ทัวร์โครเอเชีย GRAND CROATIA 9 DAYS
รายละเอียดโปรแกรมทัวร์-ทัวร์โครเอเชีย GRAND CROATIA 9 DAYS
กำหนดการเดินทาง
| รอบที่ | วันเดินทาง | ราคา |
|---|---|---|
| 1 | 13 มิ.ย. 69 - 21 มิ.ย. 69 | 189,900 บาท |
| 2 | 19 ก.ย. 69 - 27 ก.ย. 69 | 189,900 บาท |
| 3 | 17 ต.ค. 69 - 25 ต.ค. 69 | 189,900 บาท |
สถานที่สำคัญ
- 1อุทยานแห่งชาติ PLITVICE LAKES NATIONAL PARK หนึ่งในอุทยานที่สวยที่สุดในโลก
- 2ชมเมือง DUBROVNIK เมืองเก่าที่สวยที่สุดในประเทศโครเอเชีย
- 3ชมเกาะ HVAR เกาะสุดสวย ได้รับฉายาว่า "ราชินีแห่งเกาะดัลเมเชียน"
- 4ชมเมือง TROGIR เมืองเก่าสมัยโรมันทีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
- 5ชมเมือง SPLIT เมืองท่าเก่าแก่สมัยโรมันสุดสวย
- 6ชมกรุง ZAGREB เมืองหลวงของประเทศโครเอเชีย
- 7ชมเมือง ZADAR หนึ่งในเมืองตากอากาศสุดสวย
- 8ชมเมือง ROVINJ เมืองสวยริมทะเล
- 9ชมเมือง OPATIJA อีกหนึ่งเมืองตากอากาศชื่อดัง
- 10ชมเมือง MOTOVUN เมืองอันซีนตั้งอยู่บนหุบเขา
- 11ชมโคลอสเซี่ยม PULA ARENA หนึ่งในโคลอสเซี่ยมที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก
- 12ชมเมือง STARI GRAD เมืองเก่าแก่สุดสวย
- 13ชมฟาร์มหอยนางรมเมือง MALI STON
HappyLongWay
ขอนำเสนอโปรแกรมทัวร์ยุโรป
ทัวร์โครเอเชีย
Grand Croatia 9 วัน 6 คืน
โดยสารการบิน Turkish Airlines (OS)
สนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ) - อิสตัลบูล
- 19.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 9 เคาน์เตอร์ U สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ (Turkish Airlines) พบเจ้าหน้าที่บริษัทอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
- 22.45 น. ออกเดินทางสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบิน TK 53 (ใช้เวลาบินประมาณ 10 ชั่วโมง)
***หมายเหตุ ไฟล์ทบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง***
อิสตัลบูล - ซาเกรบ - ชมเมือง - โอพาเทีย - ริเยก้า
- 04.45 น. เดินทางถึงสนามบินอิสตัลบูล (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
- 07.30 น. เดินทางสู่สนามบินซาเกรบ โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบิน TK 1053
- 08.40 น. เดินทางถึง สนามบินซาเกรบ ประเทศโครเอเชีย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยแล้ว
- จากนั้นนำท่านชมเมืองซาเกรบ (ZAGREB) เป็นเมืองหลวงของประเทศโครเอเชีย (Croatia) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี โดยเมืองซาเกรบได้เฉลิมฉลองครบรอบ 900 ปี ในปี ค.ศ.1994 ที่ผ่านมาเป็นเมืองหลวงที่อุดมไปด้วยวัฒนธรรมและสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์มากมาย และเป็นหัวใจของการปกครอง เศรษฐกิจและวัฒนธรรมของประเทศ
- นำท่านผ่านชม มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น (St. Stephen’s Cathedral) (หมายเหตุ มหาวิหารปิดปรับปรุงเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหว ตั้งแต่ เดือนมีนาคม 2020) สถาปัตยกรรมที่มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี และปัจจุบันได้บูรณะปฏิสังขรณ์ในสไตล์นีโอ-โกธิค (Neo-Gothic) งดงามด้วยหอคอยแฝดปลายแหลมสีทองอร่าม ภายในประดิษฐานรูปนักบุญองค์สำคัญต่างๆ เช่น นักบุญเซนต์ปีเตอร์, เซนต์ปอลล์ ฯลฯ
- นำท่านชมเมืองตอนล่าง (Lower Town) จัตุรัสกลางเมืองที่ล้อมรอบด้วยห้างร้านนำสมัย แหล่งชุมชนและศูนย์กลางเมืองของชาวซาเกรบ อันเป็นจุดที่รถรางสายสีฟ้าทั้งรุ่นใหม่และเก่ามาประจบกันที่นี่
- ชมอนุสาวรีย์ Ban Josip Jelačić ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งต่อสู้เพื่อความอิสระจากชาวฮังการีเมื่อปี ค.ศ. 1848 ต่อด้วยนำท่านสู่ย่าน Flower Square อันเป็นที่ตั้งของโบสถ์ออโธดอกซ์ ที่มีเพียงไม่กี่แห่งในกรุงซาเกรบ
- จากนั้นนำท่านชมเมืองตอนบน (Upper Town) ชมวิวทิวทัศน์จากจุดชมวิวของเมืองตอนบนที่สร้างขึ้นสมัยศตวรรษที่ 17 ที่มีซุ้มเป็นประตูหิน
- ผ่านชมโบสถ์ เซนต์ มาร์ก (St. Mark’s Church) ที่มีหลังคาสวย แปลกตาไม่เหมือนที่ไหนใดในโลก ชมประตูเมืองโบราณ เป็นที่ตั้งของ รูปไอคอนพระแม่มารี ที่รอดพ้นจากเหตุไฟไหม้ในสมัย ศตวรรษที่ 19 โดยในเหตุการณ์ตอนนั้นทุกอย่างถูกเผาไหม้ มีเพียงรูปไอคอนที่ยังคงเหลือ จนทำให้ผู้คนต่างหลั่งไหลมาขอพรกันมากมาย อิสระให้ท่านเดินชมเมือง หรือ ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- นำท่านเดินทางสู่ เมืองโอพาเทีย (Opatija) (ระยะทาง 160 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ไข่มุกแห่งทะเลอาเดรียติก” เต็มไปด้วยรีสอร์ทที่ทันสมัยในศตวรรษที่ 19 มีจุดเด่นอยู่ที่วิลล่า Habsburg-era Lungomare
- นำท่านเดินเล่นชมเมืองผ่านทางเดินทอดน่องตามแนวชายฝั่งมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองและเกาะใกล้เคียงเช่นกัน
- จากนั้นแวะถ่ายรูปกับรูปปั้นนางแห่งนกนางนวล (Maiden with the Seagull) ซึ่งเป็นรูปปั้นที่แกะโดย ZVONKO CAR เป็นรูปสตรีงดงามที่มีนกนางนวลเกาะอยู่ที่มือ ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งเมือง มีเวลาอิสระตามอัธยาศัยให้ท่านได้เดินชมเมืองโอพาเทียตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร

- นำท่านเดินทางสู่เมืองริเยก้า (Rijeka) เมืองริมทะเลที่สวยงาม เป็นเมืองริมชายฝั่งทะเลเอเดรียติกเหนือ จัดเป็นเมืองใหญ่อันดับสามของโครเอเชีย โดยเสน่ห์ของเมืองนี้คือความหลากหลายของผู้คนและความเปิดกว้างของวัฒนธรรม โดยได้รับตำแหน่งเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมยุโรป ประจำปี 2020
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
HILTON HOTEL ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า
ริเยก้า - โมโตวุน - พูล่า - ริเยก้า
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- นำท่านเดินทางสู่ เมืองโมโตวุน (Motovun) (ระยะทาง 60 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.) เป็นเมืองยุคกลางบนเนินเขาที่สวยงามในอิสเทรีย โครเอเชีย มีลักษณะเด่นคือหมู่บ้านบนเนินเขาที่สวยงามในสไตล์อิตาลีคล้ายกับทัสคานี พร้อมด้วยไร่องุ่นและป่าไม้ที่เหมาะสำหรับการล่าเห็ดทรัฟเฟิล ที่มีชื่อเสียงด้านกำแพงเมืองโบราณ, หอระฆังโรมาเนสก์ -โกธิกที่มียอดแหลมจากศตวรรษที่ 13
- นำท่านชม กำแพงเมืองโมโตวุน (Motovun City Walls) เป็นป้อมปราการยุคกลางที่อนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในอิสเตรีย โดยปรับปรุงเป็นทางเดินชมวิวพาโนรามาที่สวยงาม 360 องศาเหนือหุบเขาแม่น้ำ Mirna และไร่องุ่น จากนั้นอิสระท่านเดินเล่น ณ ย่านเมืองเก่าตามอัธยาศัย

