ทัวร์โครเอเชีย GRAND CROATIA 9 DAYS


Tour by HappyLongway

รายละเอียดโปรแกรมทัวร์-ทัวร์โครเอเชีย GRAND CROATIA 9 DAYS

รหัสทัวร์ : GRAND CROATIA 9 DAYS (TK)
ระยะเวลา 9 วัน 6 คืน
สายการบิน : Turkish Airlines (TK)

กำหนดการเดินทาง

รอบที่ วันเดินทาง ราคา
1 13 มิ.ย. 69 - 21 มิ.ย. 69 189,900 บาท
2 19 ก.ย. 69 - 27 ก.ย. 69 189,900 บาท
3 17 ต.ค. 69 - 25 ต.ค. 69 189,900 บาท

สถานที่สำคัญ

  • 1
    อุทยานแห่งชาติ PLITVICE LAKES NATIONAL PARK หนึ่งในอุทยานที่สวยที่สุดในโลก
  • 2
    ชมเมือง DUBROVNIK เมืองเก่าที่สวยที่สุดในประเทศโครเอเชีย
  • 3
    ชมเกาะ HVAR เกาะสุดสวย ได้รับฉายาว่า "ราชินีแห่งเกาะดัลเมเชียน"
  • 4
    ชมเมือง TROGIR เมืองเก่าสมัยโรมันทีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • 5
    ชมเมือง SPLIT เมืองท่าเก่าแก่สมัยโรมันสุดสวย
  • 6
    ชมกรุง ZAGREB เมืองหลวงของประเทศโครเอเชีย
  • 7
    ชมเมือง ZADAR หนึ่งในเมืองตากอากาศสุดสวย
  • 8
    ชมเมือง ROVINJ เมืองสวยริมทะเล
  • 9
    ชมเมือง OPATIJA อีกหนึ่งเมืองตากอากาศชื่อดัง
  • 10
    ชมเมือง MOTOVUN เมืองอันซีนตั้งอยู่บนหุบเขา
  • 11
    ชมโคลอสเซี่ยม PULA ARENA หนึ่งในโคลอสเซี่ยมที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก
  • 12
    ชมเมือง STARI GRAD เมืองเก่าแก่สุดสวย
  • 13
    ชมฟาร์มหอยนางรมเมือง MALI STON

HappyLongWay
ขอนำเสนอโปรแกรมทัวร์ยุโรป
ทัวร์โครเอเชีย
Grand Croatia 9 วัน 6 คืน
โดยสารการบิน Turkish Airlines (OS)

DAY1

สนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ) - อิสตัลบูล

  • 19.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 9 เคาน์เตอร์ U สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ (Turkish Airlines) พบเจ้าหน้าที่บริษัทอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
  • 22.45 น. ออกเดินทางสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบิน TK 53 (ใช้เวลาบินประมาณ 10 ชั่วโมง)

