ปีที่ผ่านมา
  • นำท่านเดินทางเข้าสู่ นครรัฐวาติกัน (VATICAN CITY) รัฐอิสระปกครองตนเองที่เล็กที่สุดในโลกมีพื้นที่ประมาณ 150 ไร่ ประชากรประมาณ 1,000 คน เป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก และเป็นที่ประทับขององค์พระสันตปาปาผู้นำของเช้าคริสต์ด้วย และยังเป็นที่ฝังพระศพของนักบุญปีเตอร์ สาวก 1 ใน12 ของพระเยซู
  • นำท่านเข้าชมภายใน มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ สถาปัตยกรรมล้ำค่าที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งได้ถูกก่อสร้างครั้งแรกในช่วงศตวรรษที่16 โดยมีสถาปนิกชื่อก้องโลก คือ ไมเคิลแองเจโล ศิลปินยุคเรเนสซองส์ ซึ่งตกแต่งอย่างโอ่อ่าหรูหรา โดยใช้เวลากว่า 150 ปี และถือว่าเป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกสามารถจุผู้คนไทยถึง 6 หมื่นคน
  • ชมรูปปั้นแกะสลัก “เพียต้า” ผลงานของศิลปินเอก ไมเคิลแองเจโล และเป็นผลงานชิ้นเดียวที่ไมเคิลแองเจิลโล ได้สลักชื่อไว้ เสาพลับพลาที่ออกแบบโดย เบอร์นินี และยอดโดมขนาดใหญ่ซึ่งปัจจุบันเป็นสิ่งล้ำค่าคู่บ้านคู่เมืองของอิตาลี

หมายเหตุ :  มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์บางวันหากมีพิธีสำคัญจะไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ให้ชมได้แค่เพียงภายนอกเท่านั้น

  • จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ สนามกีฬาโคลอสเซียม (Colosseum) (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก) เคยเป็นสนามกีฬายักษ์ที่สามารถจุคนได้กว่า 50,000 คน การออกแบบอย่างชาญฉลาดสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้เข้าชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาในปัจจุบัน  Colosseum: Rome's Great Flavian Amphitheatre - World History Encyclopedia
  • จากนั้นให้ ท่านถ่ายภายคู่กับประตูชัยคอนสแตนติน สัญลักษณ์แห่งชัยชนะและที่มาของ “ ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม ”

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

  • จากนั้นนำท่านชม น้ำพุเทรวี่ เป็นน้ำพุที่สวยงามและมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ชื่อ “เทรวี่” ออกแบบและก่อสร้างโดย นิโคลา ซาลวี่ ซึ่งองค์สมเด็จสันตะปาปา ครีเมนต์ที่ 12ได้มอบหมายให้สร้างขึ้นในปี 1732 รูปปั้นแกะสลักที่เลิศหรูอลังการที่อวดโฉมให้ผู้ไปเยือนได้ยลนั้น ได้แนวคิดจากความยิ่งใหญ่ของเทพเจ้าเนปจูน“เทพแห่งท้องทะเล” ว่ากันว่า หากใครที่ได้โยนเหรียญลงไปในน้ำ เขาหรือเธอผู้นั้นจะได้กลับมาเยือนอีกในสักวัน                                                                                                                Trevi Fountain located in Rome, Italy | Trevi Fountain is a … | Flickr

รับฟรี!! ไอศครีมเจลลาโต้ (Gelato Icecream) ท่านละ 1 ถ้วย ไอศรีมที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี ที่ว่ากันว่าอร่อยที่สุดในโลก  มีหลากหลายรสชาติให้ท่านได้ลิ้มลองมาแล้วต้องลอง!!!!