- นำท่านเดินทางสู่ เมืองโรวินจ์ (Rovinj) (ระยะทาง 40 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 45 นาที) เมืองสวยชายทะเลที่ตั้งอยู่บนแหลมอีสเตรีย ด้วยความที่ดินแดนแห่งนี้ถูกปกครองโดยเวเนเชี่ยน และอยู่ภายใต้การปกครองของอิตาลีมาก่อน ทำให้สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมของเมืองนี้มีความคล้ายคลึงกับอิตาลีเป็นอย่างมาก
- นำท่านเดินชม เมืองโรวินจ์ (Rovinj) เป็นเมืองที่สวยงาม ชมอาคาร บ้านเรือนและตรอกซอกซอยขนาดเล็ก ที่พื้นปูด้วยหินก้อนเล็กก้อนน้อยโรวินจน์เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยร้านจำหน่ายของที่ระลึก,ร้านกาแฟ และร้านอาหารต่าง ๆ มากมาย เดินชม โบสถ์ Euphemia ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา โบสถ์สไตล์บาร็อคที่มียอดโบสถ์สูงถึง 61 เมตร และถือได้ว่าเป็นยอดโบสถ์ ทีสูงที่สุดของแคว้น ท่านชมเขตเมืองเก่า ที่เต็มไปด้วยความงดงามของตึกรามบ้านช่องที่เรียงเป็นแนวยาวในตรอกเล็กๆ ริมชายฝั่งทะเลอาเดรียติก

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- นำท่านเดินทางสู่เมืองพูล่า (Pula) (ระยะทาง 35 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) ระหว่างทางผ่านชมท้องทะเลสีครามสวยงามที่สุด โดยตรงข้ามจะมีเกาะใหญ่ 2 เกาะคือ เกาะ KRK ซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศโครเอเชีย และ เกาะ CRES
- จากนั้นนำท่านชมสิ่งก่อสร้างในสมัยโรมันที่ยิ่งใหญ่ ที่ยังคงเหลือเป็นอนุสรณ์และสำคัญที่สุดคือ สนาม พูล่า อารีน่า (PULA Arena) หรือAMPHITHEATER สนามกีฬากลางแจ้ง ที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับโคลอสเซียม ที่กรุงโรม นับเป็นอารีน่าที่ใหญ่เป็นอันดับหกที่สร้างขึ้นในยุคโรมันเรืองอำนาจ จึงถูกสร้างขึ้นตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมโรมันอย่างเดียวกับโคลอสเซียมของกรุงโรม สามารถจุผู้คนได้ถึง 22,000 คน

- อิสระท่านเดินเล่นตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร
- นำท่านเดินทางกลับสู่เมือง ริเยก้า (Rijeka) (ระยะทาง 100 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 30 นาทีเมืองริมทะเลที่สวยงาม เป็นเมืองริมชายฝั่งทะเลเอเดรียติกเหนือ จัดเป็นเมืองใหญ่อันดับสามของโครเอเชีย โดยเสน่ห์ของเมืองนี้คือความหลากหลายของผู้คนและความเปิดกว้างของวัฒนธรรม โดยได้รับตำแหน่งเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมยุโรป ประจำปี 2020
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
HILTON HOTEL ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า
ริเยก้า - อุทยานแห่งชาติพลิทวิเซ่ - ซาดาร์
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- นำท่านชม ปราสาท Trsat (Trsat Castle) ป้อมปราการยุคกลางอันเก่าแก่ ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง 138 เมตรเหนือเมืองริเยกา (Rijeka) มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยอิลลีเรียนและโรมัน โดดเด่นด้วยทิวทัศน์พาโนรามาที่สวยงามของอ่าวควาร์เนอร์ (Kvarner Bay) ปราสาทนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 โดยเป็นส่วนหนึ่งของป้อมปราการที่ปกป้องการเดินทางทางทะเลและแผ่นดินจากการโจมตีในสมัยนั้น โครงสร้างเดิมของปราสาทได้รับการปรับปรุงหลายครั้งในระหว่างหลายศตวรรษ โดยเฉพาะในยุคกลางและยุคสมัยใหม่ โครเอเชีย ภายในปราสาทมีโบสถ์แห่งหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเชื่อว่าได้เก็บรักษาผ้าผู้พระศาสนา (Holy Cross) จากกรุงเยรูซาเลมในอดีต นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ภายในมีร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก นิทรรศการศิลปะ และการแสดงกลางแจ้งในช่วงฤดูร้อน

