ทัวร์เยอรมัน – ฝรั่งเศส (Christmas) 11 วัน


Tour by HappyLongway

รายละเอียดโปรแกรมทัวร์-ทัวร์เยอรมัน – ฝรั่งเศส (Christmas) 11 วัน

รหัสทัวร์ : GERMANY&FRANCE x CHRISTMAS MARKET 11 DAYS (TG)
ระยะเวลา 11 วัน 8 คืน
สายการบิน : Thai Airways (TG)

กำหนดการเดินทาง

รอบที่ วันเดินทาง ราคา
1 10 ธ.ค. 69 - 20 ธ.ค. 69 195,900 บาท

สถานที่สำคัญ

  • 1
    ชมเมือง Strasbourg สถานที่จัดตลาดคริสมาสที่สวยเป็นอันดับ 1 ของยุโรปและเก่าแก่ที่สุด
  • 2
    ชมหมู่บ้าน Colmar สถานที่จัดตลาดคริสต์มาสที่สวยเป็นอันดับ 3 ของยุโรป
  • 3
    ชมหมู่บ้าน Riquewihr หมู่บ้านสวย ตลาดคริสต์มาสสวยต้นๆของฝรั่งเศส
  • 4
    ชมเมือง Nuremberg ตลาดคริสต์มาสสวยอันดับ 1 ของเยอรมัน
  • 5
    ชมเมือง Cologne สถานที่จัดตลาดคริสมาสที่สวยอันดับต้นๆของยุโรป
  • 6
    หมู่บ้าน Esslingen / Cochem / Monschau / Bernkastel – Kues หมู่บ้านเล็ก Unseen สุดสวย
  • 7
    ชมปราสาท Schloss Drachenburg ปราสาทมังกรแห่งเยอรมัน
  • 8
    ชมเมือง Ulm เมืองที่มีโบสถ์สูงที่สุดในเยอรมัน
  • 9
    ชมเมือง Baden Baden เมืองน้ำแร่ที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆของยุโรป
  • 10
    ชมเมือง Stuttgart ตลาดคริสต์มาสสวยอันดับต้นๆของ เยอรมัน
  • 11
    ชมเมือง Munich ตลาดคริสต์มาสสวยอันดับต้นๆของ ยุโรป

HappyLongWay
ขอนำเสนอโปรแกรมทัวร์ยุโรป
ทัวร์ยุโรป เยอรมัน – ฝรั่งเศส
(ตลาดคริสต์มาส) 11 วัน 8 คืน
โดยสายการบินไทย (TG)

DAY1

สนามบินสุวรรณภูมิ - กรุงเทพฯ

  • 20.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 3 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย พบเจ้าหน้าที่บริษัทอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
  • 23.40 น. ออกเดินทางบินตรงสู่แฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 920
DAY2

แฟรงค์เฟิร์ต - ปราสาทดราเคินบูร์ก - บอนน์ - โคโลญจน์

  • 05.55 น. เดินทางถึงสนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองนิกส์วินเทอร์(Königswinter) (ระยะทาง 145 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม.) ที่ตั้งของปราสาทเป็นเนินเขาที่มีชื่อว่า Drachenfels (Dragon Rocks) หรือ เขามังกร ซึ่งในตำนานนิทานพื้นบ้านของประเทศเยอรมนี เนินเขานี้เป็นที่อยู่ของมังกรตัวหนึ่งที่อาศัยอยู่ในถ้ำ และถูกสังหารโดยซิกฟรีดนักล่ามังกร จึงเป็นที่มาของชื่อเนินเขาแห่งนี้
  • นำท่านเข้าชม ปราสาทดราเคินบูร์ก (Schloss Drachenburg) เป็นวิลล่าส่วนตัวที่ออกแบบในสไตล์พระราชวัง สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 สร้างเสร็จภายในเวลาเพียงสองปี (1882–1884) สร้างในสถาปัยกรรมแบบวิคตอเรียน-โกธิค Victorian-Gothic  ปราสาทหลังนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นปราสาทส่วนตัวของนายธนาคารชาวเยอรมัน หลังจากที่นายธนาคารท่านนี้เสียชีวิตลงจนถึงปัจจุบันกรรมสิทธิ์ในปราสาทหลังนี้เป็นของรัฐนอร์ทไรน์-เว็สท์ฟาเลิน ซึ่งดูแลรักษาให้มีสภาพสมบูรณ์สวยงามอยู่จนถึงปัจจุบันFile:Front view of the Drachenburg Castle in Königswinter, Germany (51121261517).jpg - Wikimedia Commons
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง บอนน์ (Bonn) (ระยะทาง 15 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 15 นาที) เมืองริมแม่น้ำไรน์ในเยอรมนี อดีตเมืองหลวงตะวันตก บรรยากาศเงียบสงบ เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เมืองนี้ยังมีชื่อเสียงในฐานะบ้านเกิดของนักดนตรีผู้ยิ่งใหญ่ ลุดวิก ฟาน เบโทเฟน (Ludwig van Beethoven) ที่ยังคงเป็นรากฐานทางดนตรีให้คนทั่วโลกได้รู้จัก เมืองบอนน์ยังเต็มไปด้วยความสวยงามจากธรรมชาติและวัฒนธรรม