***หมายเหตุ ไฟล์ทบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง***

DAY2

อิสตัลบูล - ซาเกรบ - ชมเมือง - โอพาเทีย - ริเยก้า

  • 04.45 น. เดินทางถึงสนามบินอิสตัลบูล (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
  • 07.30 น. เดินทางสู่สนามบินซาเกรบ โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบิน TK 1053
  • 08.40 น. เดินทางถึง สนามบินซาเกรบ ประเทศโครเอเชีย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยแล้ว
  • จากนั้นนำท่านชมเมืองซาเกรบ (ZAGREB) เป็นเมืองหลวงของประเทศโครเอเชีย (Croatia) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี โดยเมืองซาเกรบได้เฉลิมฉลองครบรอบ 900 ปี ในปี ค.ศ.1994 ที่ผ่านมาเป็นเมืองหลวงที่อุดมไปด้วยวัฒนธรรมและสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์มากมาย และเป็นหัวใจของการปกครอง เศรษฐกิจและวัฒนธรรมของประเทศ
  • นำท่านผ่านชม มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น (St. Stephen’s Cathedral) (หมายเหตุ มหาวิหารปิดปรับปรุงเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหว ตั้งแต่ เดือนมีนาคม 2020) สถาปัตยกรรมที่มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี และปัจจุบันได้บูรณะปฏิสังขรณ์ในสไตล์นีโอ-โกธิค (Neo-Gothic) งดงามด้วยหอคอยแฝดปลายแหลมสีทองอร่าม ภายในประดิษฐานรูปนักบุญองค์สำคัญต่างๆ เช่น นักบุญเซนต์ปีเตอร์, เซนต์ปอลล์ ฯลฯ
  • นำท่านชมเมืองตอนล่าง (Lower Town) จัตุรัสกลางเมืองที่ล้อมรอบด้วยห้างร้านนำสมัย แหล่งชุมชนและศูนย์กลางเมืองของชาวซาเกรบ อันเป็นจุดที่รถรางสายสีฟ้าทั้งรุ่นใหม่และเก่ามาประจบกันที่นี่
  • ชมอนุสาวรีย์ Ban Josip Jelačić ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งต่อสู้เพื่อความอิสระจากชาวฮังการีเมื่อปี ค.ศ. 1848 ต่อด้วยนำท่านสู่ย่าน Flower Square อันเป็นที่ตั้งของโบสถ์ออโธดอกซ์ ที่มีเพียงไม่กี่แห่งในกรุงซาเกรบ
  • จากนั้นนำท่านชมเมืองตอนบน (Upper Town) ชมวิวทิวทัศน์จากจุดชมวิวของเมืองตอนบนที่สร้างขึ้นสมัยศตวรรษที่ 17 ที่มีซุ้มเป็นประตูหิน
  • ผ่านชมโบสถ์ เซนต์ มาร์ก (St. Mark’s Church) ที่มีหลังคาสวย แปลกตาไม่เหมือนที่ไหนใดในโลก ชมประตูเมืองโบราณ เป็นที่ตั้งของ รูปไอคอนพระแม่มารี ที่รอดพ้นจากเหตุไฟไหม้ในสมัย ศตวรรษที่ 19 โดยในเหตุการณ์ตอนนั้นทุกอย่างถูกเผาไหม้ มีเพียงรูปไอคอนที่ยังคงเหลือ จนทำให้ผู้คนต่างหลั่งไหลมาขอพรกันมากมาย อิสระให้ท่านเดินชมเมือง หรือ ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย                                          Church of St. Mark and Coat of arms of Zagreb on southern … | Flickr

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองโอพาเทีย (Opatija) (ระยะทาง 160 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไข่มุกแห่งทะเลอาเดรียติก” เต็มไปด้วยรีสอร์ทที่ทันสมัยในศตวรรษที่ 19 มีจุดเด่นอยู่ที่วิลล่า Habsburg-era Lungomare
  • นำท่านเดินเล่นชมเมืองผ่านทางเดินทอดน่องตามแนวชายฝั่งมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองและเกาะใกล้เคียงเช่นกัน
  • จากนั้นแวะถ่ายรูปกับรูปปั้นนางแห่งนกนางนวล (Maiden with the Seagull) ซึ่งเป็นรูปปั้นที่แกะโดย ZVONKO CAR เป็นรูปสตรีงดงามที่มีนกนางนวลเกาะอยู่ที่มือ ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งเมือง มีเวลาอิสระตามอัธยาศัยให้ท่านได้เดินชมเมืองโอพาเทียตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร        File:Opatija Statue.jpg - Wikimedia Commons
  • นำท่านเดินทางสู่เมืองริเยก้า (Rijeka) เมืองริมทะเลที่สวยงาม เป็นเมืองริมชายฝั่งทะเลเอเดรียติกเหนือ จัดเป็นเมืองใหญ่อันดับสามของโครเอเชีย โดยเสน่ห์ของเมืองนี้คือความหลากหลายของผู้คนและความเปิดกว้างของวัฒนธรรม โดยได้รับตำแหน่งเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมยุโรป ประจำปี 2020

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
HILTON HOTEL ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