  • จากนั้นให้คณะได้ถ่ายรูปภาพคู่ บันไดสเปน เป็นบันไดในกรุงโรม ประเทศอิตาลี ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลี ชื่อ Francesco de Sanctis เชื่อมระหว่าง Piazza di Spagna และ Piazza Trinità dei Monti เป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป มีขั้นบันไดทั้งหมด 138 ขั้น ใช้สำหรับเดินเล่นหรือเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ที่ย่าน บันไดสเปน นับว่าเป็นแหล่งพักผ่อนของชาวอิตาลีและ นักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ                                                                                                                File:Spanish steps Rome Italy.jpg - Wikimedia Commons
  • อิสระให้ทุกท่านเดินเล่นหรือเลือกช้อปปิ้งสินค้าที่ระลึก
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เแคว้นทัสคานี ว่ามีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดในอิตาลี สู่ เมืองปิซ่า (Pisa) ผ่านบริเวณที่ราบระหว่างเชิงเขา Monte Pisano ในแคว้น Tuscany ระหว่างเส้นทางผ่านเมืองน้อยใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ซึ่งในอดีตเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวอีทรัสกัน (ระยะทาง 330 กม. ใช้เวลาประมาณ 4 ชม.)

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารโรงแรมที่พัก
AC HOTEL PISA หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

DAY3

ปิซ่า - หอเอนปิซ่า - ฟลอเรนซ์ (เมืองที่สวยที่สุดของอิตาลี) - ดูโอโม่ - จตุรัสซินญอเรีย - เมสเตร้

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านเปลี่ยนเป็นรถ SHUTTER BUS ไป-กลับ
  • นำท่านถ่ายรูปกับ หอเอนเมืองปิซ่า (Leaning Tower Of Pisa) (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก) เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสูง 181 ฟุต เริ่มสร้างเมื่อค.ศ.1174 แต่การก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงเมื่อก่อสร้างไปได้ประมาณ 4 -5 ชั้น เนื่องจากพื้นดินใต้อาคารเริ่มยุบลงจากการที่รากฐานของอาคารไม่มั่นคงพออย่างไรก็ตามต่อมาได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมจนเสร็จสิ้นเรียบร้อยเมื่อปีค.ศ.1350 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงบางส่วนของโครงสร้างด้านบนไปจากแผนผังเดิมเพื่อถ่วงดุลกับกรเอียงของหอโดยรวมระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 176 ปี แต่ตัวหอก็ยังเอนไปจากแนวตั้งฉากถึง14 ฟุต สำหรับหอเอนปิซานี้ภายในมีเสาหินอ่อนที่สลักลวดลายด้วยฝีมือจิตรกรชื่อดังแห่งยุคได้สลักลวดลายไว้โดยรวมระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น  176  ปี แต่ตัวหอก็ยังเอนไปจากแนวตั้งฉากถึง14 ฟุต สำหรับหอเอนปิซานี้ภายในมีเสาหินอ่อนที่สลักลวดลายด้วยฝีมือจิตรกรชื่อดังแห่งยุคได้สลักลวดลายไว้สวยงามมาก ณ ที่หอเอนปิซ่าแห่งนี้เป็นที่ที่กาลิเลโอขึ้นไปทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับแรงดึงดูดของโลกLeaning Tower of Pisa, Italy · Free Stock Photo
  • จากนั้นได้เวลาเดินทางสู่เมืองฟลอเรนซ์ (FLORENCE) (ระยะทาง 100 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.) เมืองเก่าที่มีความเจริญสูงสุดในศตวรรษที่ 13-16 เมืองที่ถือเป็นต้นกำเนิดของชาวอิตาลี เป็นเมืองที่ยังคงความสวยงามและมีการอนุรักษ์ไว้ได้อย่างดี เมืองทั้งเมืองเต็มไปด้วยศิลปะ โดยเฉพาะศิลปะยุคเรเนสซองส์เป็นยุคที่ศิลปะเฟื่องฟูที่สุด โดยที่นี้ยังเป็นเมืองเกิดของเหล่าศิลปินอัจฉริยะของโลกมากมายไม่ว่าจะเป็น ลีโอนาโด ดาวินชี่,ไมเคิลแองเจิลโล,กาลิเลโอ ,ดังเต้,และศิลปินชื่อดังอีกมากมาย จึงถือว่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญ และเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอยากมาเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิต เป็นเมืองที่ว่ากันว่ามีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดในประเทศอิตาลี                                      Florence skyline | Nice view of Florence. You can see "il ba… | Flickr