- จากนั้นนำท่านเดินเล่น ณ ถนนคอร์โซ เป็นทางเดินเล่นที่ยาวและกว้างขวาง เต็มไปด้วยร้านค้าและคาเฟ่หรูหรา โดยอาคารต่างๆ ตลอดแนว โดยส่วนใหญ่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 ด้วยสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิกที่งดงามตระการตา นำท่านผ่านชมหอคอยเมืองสไตล์บาโรก ซึ่งอาจเป็นอาคารที่เป็นสัญลักษณ์ที่สุดของเมืองนี้ ด้านหน้าของหอคอยประดับด้วยภาพนูนต่ำหินรูปตราประจำเมืองริเยกา ซึ่งเป็นตรานกอินทรีสองหัว ที่จักรพรรดิเลโอโปลด์ที่ 1 แห่งราชวงศ์ฮับส์บูร์กพระราชทานให้แก่เมืองนี้ โดยนกอินทรีตัวนั้นกำลังคาบโถที่เต็มไปด้วยน้ำไว้ในกรงเล็บ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความจงรักภักดีอย่างไม่เปลี่ยนแปลงของเมืองที่มีต่อจักรพรรดิแห่งออสเตรีย
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (National Park Plitvice Jezera) (ระยะทาง 150 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.) อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ เป็นอุทยานแห่งชาติ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO เมื่อปี ค.ศ. 1979 อุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 296 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยผิวน้ำทะเลสาบสีเขียวมรกตและสีฟ้ารวมกันถึง 16 ทะเลสาบ
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- นำท่านชม อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ ท่านจะได้ชมความงามของทะเลสาบและน้ำตกที่ไหลรวยรินลงสู่ทะเลสาบทั่วทุกหนทุกแห่ง ชมฝูงปลาแหวกว่ายในสระน้ำใสราวกระจกสะท้อนสีครามของท้องฟ้า แวดล้อมด้วยหุบเขา ต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่น

- นำท่านสู่ท่าเรือล่องเรือข้าม KOZJAK LAKE ที่เชื่อมระหว่างทะเลสาบล่างขึ้นสู่ชั้นบนของอุทยาน (LOWER & UPPER LAKE) จากนั้นเพลิดเพลินกับธรรมชาติอันงดงามและอลังการของ LOWER LAKE ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และงดงามท่ามกลางหุบเขาหินปูนที่ตั้งตระหง่าน อีกทั้งยังเชื่อมต่อด้วยน้ำตกต่างๆมากมาย
- นำท่านเดินชมตามทางเดินสะพานไม้ที่เชื่อมแต่ละทะเลสาบเข้าด้วยกันทั้ง 16 แห่ง และนอกจากนั้นบริเวณรายล้อมยังเต็มไปด้วยถ้ำน้อยใหญ่กว่า 20 ถ้ำ ชม Big Waterfalls เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งนี้
- จากนั้นนำท่านสู่เมือง ซาดาร์ (ZADAR) (ระยะทาง 150 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง) แคว้นดัลเมเชีย (Dalmatia) แคว้นทางตอนใต้ที่มีลักษณะภูมิอากาศและภูมิประเทศแบบเมดิเตอร์เรเนียนขนานแท้ หากใครเคยได้ยินชื่อหรือรู้จักสุนัขพันธุ์ “ดัลเมเชี่ยน” (Dalmatian) ดินแดนดัลมาเชียแห่งนี้คือต้นกำเนิดของสุนัขพันธุ์นี้นี่เอง
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
FALKENSTEINER HOTEL AND SPA HOTEL ระดับ 4 – 5 ดาวหรือเทียบเท่า
ซาดาร์ - โทรเกียร์ - สปริท
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- นำท่านชมเมืองซาร์ดาร์ โดยเริ่มจากจัตุรัสกลางเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง และร้านค้าเล็กๆอยู่ไม่กี่แห่ง ถัดมาไปชมบรรยากาศของเมืองเก่า
- ชม โรมันฟอรัม (Roman Forum) ลานประชุมกลางเมือง ที่ปัจจุบันหลงเหลือเพียงแค่ซากปรักหักพัง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งตะวันออกของทะเลเอเดรียติก (Adriatic Sea) เป็นที่ตั้งของ โบสถ์ เซนต์ โดแนท (St. Donatus Church) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเดียวกันกับโรมันฟอรัม ซึ่งเป็นโบสถ์ไบเซนไทน์ที่ใหญ่ที่สุดในดัลเมเทีย ซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 9 โดยตัวอาคารนั้นสร้างแบบหลังคาทรงกลม ใช้งานสำหรับพิธีกรรมทางศาสนา ปัจจุบันได้กลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองซาดาร์ไปแล้วด้วย ถัดไปใกล้ๆกันจะเป็นโบสถ์ เซนต์ แมรี่ (St. Mary’s Church) ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับการเก็บงานศิลปะ วัตถุโบราณที่มีความสำคัญทางศาสนา