DAY3

ริเยก้า - โมโตวุน - พูล่า - ริเยก้า

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองโมโตวุน (Motovun) (ระยะทาง 60 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.) เป็นเมืองยุคกลางบนเนินเขาที่สวยงามในอิสเทรีย โครเอเชีย มีลักษณะเด่นคือหมู่บ้านบนเนินเขาที่สวยงามในสไตล์อิตาลีคล้ายกับทัสคานี พร้อมด้วยไร่องุ่นและป่าไม้ที่เหมาะสำหรับการล่าเห็ดทรัฟเฟิล ที่มีชื่อเสียงด้านกำแพงเมืองโบราณ, หอระฆังโรมาเนสก์ -โกธิกที่มียอดแหลมจากศตวรรษที่ 13
  • นำท่านชม กำแพงเมืองโมโตวุน (Motovun City Walls) เป็นป้อมปราการยุคกลางที่อนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในอิสเตรีย โดยปรับปรุงเป็นทางเดินชมวิวพาโนรามาที่สวยงาม 360 องศาเหนือหุบเขาแม่น้ำ Mirna และไร่องุ่น จากนั้นอิสระท่านเดินเล่น ณ ย่านเมืองเก่าตามอัธยาศัย                File:RRI-0036-1962 view to Motovun.jpg - Wikimedia Commons
  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองโรวินจ์ (Rovinj) (ระยะทาง 40 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 45 นาที) เมืองสวยชายทะเลที่ตั้งอยู่บนแหลมอีสเตรีย ด้วยความที่ดินแดนแห่งนี้ถูกปกครองโดยเวเนเชี่ยน และอยู่ภายใต้การปกครองของอิตาลีมาก่อน ทำให้สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมของเมืองนี้มีความคล้ายคลึงกับอิตาลีเป็นอย่างมาก
  • นำท่านเดินชม เมืองโรวินจ์ (Rovinj) เป็นเมืองที่สวยงาม ชมอาคาร บ้านเรือนและตรอกซอกซอยขนาดเล็ก ที่พื้นปูด้วยหินก้อนเล็กก้อนน้อยโรวินจน์เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยร้านจำหน่ายของที่ระลึก,ร้านกาแฟ และร้านอาหารต่าง ๆ มากมาย เดินชม โบสถ์ Euphemia ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา โบสถ์สไตล์บาร็อคที่มียอดโบสถ์สูงถึง 61 เมตร และถือได้ว่าเป็นยอดโบสถ์ ทีสูงที่สุดของแคว้น ท่านชมเขตเมืองเก่า ที่เต็มไปด้วยความงดงามของตึกรามบ้านช่องที่เรียงเป็นแนวยาวในตรอกเล็กๆ ริมชายฝั่งทะเลอาเดรียติกFile:Sea view. Rovinj, Croatia.jpg - Wikimedia Commons

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางสู่เมืองพูล่า (Pula) (ระยะทาง 35 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) ระหว่างทางผ่านชมท้องทะเลสีครามสวยงามที่สุด โดยตรงข้ามจะมีเกาะใหญ่ 2 เกาะคือ เกาะ KRK ซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศโครเอเชีย และ เกาะ CRES
  • จากนั้นนำท่านชมสิ่งก่อสร้างในสมัยโรมันที่ยิ่งใหญ่ ที่ยังคงเหลือเป็นอนุสรณ์และสำคัญที่สุดคือ สนาม พูล่า อารีน่า (PULA Arena) หรือAMPHITHEATER สนามกีฬากลางแจ้ง ที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับโคลอสเซียม ที่กรุงโรม นับเป็นอารีน่าที่ใหญ่เป็นอันดับหกที่สร้างขึ้นในยุคโรมันเรืองอำนาจ จึงถูกสร้างขึ้นตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมโรมันอย่างเดียวกับโคลอสเซียมของกรุงโรม สามารถจุผู้คนได้ถึง 22,000 คนPula Arena | A view from outside the Pula Arena, an amphithe… | Flickr
  • อิสระท่านเดินเล่นตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร
  • นำท่านเดินทางกลับสู่เมือง ริเยก้า (Rijeka) (ระยะทาง 100 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 30 นาทีเมืองริมทะเลที่สวยงาม เป็นเมืองริมชายฝั่งทะเลเอเดรียติกเหนือ จัดเป็นเมืองใหญ่อันดับสามของโครเอเชีย โดยเสน่ห์ของเมืองนี้คือความหลากหลายของผู้คนและความเปิดกว้างของวัฒนธรรม โดยได้รับตำแหน่งเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมยุโรป ประจำปี 2020

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
HILTON HOTEL ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

DAY4

ริเยก้า - อุทยานแห่งชาติพลิทวิเซ่ - ซาดาร์

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านชม ปราสาท Trsat (Trsat Castle) ป้อมปราการยุคกลางอันเก่าแก่ ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง 138 เมตรเหนือเมืองริเยกา (Rijeka) มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยอิลลีเรียนและโรมัน โดดเด่นด้วยทิวทัศน์พาโนรามาที่สวยงามของอ่าวควาร์เนอร์ (Kvarner Bay) ปราสาทนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 โดยเป็นส่วนหนึ่งของป้อมปราการที่ปกป้องการเดินทางทางทะเลและแผ่นดินจากการโจมตีในสมัยนั้น โครงสร้างเดิมของปราสาทได้รับการปรับปรุงหลายครั้งในระหว่างหลายศตวรรษ โดยเฉพาะในยุคกลางและยุคสมัยใหม่ โครเอเชีย ภายในปราสาทมีโบสถ์แห่งหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเชื่อว่าได้เก็บรักษาผ้าผู้พระศาสนา (Holy Cross) จากกรุงเยรูซาเลมในอดีต นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ภายในมีร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก นิทรรศการศิลปะ และการแสดงกลางแจ้งในช่วงฤดูร้อน                                                                                              File:Rijeka, Croatia - panoramio (9).jpg - Wikimedia Commons
  • จากนั้นนำท่านเดินเล่น ณ ถนนคอร์โซ เป็นทางเดินเล่นที่ยาวและกว้างขวาง เต็มไปด้วยร้านค้าและคาเฟ่หรูหรา โดยอาคารต่างๆ ตลอดแนว โดยส่วนใหญ่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 ด้วยสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิกที่งดงามตระการตา นำท่านผ่านชมหอคอยเมืองสไตล์บาโรก ซึ่งอาจเป็นอาคารที่เป็นสัญลักษณ์ที่สุดของเมืองนี้ ด้านหน้าของหอคอยประดับด้วยภาพนูนต่ำหินรูปตราประจำเมืองริเยกา ซึ่งเป็นตรานกอินทรีสองหัว ที่จักรพรรดิเลโอโปลด์ที่ 1 แห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์กพระราชทานให้แก่เมืองนี้ โดยนกอินทรีตัวนั้นกำลังคาบโถที่เต็มไปด้วยน้ำไว้ในกรงเล็บ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความจงรักภักดีอย่างไม่เปลี่ยนแปลงของเมืองที่มีต่อจักรพรรดิแห่งออสเตรีย
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (National Park Plitvice Jezera) (ระยะทาง 150 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.) อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ เป็นอุทยานแห่งชาติ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO เมื่อปี ค.ศ. 1979 อุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 296 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยผิวน้ำทะเลสาบสีเขียวมรกตและสีฟ้ารวมกันถึง 16 ทะเลสาบ