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • จากนั้นนำท่านชมเมืองเก่า เมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าหากมาอิตาลีแล้วไม่ได้มาเยือนฟลอเรนซ์ก็เหมือนว่ายังมาไม่ถึงอิตาลีอย่างแท้จริง เมืองสวยอันดับ 1 ของอิตาลี
  • นำท่าน ชมจตุรัสซินยอเรตตา จตุรัสกลางเมืองซึ่งปัจจุบันเป็นศาลาว่าการเมือง ณ จตุรัสแห่งนี้ท่านจะได้พบกับศิลปะมากมาย อาทิเช่น รูปปั้นเดวิดจำลอง ที่เหมือนของจริงทุกประการชมสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นของเมืองและไม่มีที่ไหนเหมือน มหาวิหารซานตามาเรีย เดลฟิออเร  มหาวิหารที่มียอดโดมขนาดใหญ่เป็นอีกหนึ่งสัญญาลักษณ์ของเมือง หอศีลจุ่มที่มีความสวยความงาม ชมสะพานเวคคิโอ หรือสะพานทองคำ สะพานข้ามแม่น้ำอาร์โน แห่งแรกของเมือง พิพิธภัณฑ์อุมฟิชี่ พิพิธภัณฑ์ที่เก็บศิลปะยุคเรเนสซองส์ไว้เยอะที่สุดในโลก ท่านจะพบกับรูปปั้นบุคคลสำคัญของเมืองมากมายที่ด้านนอกของพิพิธภัณฑ์  Piazza della Signoria, Firenze, Italia. | The majestic Palaz… | Flickr
  • อิสระให้ทุกท่านถ่ายรูป หรือเลือกช้อปปิ้งสินค้ามากมาย ตามอัธยาศัย
  • จากนั้นนำท่านเดินทางออกสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แคว้นเวเนโต้ เพื่อนำท่านชมมหานครลอยน้ำที่เป็นเมืองแปลกและสุดจะโรแมนติค นครเวนิส (VENICE) ซึ่งได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งอาเดรียติค เมืองที่ใช้เรือแทนรถใช้คลองแทนถนน มีเกาะเล็กใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมมากกว่า 400 แห่ง (ระยะทาง 265 กม. ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. 30 นาที)

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
NOVOTEL HOTEL MESTRE หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY4

เกาะเวนิส - จตุรัสซานมาร์โค - โบสถ์เซนต์มาร์ค - สะพานสะอื้น - แถมฟรี!! ล่องเรือกอนโดล่า - ลูกาโน่

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือทรอนเชนโต้
  • นำท่านนั่งเรือข้ามฝากสู่ เกาะซานมาร์โค นครเกาะเวนิส เมืองที่ได้รับการยอมรับว่าติดอันดับความโรมแมนติคของโลก ใช้ระยะเวลาประมาณ 30 นาที เกาะซานมาร์โค ศูนย์กลางของนครเวนิสระหว่างทางท่านจะได้ชมอนุสาวรีย์ของพระเจ้าวิคเตอร์เอมานูเอลที่ 2 บิดาของชาวอิตาเลี่ยน
  • ให้ท่านได้ถ่ายภาพคู่กับสะพานถอนหายใจหรือสะพานสะอื้น ที่เชื่อมต่อระหว่าง “Doge Palace” ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิซในอดีต อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการปกครองแคว้นในยุคสมัยนั้นอีกด้วย
  • ชม จัตุรัสเซนต์มาร์โค ที่มีโบสถ์เซนต์มาร์คเป็นฉากหลัง สร้างด้วยสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์
  • อิสระเลือกช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองของเวนิซตามอัธยาศัย อาทิ เครื่องแก้วมูราโน่ ต้นตำรับของการเป่าแก้วของชาวมูราโน่ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะมาตั้งแต่บรรพชน โดยเครื่องแก้วแต่ละชิ้นมีรูปแบบ และคุณภาพเป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก                                                                                          File:Piazza San Marco (27997718740).jpg - Wikimedia Commons