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านชม มหาวิหารบอนน์ (Bonner Münster) เป็นโบสถ์คาทอลิกเก่าแก่สไตล์โรมาเนสก์-โกธิคอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญใจกลางเมืองบอนน์ ประเทศเยอรมนี สร้างขึ้นช่วงศตวรรษที่ 11-13 โดดเด่นด้วยหอคอย 5 ยอดและความงามทางประวัติศาสตร์                                                                            File:Bonner Münster.jpg - Wikimedia Commons
  • จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์เบโธเฟน (Beethoven Monument) ตั้งอยู่ที่จัตุรัส Münsterplatz ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1845
  • อิสระท่านตามอัธยาศัย

พิเศษ : ช่วงระหว่าง วันที่ 17 พ.ย. – 23 ธ.ค. 2569 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส

  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองโคโลญจน์ (Cologne) (ระยะทาง 35 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 40 นาที) เมืองต้นตำรับน้ำหอมโอเดอโคโลญจน์ 4711
  • นำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารโคโลญจน์ ในศิลปะสไตล์โกธิค ชมโดมที่สูงที่สุดในโลก ภายในเป็นที่เก็บรักษาหีบทองคำ บรรจุอัฐิของกษัตริย์ ที่เดินทางตามดวงดาว มาคารวะพระเยซูในคืนประสูติ ด้วยความสวยงามและความยิ่งใหญ่ทำให้มหาวิหารโคโลญจน์ ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ ปี ค.ศ.1996
  • อิสระกับการเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกตามอัธยาศัย

พิเศษ : ช่วงระหว่าง วันที่ 17 พ.ย. – 23 ธ.ค. 2569 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส ที่เป็น 1 ใน 5 ตลาดคริสมาสต์ที่สวยที่สุดของเยอรมัน

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
MARRIOTT COLOGNE HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY3

โคโลญจน์ - อาเค่น - มอนเชาวน์ - โคโลญจน์

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง อาเค่น (Aachen) (ระยะทาง 75 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1.15 ชม.) เป็นเมืองที่อยู่ทางภาคตะวันตกของเยอรมนี เรียกได้ว่าตะวันตกสุด เพราะเป็นเหมือนเมืองในสามเหลี่ยมพรมแดนของประเทศเยอรมนี กับสองประเทศเพื่อนบ้านคือเนเธอร์แลนด์และเบลเยียม ชื่อเต็มของอาเคินคือ บัทอาเคิน (Bad Aachen) ซึ่ง Bad หมายถึง Bath / Spa เพราะเมืองอาเคินมีธารน้ำร้อนธรรมชาติอยู่ใต้ดิน เป็นน้ำแร่ร้อนซึ่งเชื่อกันว่าสามารถนำมาดื่มเพื่อรักษาโรคได้ น้ำแร่ร้อนในเมืองอาเคินนี้มีความสำคัญมาตั้งแต่ในสมัยจักรวรรดิ์โรมัน เป็นเหมือนเมืองตากอากาศ หรือ spa town ที่จักรพรรดิ์ Charlemagne เคยมาสร้างโรงอาบน้ำแบบโรมันไว้ ปัจจุบันมีสปาสมัยใหม่ซึ่งเปิดให้บริการในเมืองอาเคินโดยใช้น้ำแร่ร้อนจากใต้ดิน
  • นำท่านเข้าชมมหาวิหารอาเค่น (Aachener Dom) ตั้งอยู่กลางเมืองเก่า เป็นมหาวิหารที่เก่าแก่มีอายุมากกว่า 1200 ปี สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 8 ซึ่งในสมัยนั้นเมืองนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิ์โรมัน มหาวิหารอาเคินได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ในปี ค.ศ. 1978 มหาวิหารนี้สร้างในแบบโกธิคผสมกับกาโล-โรมัน ตัววิหารมีความสูง 32 เมตร, มีจำนวนหินโมเสสที่ใช้ในการสร้างหนึ่งพันตารางเมตร มหาวิหารนี้เคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีสวมมงกุฏ (พระราชพิธีราชาภิเษก) ของกษัตริย์ 30 องค์ และยังเป็นที่ฝังพระบรมศพของจักรพรรดิ์ Charlemagne ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากกว่าหนึ่งล้านคน                                                                                                Aachen am 1.Mai 2020 | "Der Aachener Dom". -- Ich habe diese… | Flickr