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านชม อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ ท่านจะได้ชมความงามของทะเลสาบและน้ำตกที่ไหลรวยรินลงสู่ทะเลสาบทั่วทุกหนทุกแห่ง ชมฝูงปลาแหวกว่ายในสระน้ำใสราวกระจกสะท้อนสีครามของท้องฟ้า แวดล้อมด้วยหุบเขา ต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่น                                                                                   Plitvice Waterfalls | waterfalls at Plitvicka Jezera Nationa… | Flickr
  • นำท่านสู่ท่าเรือล่องเรือข้าม KOZJAK LAKE ที่เชื่อมระหว่างทะเลสาบล่างขึ้นสู่ชั้นบนของอุทยาน (LOWER & UPPER LAKE) จากนั้นเพลิดเพลินกับธรรมชาติอันงดงามและอลังการของ LOWER LAKE ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และงดงามท่ามกลางหุบเขาหินปูนที่ตั้งตระหง่าน อีกทั้งยังเชื่อมต่อด้วยน้ำตกต่างๆมากมาย
  • นำท่านเดินชมตามทางเดินสะพานไม้ที่เชื่อมแต่ละทะเลสาบเข้าด้วยกันทั้ง 16 แห่ง และนอกจากนั้นบริเวณรายล้อมยังเต็มไปด้วยถ้ำน้อยใหญ่กว่า 20 ถ้ำ ชม Big Waterfalls เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งนี้                                                                                                                                                File:Kozjak Lake, 8.JPG - Wikimedia Commons
  • จากนั้นนำท่านสู่เมือง ซาดาร์ (ZADAR) (ระยะทาง 150 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง) แคว้นดัลเมเชีย (Dalmatia) แคว้นทางตอนใต้ที่มีลักษณะภูมิอากาศและภูมิประเทศแบบเมดิเตอร์เรเนียนขนานแท้ หากใครเคยได้ยินชื่อหรือรู้จักสุนัขพันธุ์ “ดัลเมเชี่ยน” (Dalmatian) ดินแดนดัลมาเชียแห่งนี้คือต้นกำเนิดของสุนัขพันธุ์นี้นี่เอง

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
FALKENSTEINER HOTEL AND SPA HOTEL ระดับ 4 – 5 ดาวหรือเทียบเท่า