แถมพิเศษ!!  ล่องเรือกอนโดล่า ชมวิวเมืองของเวนิส ซึ่งว่ากันว่าหากมาเวนิส แล้วไม่ได้ล่องเรือกอนโดล่าก็ เหมือนว่ามาไม่ถึงเวนิสอย่างแท้จริง (ใช้เวลาประมาณ 25 – 30 นาที)

หมายแหตุ : รายการนี้อาจมีความจำเป็นที่จะต้องงดการล่องเรืออันเนื่องมาจากสภาพลม ฟ้า อากาศ ไม่เอื้ออำนวยหรือเป็นช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆบนเกาะเวนิส

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • จากนั้นได้เวลานำท่านนั่งเรือข้ามฝากกลับสู่แผ่นดินใหญ่
  • นำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สู่เมือง ลูกาโน่ (Lugano) เมืองริมทะเลสาบลูกาโน่ หนึ่งในทะเลสาบที่สวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ (ระยะทาง 290 กม. ใช้เวลาประมาณ 3.30 ชม.)

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรมที่พัก
ADMIRAL HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY5

ลูกาโน่ - ลูเซิร์น - อนุสาวรีย์สิงโต - สะพานไม้ชาเปล - อินเทอลาเก้น (พัก 2 คืน)

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางสู่เมืองลูเซิร์น (LUCERNE) (ระยะทาง 170 กิโลเมตร ใช้เวลา 2 ชม. 30 นาที) เมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์
  • จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์สิงโตหินแกะสลัก ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792
  • นำท่านเดินชมบ้านเรือนเก่าแก่สวยงามที่สร้างริมแม่น้ำรอยส์                                                                    Switzerland-03292 - Lion Monument | PLEASE, NO invitations o… | Flickr
  • นำท่านชมทะเลสาบลูเซิร์นที่ได้ชื่อว่าถูกถ่ายรูปมากที่สุด รวมทั้ง สะพานไม้คาเปล  สัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี ที่สร้างถอดข้ามแม่น้ำรอยส์ ถือเป็นสะพานไม้เก่าแก่ที่สุดในยุโรปอีกด้วยFile:Kapellbruecke.JPG - Wikimedia Commons
  • จากนั้นให้ท่านเดินเล่นชมเมืองลูเซิร์น หรือเลือกช้อปปิ้ง นาฬิกา ช้อกโกแลต ของที่ระลึก ตามอัธยาศัย

***อิสระรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย***

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง อินเทอลาเก้น (INTERLAKEN) (ระยะทาง 70 กม. ใช้เวลาประมาณ 1.15 ชม.) เมืองสวยอีกเมืองของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบสองแห่งคือ Thunersee และ Brienzersee ท่ามกลางเทือกเขาน้อยใหญ่ และเมืองนี้ยังเป็นเมืองมรดกโลกอีกด้วย อิสระให้ท่านเดินเล่นพักผ่อน ชื่นชมบรรยากาศของตัวเมืองที่มีทุ่งหญ้ากว้างกลางเมือง มีสวนดอกไม้เล็กๆ น่ารัก สร้างสีสันให้ตัวเมือง รวมทั้งมี อาคารคาสิโน คูซาลอายุกว่า 100 ปีที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งนาฬิกาสวิส  อาทิ ROLEX,PANERAI, OMEGA, IWC, PATEK PHILLIP เป็นต้นหรือเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกเช่น มีดสวิสฯ พร้อมสลักชื่อ, สินค้าพื้นเมืองของที่ระลึก, ช็อคโกแลต เป็นต้น (ร้านค้าในเมืองอินเทอลาเก้น ช่วงเดือน มี.ค. – ต.ค. ร้านค้าส่วนใหญ่เปิด ถึง 4 ทุ่ม)

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง บริการท่านด้วยเมนูพิเศษ  ฟองดูชีส / สเต็ก / ช้อคโกแลตฟองดู
THE HEY HOTEL MAINBUILDING หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY6