- นำท่านชมมหาวิหารเซนต์ อนาตาเซีย (St.Anastasia Cathedral) คริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในดัลเมเทีย ซึ่งถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 4 ถึง 5 เป็นประจำเมืองซาดาร์ แม้ว่ามหาวิหารจะผ่านการถูกทำลายในสงครามมาแล้วก็ตาม

- จากนั้นนำท่านชม ซีออร์แกน (Sea Organ) ในปัจจุบันเป็นสถานที่นัดพบของหนุ่มสาว ชาวซาดาร์สามารถฟังเสียงของออร์แกนทะเลตัวนี้โดยใช้แรงลมจากทะเลเป็นตัว ขับเคลื่อนให้เกิดเป็นเสียงดั่งออร์แกน สร้างสรรค์ผลงานสุดน่าทึ่งชิ้นนี้โดย Nikola Bašić สถาปนิกท้องถิ่น ที่ได้รับมอบหมายโจทย์จากเทศบาลเมือง ให้สร้างผลงานสถาปัตยกรรมเพื่อให้เป็นสีสันและจุดจดจำแห่งใหม่ของเมือง แทนที่โบราณสถานอันทรงคุณค่ามากมาย ที่ถูกทำลายลงในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองจนเหลือเพียงซาก นอกจากนี้ยังมี “Greeting to the Sun” สร้างขึ้นโดยสถาปนิก Nikola Basic ซึ่งเขาได้ใช้แผงโซลาเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์มาสร้างสรรค์เป็นสถาปัตยกรรมงานศิลปะที่น่าทึ่ง โดยใช้แผ่นกระจกหลายชั้นวางเรียงกันครอบคลุมเซลล์แสงอาทิตย์ ในพื้นที่วงกลม ในตอนกลางวันเซลล์เหล่านี้ก็จะดูดกลืนพลังงานแสงอาทิตย์จนอิ่ม และจะออกมาดี๊ด๊าในตอนกลางคืน

- นำท่านเดินทางสู่เมือง โทรเกียร์ (TROGIR) (ระยะทาง 130 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที) เมืองสวยที่เป็นมรดกโลก ระหว่างทางผ่านชมเมืองที่มีสภาพเป็นเกาะอยู่โดดเดี่ยวสวยงามมีชื่อเสียงของโครเอเชีย คือ เมืองพรีโมสเตน ซึ่งเป็นเมืองเล็กที่สวยงามและเป็นเกาะเล็กๆ ในสมัยก่อนมีคนยกย่อง ให้ชาวเมืองนี้เป็นชาวเมืองที่มีความอดทนมาก ต่อการใช้ชีวิตเนื่องจากภูมิประเทศเป็นภูเขาหินแต่ยังอุตสาหะปลูกพืชและทำการเกษตรกรรม

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- นำท่านชมเขตเมืองเก่าโทรเกียร์ที่มีสถาปัตยกรรมในสไตล์ กรีก – โรมันโบราณ อาทิเช่น ประตูเมืองเก่าที่ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่เมื่อศตวรรษที่ 16 , หอนาฬิกาที่สร้างขึ้นในสมัยที่ 14
- ผ่านชมมหาวิหารเซ็นต์ลอว์เรนซ์ (St. Lawrence’s Cathedral) ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ใช้เวลาก่อสร้างนับสิบปี ที่มีความงดงามด้วยกรอบและบานประตูหินแกะสลัก มีรูปปั้นสิงโต อดัม & อีฟและรูปสลักนักบุญเซนต์ลอว์เรนซ์องค์สำคัญ ที่ผู้สร้างมหาวิหารแห่งนี้อุทิศให้ ซึ่งปัจจุบันด้วยเอกลักษณ์และความเก่าแก่ของเมืองโทรเกียร์ทำให้ยังได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การ (UNESCO) ใน ปี 1997 มีเวลาให้ท่านเดินเล่นในเมืองเก่า เลือกซื้อสินค้าท้องถิ่นที่ระลึกมากมายในเขตเมืองเก่าโทรเกียร์แห่งนี้
- นำท่านเดินทางสู่ เมืองสปลิท (Split) (ระยะทาง 30 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 45 นาที) เมืองสปลิทเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ เป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของโครเอเชีย สามารถนั่งเรือข้ามฟากระหว่างประเทศไปที่ประเทศอิตาลีได้ ณ เมืองแห่งนี้
- นำท่านชมพระราชวังดิโอคลีเชี่ยน (Diocletian’s Palace) ที่สร้างขึ้นจากพระประสงค์ของจักรพรรดิ์ดิโอคลีเชี่ยน ที่ต้องการสร้างพระราชวังสำหรับบั้นปลายชีวิตของพระองค์ ซึ่งใช้เวลาในการก่อสร้างถึง 10 ปี ในยุคสมัยของจักรพรรดิ ดิโอคลีเชี่ยน เป็นช่วงยุคสมัยเริ่มต้นของจักรวรรดิโรมันตะวันออก หรือจักรวรรดิไบเซนไทน์นั่นเอง พระราชวังดิโอเคลเชี่ยนได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1979 (UNESCO)