DAY5

ซาดาร์ - โทรเกียร์ - สปริท

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านชมเมืองซาร์ดาร์ โดยเริ่มจากจัตุรัสกลางเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง และร้านค้าเล็กๆอยู่ไม่กี่แห่ง ถัดมาไปชมบรรยากาศของเมืองเก่า
  • ชม โรมันฟอรัม (Roman Forum) ลานประชุมกลางเมือง ที่ปัจจุบันหลงเหลือเพียงแค่ซากปรักหักพัง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งตะวันออกของทะเลเอเดรียติก (Adriatic Sea)  เป็นที่ตั้งของ โบสถ์ เซนต์ โดแนท (St. Donatus Church) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเดียวกันกับโรมันฟอรัม ซึ่งเป็นโบสถ์ไบเซนไทน์ที่ใหญ่ที่สุดในดัลเมเทีย ซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 9 โดยตัวอาคารนั้นสร้างแบบหลังคาทรงกลม ใช้งานสำหรับพิธีกรรมทางศาสนา ปัจจุบันได้กลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองซาดาร์ไปแล้วด้วย ถัดไปใกล้ๆกันจะเป็นโบสถ์ เซนต์ แมรี่ (St. Mary’s Church) ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับการเก็บงานศิลปะ วัตถุโบราณที่มีความสำคัญทางศาสนา                        File:Roman forum zadar croatia.jpg - Wikimedia Commons
  • นำท่านชมมหาวิหารเซนต์ อนาตาเซีย (St.Anastasia Cathedral) คริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในดัลเมเทีย ซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 4 ถึง 5 เป็นประจำเมืองซาดาร์ แม้ว่ามหาวิหารจะผ่านการถูกทำลายในสงครามมาแล้วก็ตาม                                                                    Cathedral of St Anastasia - Zadar - Arrivalguides.com
  • จากนั้นนำท่านชม ซีออร์แกน (Sea Organ) ในปัจจุบันเป็นสถานที่นัดพบของหนุ่มสาว ชาวซาดาร์สามารถฟังเสียงของออร์แกนทะเลตัวนี้โดยใช้แรงลมจากทะเลเป็นตัว ขับเคลื่อนให้เกิดเป็นเสียงดั่งออร์แกน สร้างสรรค์ผลงานสุดน่าทึ่งชิ้นนี้โดย Nikola Bašić สถาปนิกท้องถิ่น ที่ได้รับมอบหมายโจทย์จากเทศบาลเมือง ให้สร้างผลงานสถาปัตยกรรมเพื่อให้เป็นสีสันและจุดจดจำแห่งใหม่ของเมือง แทนที่โบราณสถานอันทรงคุณค่ามากมาย ที่ถูกทำลายลงในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองจนเหลือเพียงซาก นอกจากนี้ยังมี “Greeting to the Sun” สร้างขึ้นโดยสถาปนิก Nikola Basic ซึ่งเขาได้ใช้แผงโซลาเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์มาสร้างสรรค์เป็นสถาปัตยกรรมงานศิลปะที่น่าทึ่ง โดยใช้แผ่นกระจกหลายชั้นวางเรียงกันครอบคลุมเซลล์แสงอาทิตย์ ในพื้นที่วงกลม ในตอนกลางวันเซลล์เหล่านี้ก็จะดูดกลืนพลังงานแสงอาทิตย์จนอิ่ม และจะออกมาดี๊ด๊าในตอนกลางคืน                                                File:Aerial view of The Greeting to the Sun and the Sea Organ in Zadar, Croatia (48607771252).jpg - Wikimedia Commons
  • นำท่านเดินทางสู่เมือง โทรเกียร์ (TROGIR) (ระยะทาง 130 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที) เมืองสวยที่เป็นมรดกโลก ระหว่างทางผ่านชมเมืองที่มีสภาพเป็นเกาะอยู่โดดเดี่ยวสวยงามมีชื่อเสียงของโครเอเชีย คือ เมืองพรีโมสเตน ซึ่งเป็นเมืองเล็กที่สวยงามและเป็นเกาะเล็กๆ ในสมัยก่อนมีคนยกย่อง ให้ชาวเมืองนี้เป็นชาวเมืองที่มีความอดทนมาก ต่อการใช้ชีวิตเนื่องจากภูมิประเทศเป็นภูเขาหินแต่ยังอุตสาหะปลูกพืชและทำการเกษตรกรรม                                                                      File:Trogir (20611290808).jpg - Wikimedia Commons