อินเทอลาเก้น - นั่งกระเช้าลอยฟ้า Eiger Express - ยอดเขาจุงฟราวน์ - นั่งรถไฟฟันเฟือง - หมู่บ้านเลาเทอบรุนเน่น - อินเทอลาเก้น

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก 

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองกรินเดลวาลด์
  • นำท่านนั่งกระเช้าลอยฟ้าไอเกอร์เอ็กซเพรส (Eiger Express) (เปิดใหม่เดือนธันวาคม 2021) พร้อมกับอาคารสถานีใหม่ กรินเดลวาลด์ กรุนด์ (Grindelwald Grund Terminal) และอาคารใหม่ของ สถานีไอเกอร์เกลตเชอร์ (Eigergletcher) ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟยุงเฟราที่จะนำผู้โดยสารสู่ยอดเขายุงเฟรายอค จากสถานีกรินเดลวาลด์ กรุนด์ สู่สถานีไอเกอร์เกลตเชอร์เพียง 15 นาที ให้ท่านชื่นชมบรรยากาศสวยงามของขุนเขา แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสายภูเขาที่สถานีไคลน์ไชเด็กรถไฟที่จะนำท่านเดินทางลอดอุโมงค์ที่ชาวสวิสฯได้ขุดเจาะไว้ที่ความสูงถึง 3,464 เมตร นำคณะเปลี่ยนเป็นรถไฟขึ้นสู่สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป TOP OF EUROPE บนยอดเขาจุงเฟรา ซึ่งมีความสูง 4,158 เมตร จุดสูงสุดคือลานน้ำแข็งขนาดใหญ่เรียกว่า Sphinx นักท่องเที่ยวหลายๆคนบอกว่าที่นี่สวยงามดุจดินแดนแห่งสวรรค์ เพราะยอดเขาแห่งนี้ปกคลุมด้วยหิมะขาวตลอดทั้งปี                                              Jungfraujoch | This is the so-called "Top of The World" in S… | Flickr
  • อิสระให้ท่านถ่ายภาพความประทับใจตามอัธยาศัย
  • จากนั้นนำท่าน ชม ถํ้านํ้าแข็ง 1,000ปี ICE PALACE ที่สร้างโดยการเจาะธารน้ำแข็งเข้าไปถึง 30 เมตร พร้อมชมน้ำแข็งแกะสลักรูปร่างต่าง จากนั้นชมวิวทิวทัศน์และสัมผัสหิมะที่ลานพลาโต Plateau และไม่ควรพลาดการส่งโปสการ์ดจากที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในโลกพร้อมซื้อของที่ระลึกต่างๆตามอัธยาศัยJungfraujoch Ice Palace: Explore Stunning Ice Sculptures

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารบนยอดเขาจุงฟราวน์

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง เลาเทอบรุนเน่น (LAUTERBRUNNEN)
  • นำท่านเดินเล่นแวะถ่ายรูปกับหมู่บ้าน เล็กๆในหุบเขาที่แยกเป็นสองแพร่ง เงียบสงบที่ไม่วุ่นวาย โดยมีฉากหลังของหมู่บ้านคือน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดชื่อว่า ชเตาบ์บาค (Staubbach) น้ำตกที่มีความสูง 300 เมตร และเป็นหนึ่งในน้ำตกที่ตกลงมาแบบม้วนเดียวจบที่สูงที่สุดในยุโรป                                        File:1 lauterbrunnen valley 2012b.jpg - Wikimedia Commons
  • อิสระให้ท่านเดินชมตามอัธยาศัย
  • นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองอินเทอร์ลาเก้น (ระยะทาง 20 กิโลเมตร ใช้เวลา 30 นาที) อิสระทุกท่านตามอัธยาศัย

***อิสระรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย***
THE HEY HOTEL MAINBUILDING หรือระดับเทียบเท่า

DAY7

อินเทอลาเก้น - ดิจอง (ฝรั่งเศส) นั่งรถไฟ TGV ความเร็วสูง 300กม./ ชม. - กรุงปารีส (พัก 2 คืน)

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก 

  • จากนั้นนำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่เมือง ดีจอง (Dijon) อดีตหลวงแห่งแคว้นเบอร์กันดีชมอาคารบ้านเรือนสมัยเรเนสซองส์ประเทศฝรั่งเศส (ระยะทาง 300 กิโลเมตร ใช้เวลา 4 ชม.)