- ชมห้องโถงกลางซึ่งมีทางเดินที่เชื่อมต่อสู่ห้องอื่นๆ ชมลานกว้างซึ่งล้อมไว้ด้วยเสาหินแกรนิต 3 ด้าน และเชื่อมต่อด้วยโค้งเสาที่ตกแต่งด้วยช่อดอกไม้สลักอย่างวิจิตรสวยงาม อิสระให้ท่านเดินช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
RADISSON BLU RESORT & SPA, SPLIT ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า
สปลิท - เกาะฮวาร์ - สตารี กราด - ปราสาททวร์ดาลจ์ - สปลิท
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- นำท่านเดินทางโดย Ferry สู่ เกาะฮวาร์ (Hvar) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของโครเอเชียในทะเลเอเดรียติก เป็นเกาะที่มีแสงแดดจัดที่สุด ได้รับฉายาว่า “ราชินีแห่งเกาะดัลเมเชียน” ขึ้นชื่อเรื่องเมืองโบราณที่มีสถาปัตยกรรมเรอเนสซองส์ ทุ่งลาเวนเดอร์ ไร่องุ่น โดยเกาะนี้มีชื่อเสียงในฐานะเกาะที่มีท่าเรือสำคัญมาตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ และถูกใช้เป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลในหลายศตวรรษต่อมา เมืองนี้โดดเด่นด้วยโบสถ์และวิหารในสไตล์เรอเนสซองส์ ป้อมปราการเก่า และบ้านเรือนที่สร้างด้วยหินสีอ่อนซึ่งสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของเมืองชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียน สภาพภูมิอากาศที่มีแสงแดดจัดเกือบทั้งปี ทำให้ฮวาร์กลายเป็นแหล่งพักผ่อนที่ผู้คนจากทั่วโลกนิยมเดินทางมาท่องเที่ยว
- นำท่านเดินทางสู่ป้อมปราการสปันโยลา (Spanola Fortress) ป้อมปราการบนยอดเขา เป็นป้อมปราการประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 เพื่อป้องกันเมืองจากชาวเติร์ก ให้ทัศนียภาพมุมสูงที่งดงามที่สุดของเมือง ท่านสามารถมองเห็นวิวเมืองเก่า ท่าเรือ และหมู่เกาะปาเคลนี (Pakleni) ได้อย่างสวยงาม
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ย่านเมืองเก่า นําชมมหาวิหารเซนต์สตีเฟน (St. Stephen’s Cathedral) มหาวิหารแห่งแรกบนเกาะฮวาร์สร้างขึ้น ในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 บนที่ตั้งของโบสถ์หลังเก่าจากศตวรรษที่ 9 สร้างขึ้นโดยพ่อค้าในท้องถิ่น ตกแต่ง ภายใน แท่นบูชา และภาพวาดโดยศิลปินจากเวนิส ภายในหอระฆังมีภาพสลักหินรูปเรือโรมันจาก ศตวรรษที่ 2 อาคารและจัตุรัสรอบๆ เคยเป็นพื้นที่ที่สําคัญที่สุดบนเกาะอิสระท่านเดินเล่นตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สตารี กราด (Stari Grad) เป็นเมืองท่าเก่าแก่ที่เงียบสงบ เป็นจุดหมายปลายทางยุคกลางที่น่าหลงใหลซึ่งล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองและประตูที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีมีชื่อเสียงเรื่องเสน่ห์ดั้งเดิม ตรอกหิน อาคารสีพาสเทล และแหล่งมรดกโลก UNESCO ที่ราบสตารีกราด (Stari Grad Plain)