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านชมเขตเมืองเก่าโทรเกียร์ที่มีสถาปัตยกรรมในสไตล์ กรีก – โรมันโบราณ อาทิเช่น ประตูเมืองเก่าที่ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่เมื่อศตวรรษที่ 16 , หอนาฬิกาที่สร้างขึ้นในสมัยที่ 14
  • ผ่านชมมหาวิหารเซ็นต์ลอว์เรนซ์ (St. Lawrence’s Cathedral) ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ใช้เวลาก่อสร้างนับสิบปี ที่มีความงดงามด้วยกรอบและบานประตูหินแกะสลัก มีรูปปั้นสิงโต อดัม & อีฟและรูปสลักนักบุญเซนต์ลอว์เรนซ์องค์สำคัญ ที่ผู้สร้างมหาวิหารแห่งนี้อุทิศให้ ซึ่งปัจจุบันด้วยเอกลักษณ์และความเก่าแก่ของเมืองโทรเกียร์ทำให้ยังได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การ (UNESCO) ใน ปี 1997 มีเวลาให้ท่านเดินเล่นในเมืองเก่า เลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นที่ระลึกมากมายในเขตเมืองเก่าโทรเกียร์แห่งนี้
  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองสปลิท (Split) (ระยะทาง 30 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 45 นาที) เมืองสปลิทเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ เป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของโครเอเชีย สามารถนั่งเรือข้ามฟากระหว่างประเทศไปที่ประเทศอิตาลีได้ ณ เมืองแห่งนี้
  • นำท่านชมพระราชวังดิโอคลีเชี่ยน (Diocletian’s Palace) ที่สร้างขึ้นจากพระประสงค์ของจักรพรรดิ์ดิโอคลีเชี่ยน ที่ต้องการสร้างพระราชวังสำหรับบั้นปลายชีวิตของพระองค์ ซึ่งใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 10 ปี ในยุคสมัยของจักรพรรดิ ดิโอคลีเชี่ยน เป็นช่วงยุคสมัยเริ่มต้นของจักรวรรดิโรมันตะวันออก หรือจักรวรรดิไบเซนไทน์นั่นเอง พระราชวังดิโอเคลเชี่ยนได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1979 (UNESCO)Diokletians palass – Store norske leksikon
  • ชมห้องโถงกลางซึ่งมีทางเดินที่เชื่อมต่อสู่ห้องอื่นๆ ชมลานกว้างซึ่งล้อมไว้ด้วยเสาหินแกรนิต 3 ด้าน และเชื่อมต่อด้วยโค้งเสาที่ตกแต่งด้วยช่อดอกไม้สลักอย่างวิจิตรสวยงาม อิสระให้ท่านเดินช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
RADISSON BLU RESORT & SPA, SPLIT ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

DAY6

สปลิท - เกาะฮวาร์ - สตารี กราด - ปราสาททวร์ดาลจ์ - สปลิท

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านเดินทางโดย Ferry สู่ เกาะฮวาร์ (Hvar) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของโครเอเชียในทะเลเอเดรียติก เป็นเกาะที่มีแสงแดดจัดที่สุด ได้รับฉายาว่า “ราชินีแห่งเกาะดัลเมเชียน” ขึ้นชื่อเรื่องเมืองโบราณที่มีสถาปัตยกรรมเรอเนสซองส์ ทุ่งลาเวนเดอร์ ไร่องุ่น โดยเกาะนี้มีชื่อเสียงในฐานะเกาะที่มีท่าเรือสำคัญมาตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ และถูกใช้เป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลในหลายศตวรรษต่อมา เมืองนี้โดดเด่นด้วยโบสถ์และวิหารในสไตล์เรอเนสซองส์ ป้อมปราการเก่า และบ้านเรือนที่สร้างด้วยหินสีอ่อนซึ่งสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของเมืองชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียน สภาพภูมิอากาศที่มีแสงแดดจัดเกือบทั้งปี ทำให้ฮวาร์กลายเป็นแหล่งพักผ่อนที่ผู้คนจากทั่วโลกนิยมเดินทางมาท่องเที่ยว
  • นำท่านเดินทางสู่ป้อมปราการสปันโยลา (Spanola Fortress) ป้อมปราการบนยอดเขา เป็นป้อมปราการประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 เพื่อป้องกันเมืองจากชาวเติร์ก ให้ทัศนียภาพมุมสูงที่งดงามที่สุดของเมือง ท่านสามารถมองเห็นวิวเมืองเก่า ท่าเรือ และหมู่เกาะปาเคลนี (Pakleni) ได้อย่างสวยงาม
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ย่านเมืองเก่า นําชมมหาวิหารเซนต์สตีเฟน (St. Stephen’s Cathedral) มหาวิหารแห่งแรกบนเกาะฮวาร์สร้างขึ้น ในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 บนที่ตั้งของโบสถ์หลังเก่าจากศตวรรษที่ 9 สร้างขึ้นโดยพ่อค้าในท้องถิ่น ตกแต่ง ภายใน แท่นบูชา และภาพวาดโดยศิลปินจากเวนิส ภายในหอระฆังมีภาพสลักหินรูปเรือโรมันจาก ศตวรรษที่ 2 อาคารและจัตุรัสรอบๆ เคยเป็นพื้นที่ที่สําคัญที่สุดบนเกาะอิสระท่านเดินเล่นตามอัธยาศัย                                                                        St. Stephen's Cathedral, Vienna | Lezlie | Flickr