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

  • 14.28 น. ออกเดินทาง สู่กรุงปารีส ด้วยรถไฟ TGV 300 กม./ชม. ใช้เวลา 1.36 ชม.
  • 16.04 น. เดินทางถึง กรุงปารีส (Paris) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนแม่น้ำแซนน์บริเวณตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสบนใจกลางแคว้น อีล-เดอ-ฟรองซ์ จากการตั้งถิ่นฐานมากว่า 2000 ปี เมืองปารีสมหานครซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองหลวงด้านแฟชั่น

***หมายเหตุ : รอบเวลา / สถานี การนั่งรถไฟ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยน***

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
NOVOTEL HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว (พัก 2 คืน )

DAY8

ปารีส - พระราชวังแวร์ซายส์ - ล่องเรือบาตามูช - ประตูชัย - ถนนชองป์เซลิเซ่

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางไปยัง แวร์ซายส์ อดีตเมืองหลวงและศูนย์กลางการเมืองการปกครองในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14
  • นำท่านเข้าชม พระราชวังแวร์ซายส์ (มีไกด์บรรยาย ไม่ต้องเดินชมเอง) (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก) พระราชวังที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใหญ่ที่สุดในปฐพี ชมความอลังการของพระราชวังซึ่งได้รับการตกแต่งไว้อย่างหรูหราวิจิตรบรรจง ชมความงดงามของห้องต่างๆ อาทิเช่น ห้องอพอลโล, ห้องนโปเลียน ห้องบรรทมของราชินี, ห้องโถงกระจกท้องพระโรง, ห้องสงครามและสันติภาพ รวมถึงเรื่องราวและความเป็นมาของอดีตอันยิ่งใหญ่ของพระราชวังแห่งนี้                                                                        File:Château de Versailles (19387602929).jpg - Wikimedia Commons

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

  • นำท่านเดินทางกลับสู่กรุงปารีส
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือบาตามูซ เพื่อล่องเรือแม่น้ำแซนน์ ชมวิวทิวทัศน์กันบนดาดฟ้าเรือ ชื่นชมความงามของทัศนียภาพของนครปารีส ได้ชื่อว่าเป็นนครที่มีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ชมสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองสองฝั่งของแม่น้ำแซนน์ โบราณสถาน และอาคารที่เก่าแก่สร้างด้วยศิลปะแบบเรอเนสซองส์ ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และทำให้ให้ปารีสโดดเด่นเป็นมหานครที่งดงามแห่งหนึ่งของโลกงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก                                                                                                File:Bateau-Mouche-Galere.jpg - Wikimedia Commons

(ในกรณีที่น้ำในแม่น้ำแซนขึ้นสูงกว่าปกติหรือมีเหตุการณ์สุดวิสัย เช่น การนัดหยุดงาน เป็นต้น รายการล่องแม่น้ำแซนอาจจะไม่สามารถดำเนินการได้)

  • นำท่านถ่ายรูปกับ ประตูชัย สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของนโปเลียนพร้อมชมสองฟากฝั่งถนนชองป์เซลิเซ่ ต้นแบบถนนราชดำเนินของไทย ซึ่งเต็มไปด้วยคาเฟ่และร้านค้าขายขอดีราคาแพงจากดีไซเนอร์ชื่อก้องโลก

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารอาหารพื้นเมือง
NOVOTEL HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY9

ปารีส - หอไอเฟล - ถ่ายรูปด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ - ช้อปปิ้งร้านปลอดภาษี - ห้างลาฟาแยต - สนามบิน ชาร์ลเดอโกลด์