- นำท่านชม ปราสาททวร์ดาลจ์ (Tvrdalj Castle) พระราชวังสมัยเรเนซองส์ในศตวรรษที่ 16 ที่สร้างโดยกวีเปตาร์ เฮกโตโรวิช (Petar Hektorović) เป็นสถานที่เงียบสงบ มีสระน้ำกลาง สวนที่มีกำแพงล้อมรอบ และจารึกบทกวีที่แกะสลักไว้บนกำแพงหิน การมาเยือนที่นี่ทำให้เราได้สัมผัสถึงประวัติศาสตร์ของเมืองอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น และได้เห็นภาพชีวิตบนเกาะเมื่อหลายศตวรรษก่อน
- อิสระท่านเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร
- นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ เพื่อนำท่านนั่งเรือ Ferry กลับสู่เมืองสปริท
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
RADISSON BLU RESORT & SPA, SPLIT ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า
สปลิท - มาลีสตอน - ชมฟาร์มหอยนางรม - ดูบรอฟนิค (โครเอเชีย) - ขึ้นเคเบิ้ลคาร์ชมวิว
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ มาลีสตอน (Mali Ston) (ระยะทาง 180 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. 30 นาที) เมืองเล็กริมทะเลทางตอนใต้ของประเทศโครเอเชีย บนคาบสมุทรเปเลียซัค (Pelješac) ขึ้นชื่อว่าเป็น “สวรรค์ของหอยนางรม” ที่ดีที่สุดในโลก โดยเฉพาะสายพันธุ์ท้องถิ่น Ostrea edulis ที่นิยมรับประทานสดคู่กับไวน์ขาว นอกจากการชิมหอยนางรมและล่องเรือชมฟาร์มแล้ว ยังมีกำแพงเมืองโบราณยุคศตวรรษที่ 15 ที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก
- นำท่านขึ้นชม กำแพงเมืองสตอน (Ston Walls) กำแพงเมืองเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 15 ที่เชื่อมระหว่างเมืองมาลีสตอน (เมืองเล็ก) และเมืองสตอน (เมืองใหญ่) ซึ่งถือเป็นกำแพงหินที่ยาวที่สุดในยุโรปและอันดับ 2 ของโลก รองจากกำแพงเมืองจีน
- นำท่านล่องเรือชมฟาร์มหอยนางรมและชิมหอยนางรมสด ๆ จากทะเลอาเดรียติก
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองดูบรอฟนิค (Dubrovnik) (ระยะทาง 57 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.) ดูบรอฟนิคหรือไข่มุกแห่งทะเลอาเดรียติก เมืองทางตอนใต้ของสาธารณรัฐโครเอเชีย เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโครเอเชีย และเป็นเมืองที่สวยงามติดอันดับต้นๆของโลก ซึ่งในอดีตเมื่อปี 1991 เมืองดูบรอฟนิค ได้ถูกโจมตีจากกองทหารยูโกสลาฟ บ้านเรือนกว่าครึ่ง อนุสาวรีย์ต่างๆ เสียหาย และทรุดโทรม และหลังจากนั้นในปี 1995 ได้มีการได้มีการลงนามในสนธิสัญญา ERDUT สงบศึก และเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ UNESCO และสหภาพยุโรป ได้ร่วมกันบูรณะ ซ่อมแซม เมืองส่วนที่เสียหายขึ้นใหม่ในระยะเวลาอันสั้น ปัจจุบันเมืองดูบรอฟนิค ก็กลับมาสวยงามอีกครั้ง และปัจจุบันเขตเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์และยกย่องให้เป็นมรดกโลก (Unesco)

- จากนั้นนำท่านขึ้นเคเบิ้ลคาร์ สู่จุดชมวิวบนยอดเขาความสูง 405 เมตร เพื่อชมทัศนียภาพของเมืองแบบพาโนรามา กล่าวกันว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมือง อิสระให้ท่านถ่ายรูปตามอัธยาศัย
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง พิเศษ กุ้ง LOBSTER ย่าง
DUBROVNIK PALACE HOTEL ระดับ 5 ดาวหรือเทียบเท่า
ดูบรอฟนิค - ชมเมือง - สนามบิน
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- จากนั้นนำท่านชมกำแพงเมืองโบราณ ขึ้นชมความสวยงามของแนวหลังคาสีส้มตระหง่านไปทั้งเมืองเก่า กำแพงแห่งนี้มีความยาวรวมกันประมาณ 2 กิโลเมตร ท่านจะได้เพลิดเพลินชมความสวยงาม โดยว่ากันว่าใครมาเมืองดูบรอฟนิคแล้วไม่ได้ขึ้นมาชมกำแพงเมืองโบราณแห่งนี้ ถือว่ามาไม่ถึงดูบรอฟนิค