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สตารี กราด (Stari Grad) เป็นเมืองท่าเก่าแก่ที่เงียบสงบ เป็นจุดหมายปลายทางยุคกลางที่น่าหลงใหลซึ่งล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองและประตูที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีมีชื่อเสียงเรื่องเสน่ห์ดั้งเดิม ตรอกหิน อาคารสีพาสเทล และแหล่งมรดกโลก UNESCO ที่ราบสตารีกราด (Stari Grad Plain)                                                                                                                            Stari Grad (Old Town), Hvar Island | Jocelyn Erskine-Kellie | Flickr
  • นำท่านชม ปราสาททวร์ดาลจ์ (Tvrdalj Castle) พระราชวังสมัยเรเนซองส์ในศตวรรษที่ 16 ที่สร้างโดยกวีเปตาร์ เฮกโตโรวิช (Petar Hektorović) เป็นสถานที่เงียบสงบ มีสระน้ำกลาง สวนที่มีกำแพงล้อมรอบ และจารึกบทกวีที่แกะสลักไว้บนกำแพงหิน การมาเยือนที่นี่ทำให้เราได้สัมผัสถึงประวัติศาสตร์ของเมืองอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น และได้เห็นภาพชีวิตบนเกาะเมื่อหลายศตวรรษก่อน
  • อิสระท่านเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร
  • นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ เพื่อนำท่านนั่งเรือ Ferry กลับสู่เมืองสปริท

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
RADISSON BLU RESORT & SPA, SPLIT ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

DAY7

สปลิท - มาลีสตอน - ชมฟาร์มหอยนางรม - ดูบรอฟนิค (โครเอเชีย) - ขึ้นเคเบิ้ลคาร์ชมวิว

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ มาลีสตอน (Mali Ston) (ระยะทาง 180 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. 30 นาที) เมืองเล็กริมทะเลทางตอนใต้ของประเทศโครเอเชีย บนคาบสมุทรเปเลียซัค (Pelješac) ขึ้นชื่อว่าเป็น “สวรรค์ของหอยนางรม” ที่ดีที่สุดในโลก โดยเฉพาะสายพันธุ์ท้องถิ่น Ostrea edulis ที่นิยมรับประทานสดคู่กับไวน์ขาว นอกจากการชิมหอยนางรมและล่องเรือชมฟาร์มแล้ว ยังมีกำแพงเมืองโบราณยุคศตวรรษที่ 15 ที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก
  • นำท่านขึ้นชม กำแพงเมืองสตอน (Ston Walls) กำแพงเมืองเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 15 ที่เชื่อมระหว่างเมืองมาลีสตอน (เมืองเล็ก) และเมืองสตอน (เมืองใหญ่) ซึ่งถือเป็นกำแพงหินที่ยาวที่สุดในยุโรปและอันดับ 2 ของโลก รองจากกำแพงเมืองจีน
  • นำท่านล่องเรือชมฟาร์มหอยนางรมและชิมหอยนางรมสด ๆ จากทะเลอาเดรียติก

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองดูบรอฟนิค (Dubrovnik) (ระยะทาง 57 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.) ดูบรอฟนิคหรือไข่มุกแห่งทะเลอาเดรียติก เมืองทางตอนใต้ของสาธารณรัฐโครเอเชีย เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโครเอเชีย และเป็นเมืองที่สวยงามติดอันดับต้นๆของโลก ซึ่งในอดีตเมื่อปี 1991 เมืองดูบรอฟนิค ได้ถูกโจมตีจากกองทหารยูโกสลาฟ บ้านเรือนกว่าครึ่ง อนุสาวรีย์ต่างๆ เสียหาย และทรุดโทรม และหลังจากนั้นในปี 1995 ได้มีการได้มีการลงนามในสนธิสัญญา ERDUT สงบศึก และเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ UNESCO และสหภาพยุโรป ได้ร่วมกันบูรณะ ซ่อมแซม เมืองส่วนที่เสียหายขึ้นใหม่ในระยะเวลาอันสั้น ปัจจุบันเมืองดูบรอฟนิค ก็กลับมาสวยงามอีกครั้ง และปัจจุบันเขตเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์และยกย่องให้เป็นมรดกโลก (Unesco)                                      Old Town of Dubrovnik i Croatia · Free Stock Photo
  • จากนั้นนำท่านขึ้นเคเบิ้ลคาร์ สู่จุดชมวิวบนยอดเขาความสูง 405 เมตร เพื่อชมทัศนียภาพของเมืองแบบพาโนรามา กล่าวกันว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมือง อิสระให้ท่านถ่ายรูปตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง พิเศษ กุ้ง LOBSTER ย่าง
DUBROVNIK PALACE HOTEL ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า