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านถ่ายรูปหอไอเฟลมุมสวน Champ de Mars เป็นมุมยอดนิยมอันดับหนึ่งในการถ่ายภาพหอไอเฟล เนื่องจากหอไอเฟลนั้นตั้งอยู่บนพื้นที่ส่วนหนึ่งของสวนสาธารณะชองส์เดอมาร์ส และด้วยขนาดอันกว้างใหญ่ของสวน บวกกับสนามหญ้าสีเขียวขจี และต้นไม้หลากหลายชนิดในบริเวณรอบๆ ทำให้ทุกคนสามารถเดินหามุมถ่ายภาพสวยๆ ของหอไอเฟลได้อย่างไม่ยาก หอไอเฟล ถือว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ออกแบบโดย ท่าน กุสตาฟ ไอเฟล มีความสูงทั้งสิ้น 324 เมตร และยังได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของปารีส                                                                                          File:Paris 75007 Champ-de-Mars lawn 20170526 Eiffel Tower (2).jpg - Wikimedia Commons
  • จากนั้นนำท่านถ่ายรูปด้านหน้า พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (MUSEE DU LOUVRE) พิพิธภัณฑ์ทางศิลปะที่มีชื่อเสียงที่สุด และเก่าแก่ที่สุด (เปิดตั้งแต่ปีค.ศ. 1793) และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เดิมทีตัวอาคารเป็นพระราชวังหลวง ต่อมาในปีค.ศ. 1672 พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้ย้ายราชสำนักไปยังพระราชวังแวร์ซายส์ กระทั่งปี ค.ศ. 1793 ภายหลังการปฏิวัติฝรั่งเศส ลูฟวร์จึงได้รับการบูรณะให้เป็นพิพิธภัณฑ์ และได้รับการยกย่องว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยมวลหมู่อาคารหลายหลัง สำหรับตัวพิพิธภัณฑ์แล้วประกอบด้วยอาคาร 3 หลังด้วยกัน แต่ละอาคารจะแบ่งประเภทงานศิลปะไว้อย่างชัดเจน โดยพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ แห่งนี้ได้จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะอันทรงคุณค่าระดับโลกไว้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะสำคัญมีถึง 6,000 ชิ้น โดยด้านในจะมีาพเขียนโมนาลิซา ผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชี ที่วาดโดยลีโอนาร์โด ดาวินชี                                                                        Le musée du Louvre | Le Palais du Louvre et la pyramide de l… | Flickr

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย

  • นำท่านเดินทางสู่ ร้านปลอดภาษี (DUTY FREE) เพื่อให้ท่านได้สนุกสนานเลือกซื้อสินค้าต่างๆ มากมาย อาทิเช่นเครื่องสำอาง, น้ำหอม, เครื่องประดับ, กระเป๋าหนัง และเครื่องหนังอื่นๆ รวมทั้งเสื้อผ้า Brand Name จากยุโรป ในราคาสุดพิเศษ จากนั้นอิสระให้ท่านช็อปปิ้งสินค้าที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศสภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง แกลอลารี่ ลาฟาแยตต์ ของฝรั่งเศส ที่ปัจจุบันมาสาขากว่า 61 แห่ง มีผู้คนมาใช้จ่ายวันละ 1,000,000 คน /วัน ซึ่งมีสินค้าแบรนด์เนมทุกยี่ห้อต่างมากมาย เช่น CHANEL, PRADA, LUIS VuITTON, GUCCI, LONG CHAMP,  ARMANI, BOTEGA, แว่นตารองเท้า,ของเล่นเด็ก,นาฬิกา,กระเป๋า,เครื่องสำอาง น้ำหอม ท่านที่ไม่มีความประสงค์ช้อปปิ้งสามารถเดินชมความงามของบ้านเมืองและโรงละครโอเปร่า ที่เก่าแก่สวยงาม เพราะย่านช้อปปิ้งอยู่กลางเมืองมีอาคารบ้านเรือนสวยงามมาก

***อิสระรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย***

  • ได้เวลาอันสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินชาร์ลเดอร์โกล
  • 21.35 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ  โดยสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ (EK) เที่ยวบินที่ EK76

*** หมายเหตุ ไฟล์ทบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง***

DAY10

สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพ

  • 07.20 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
  • 09.40 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบิน EK 372
  • 19.05 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ


แชร์ให้เพื่อน