- นำท่านเยี่ยมชม เมืองเก่าดูบรอฟนิค (Dubrovnik) ถ่ายรูปที่ระลึกบริเวณจัตุรัสกลางเมืองซึ่งเป็นสถานที่นัดพบและประกอบกิจกรรมของชาวเมืองในอดีต รวมถึงสถานที่ลงโทษผู้กระทำผิดด้วย
- อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปที่ระลึกกับ เสาหินอัศวิน (Orlando Column) หอนาฬิกา (Bell Tower) ที่ตั้งอยู่ปลายสุดของถนนสายหลัก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1444 หน้าปัดทำด้วยเหล็ก มีความพิเศษตรงลูกกลมๆ ใต้หน้าปัดซึ่งแทนพระจันทร์บอกข้างขึ้นข้างแรมในสมัยก่อน และรูปปั้นของ นักบุญ St. Blaise ซึ่งมีโบสถ์ประจำเมืองสไตล์โรมาเนสก์แห่งแรกของเมืองเป็นฉากหลังเพิ่มเสน่ห์มนต์ขลังสวยสดงดงาม
- จากนั้นนำท่านเข้าชม พระราชวังเร็กเตอร์ส (Rector’s Palace) หนึ่งในสถานที่ถ่ายทำ Game of Thrones นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ซึ่งเหมาะกับคนรักศิลปะและงานสถาปัตยกรรมเป็นอย่างมาก เนื่องจากพระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1435 ตัวสถาปัตยกรรมจึงมีการผสมผสานกันระหว่างศิลปะแบบโกธิคตอนปลาย (Late Gothic) และเรเนซองส์ตอนต้น (Early Renaissance) ทำให้องค์ประกอบของที่นี่ดูวิจิตรงดงาม โดยพระราชวังแห่งนี้ก็ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มามากมาย ทั้งโดนระเบิด ไฟไหม้ และเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปี ค.ศ. 1667 แต่ก็ยังสามารถเก็บรักษาตัวพระราชวังให้ยังคงความสมบูรณ์ระดับหนึ่งเอาไว้อยู่ ปัจจุบันจึงกลายเป็น พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมประจำเมืองดูบรอฟนิก ที่มีงานศิลปะแขนงต่างๆ จัดแสดงกว่า 15,000 ชิ้น รวมถึงภาพวาดสุดวิจิตรตระการตาจากฝีมือศิลปินเชื้อสายดัลเมเชียนและเวเนเชียนอีกด้วย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- ชม นํ้าพุโอโนฟริโอ (Onofrio’s Large Fountain) นํ้าพุขนาดใหญ่ที่มีหน้ากากหินแกะสลัก 16 อันซึ่งนํ้าไหล ออกมาจากนํ้าพุนํ้าพุแห่งนี้ได้รับการออกแบบโดยโอโนฟริโอ เดลลา คาวา (Onofrio della Cava) จาก เมืองเนเปิลส์สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นแหล่งนํ้าประปาสาธารณะ

- ชมโบสถ์และอารามฟรานซิสกัน (Franciscan Church and Monastery) เป็นกลุ่มอาคารขนาดใหญ่ ประกอบด้วยโบสถ์ศาสนสถาน ห้องสมุด และร้านขายยา ห้องสมุดของอารามฟรานซิสกันเป็นแหล่ง รวบรวมหนังสือกว่า 21,000 เล่มเพื่อให้ผู้คนเข้าไปศึกษาค้นคว้า และมีร้านขายยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ.1317
- จากนั้นอิสระท่าน ณ ถนนสตราดัน (Stradun) ถนนสายหลักในเขตเมืองเก่าของดูบรอฟนิก ปูด้วยหินปูนทอดยาวประมาณ 300 เมตร สองข้างทางมีร้านค้า ร้านกาแฟ และร้านอาหารมากมาย

- 16.30 น. นำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติ ดูบรอฟนิค
- 20.45 น. ออกเดินทางสู่สนามบินอิสตัลบูล โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบิน TK 440
- 23.40 น. เดินทางถึง สนามบินอิสตัลบูล (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
***หมายเหตุ ไฟล์ทบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง***
สนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ)
- 01.55 น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบิน TK 68
- 15.25 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ…

ทัวร์สโลวีเนีย
ทัวร์โรมาเนีย
ทัวร์ยุโรป
ทัวร์ฟินแลนด์
ทัวร์นอร์เวย์
ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์
ทัวร์ยุโรปตะวันออก
ทัวร์เบเนลักซ์ - BENELUX
ทัวร์อังกฤษ
ทัวร์อิตาลี
ทัวร์เยอรมัน
ทัวร์ฝรั่งเศส
ทัวร์สแกนดิเนเวีย
ทัวร์โครเอเชีย - บอลข่าน
ทัวร์โปแลนด์
ทัวร์สเปน - โปรตุเกส
ทัวร์โมรอคโค
ทัวร์กรีซ
ทัวร์แคนาดา
ทัวร์อเมริกา