DAY8

ดูบรอฟนิค - ชมเมือง - สนามบิน

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านชมกำแพงเมืองโบราณ ขึ้นชมความสวยงามของแนวหลังคาสีส้มตระหง่านไปทั้งเมืองเก่า กำแพงแห่งนี้มีความยาวรวมกันประมาณ 2 กิโลเมตร ท่านจะได้เพลิดเพลินชมความสวยงาม โดยว่ากันว่าใครมาเมืองดูบรอฟนิคแล้วไม่ได้ขึ้นมาชมกำแพงเมืองโบราณแห่งนี้ ถือว่ามาไม่ถึงดูบรอฟนิคAll About Walls Of Dubrovnik - Guide - WalkInDubrovnik
  • นำท่านเยี่ยมชม เมืองเก่าดูบรอฟนิค (Dubrovnik) ถ่ายรูปที่ระลึกบริเวณจัตุรัสกลางเมืองซึ่งเป็นสถานที่นัดพบและประกอบกิจกรรมของชาวเมืองในอดีต รวมถึงสถานที่ลงโทษผู้กระทำผิดด้วย
  • อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปที่ระลึกกับ เสาหินอัศวิน (Orlando Column) หอนาฬิกา (Bell Tower) ที่ตั้งอยู่ปลายสุดของถนนสายหลัก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1444 หน้าปัดทำด้วยเหล็ก มีความพิเศษตรงลูกกลมๆ ใต้หน้าปัดซึ่งแทนพระจันทร์บอกข้างขึ้นข้างแรมในสมัยก่อน และรูปปั้นของ นักบุญ St. Blaise ซึ่งมีโบสถ์ประจำเมืองสไตล์โรมาเนสก์แห่งแรกของเมืองเป็นฉากหลังเพิ่มเสน่ห์มนต์ขลังสวยสดงดงาม
  • จากนั้นนำท่านเข้าชม พระราชวังเร็กเตอร์ส (Rector’s Palace) หนึ่งในสถานที่ถ่ายทำ Game of Thrones นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ซึ่งเหมาะกับคนรักศิลปะและงานสถาปัตยกรรมเป็นอย่างมาก เนื่องจากพระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1435 ตัวสถาปัตยกรรมจึงมีการผสมผสานกันระหว่างศิลปะแบบโกธิคตอนปลาย (Late Gothic) และเรเนซองส์ตอนต้น (Early Renaissance) ทำให้องค์ประกอบของที่นี่ดูวิจิตรงดงาม โดยพระราชวังแห่งนี้ก็ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มามากมาย ทั้งโดนระเบิด ไฟไหม้ และเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปี ค.ศ. 1667 แต่ก็ยังสามารถเก็บรักษาตัวพระราชวังให้ยังคงความสมบูรณ์ระดับหนึ่งเอาไว้อยู่ ปัจจุบันจึงกลายเป็น พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมประจำเมืองดูบรอฟนิก ที่มีงานศิลปะแขนงต่างๆ จัดแสดงกว่า 15,000 ชิ้น รวมถึงภาพวาดสุดวิจิตรตระการตาจากฝีมือศิลปินเชื้อสายดัลเมเชียนและเวเนเชียนอีกด้วย                                                                          Rector's palace (Dubrovnik, Hrvatska 2018) | Paul Arps | Flickr

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • ชม นํ้าพุโอโนฟริโอ (Onofrio’s Large Fountain) นํ้าพุขนาดใหญ่ที่มีหน้ากากหินแกะสลัก 16 อันซึ่งนํ้าไหล ออกมาจากนํ้าพุนํ้าพุแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดยโอโนฟริโอ เดลลา คาวา (Onofrio della Cava) จาก เมืองเนเปิลส์สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นแหล่งนํ้าประปาสาธารณะ                                            File:Big Onofrios Fountain (4059901219).jpg - Wikimedia Commons
  • ชมโบสถ์และอารามฟรานซิสกัน (Franciscan Church and Monastery) เป็นกลุ่มอาคารขนาดใหญ่ ประกอบด้วยโบสถ์ศาสนสถาน ห้องสมุด และร้านขายยา ห้องสมุดของอารามฟรานซิสกันเป็นแหล่ง รวบรวมหนังสือกว่า 21,000 เล่มเพื่อให้ผู้คนเข้าไปศึกษาค้นคว้า และมีร้านขายยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ.1317
  • จากนั้นอิสระท่าน ณ ถนนสตราดัน (Stradun) ถนนสายหลักในเขตเมืองเก่าของดูบรอฟนิก ปูด้วยหินปูนทอดยาวประมาณ 300 เมตร สองข้างทางมีร้านค้า ร้านกาแฟ และร้านอาหารมากมาย                  Croatia-01649 | PLEASE,invitations or self promotion in your… | Flickr
  • 16.30 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติ ดูบรอฟนิค
  • 20.45 น. ออกเดินทางสู่สนามบินอิสตัลบูล โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบิน TK 440
  • 23.40 น. เดินทางถึง สนามบินอิสตัลบูล (แวะเปลี่ยนเครื่อง)

***หมายเหตุ ไฟล์ทบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง***

DAY9

สนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ)

  • 01.55 น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบิน TK 68
  • 15.25 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ…


แชร์ให้เพื่อน