พิเศษ : ช่วงระหว่าง วันที่ 21 พ.ย. –  23 ธ.ค. 2569 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาสเป็น 1 ใน 10 ตลาดคริสมาสต์ที่สวยที่สุดของเยอรมัน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้าน มอนเชาว์ (Monschau) (ระยะทาง 35 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 50 นาที.) (เมือง Unseen คนไทยไปน้อยมาก) เมืองท่องเที่ยวที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศเยอรมัน ตั้งอยู่ในเขตอาเคิน (Aachen District) ของรัฐนอร์ดไรน์-เวสท์ฟาเลิน เมืองมอนเชาว์นั้นตั้งอยู่ในหุบเขาไอเฟล (Eifel mountain range) เป็นเมืองที่อยู่ในหุบเขา โดยตัวเมืองทอดยาวไปตามถนนแคบๆ ซึ่งเรียงรายไปด้วยบ้านครึ่งไม้ (Half -Timbered) โดยบ้านเหล่านี้ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี เพราะรอดพ้นจากสงครามต่างๆมาได้ โดยหมู่บ้านมีแม่น้ำรูร์ (Rur River) ไหลผ่านด้านหลัง โดยเมืองมอนเชาว์ ถือเป็นเมืองเก่าแก่อีกเมืองของเยอรมันและได้รับการยอมรับว่าเป็น 1 ใน15 เมืองสวยของประเทศเยอรมันอีกด้วยFile:0 Monschau - La Rur et le centre historique (1).JPG - Wikimedia Commons
  • นำท่านเดินชมเมือง เลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย

พิเศษ : ช่วงระหว่าง วันที่ 24 พ.ย. – 23 ธ.ค. 2569 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาสเป็น 1 ใน 5 Hidden Gem Christmas Market in Germany

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโคโลญจน์ (Cologne) (ระยะทาง 100 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 30 นาที)

พิเศษ : ช่วงระหว่าง วันที่ 17 พ.ย. – 23 ธ.ค. 2569 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส ที่เป็น 1 ใน 5 ตลาดคริสมาสต์ที่สวยที่สุดของเยอรมัน

***อิสระรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย ไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์***
MARRIOTT COLOGNE HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY4

โคโลจน์ - โคกเฮม - แบร์นคาสเตล คูส - สตราสบูร์ก

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านเดินทางสู่เมืองโคกเฮม (Cochem) (ระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร ใช้เวลา 1.30 ชม.) เป็นเมืองเล็กๆ ที่แสนโรแมนติกแห่งหนึ่งในหุบเขาในมลรัฐไรน์แลนด์ ฟาลซ์ (เป็น 1 ใน 10 หมู่บ้านที่ สวยที่สุดในเยอรมัน)
  • นำท่านเดินเล่นชมเมือง โคกเฮม ที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองแห่งนี้เป็นแม่น้ำและเทือกเขาน้อยใหญ่สลับสับเปลี่ยนกัน การปลูกบ้านเรือนและอาคารต่างๆ ตามแนวสันเขา

พิเศษ : ช่วงระหว่าง วันที่ 28 พ.ย. – 21 ธ.ค. 2569 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • จากนั้นนำท่านชมเมืองแบร์นคาสเตล คูส (Bernkastel – Kues) (ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชม.)  ซึ่งป็นเมืองสีพาสเทลริแม่น้ำโมเซลไหลผ่าน
  • นําท่านเที่ยวชม มาร์เกตพลาส (Marktplatz) ซึ่งเป็นจตุรัสใจกลางเมือง เป็นเมืองเก่าอีกเมืองในเยอรมนีที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ได้เป็นอย่างดี ชมอาคารบ้านเรือนที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่17
  • นําท่านแวะถ่ายรูปกับบ้านSpitzhauschen ซึ่งเป็นบ้านที่สร้างขึ้นในปี1416 ซึ่งมีรูปทรงหลังคาที่มีเอกลักษณ์และเรียกได้ว่าเป็นโครงสร้างบ้านแบบเก่าแก่ของเยอรมนี แวะถ่ายรูปกับศาลาว่าการเมือง (Town Hall) ที่ได้รับการออกแบบในศิลปะแบบเรเนอซองส์ สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่13                      Markt, Bernkastel, Bernkastel-Kues, Mosel, Rhine Province,… | Flickr

พิเศษ : ช่วงระหว่าง วันที่ 21 พ.ย. – 21 ธ.ค. 2569 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส เป็น 1 ใน 5 Hidden Gem Christmas Market in Germany

  • นำท่านเดินทางสู่เมือง สตราสบูร์ก (Strasbourg) ประเทศฝรั่งเศส (ระยะทาง 240 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3 ชม.) เป็นเมืองแห่งความโรแมนติค และเมืองหลวงของแคว้นอัลซาส (Alsace) ประเทศฝรั่งเศส เมืองที่มีความสวยงามเมืองหนึ่งของยุโรป ซึ่งเมื่อท่านเดินทางมาแถบลุ่มแม่น้ำไรน์ไม่ควรพลาดเด็ดขนาด เมืองขนาดกลางแห่งนี้มีย่านเมืองเก่าทางประวัติศาสตร์ที่รู้จักกันในนาม La Petite France (ปารีสน้อย)

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย
SOFITEL STRASBOURG HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว (พัก 2 คืน)

DAY5

กอลมาร์ - ริคเวีย - สตราสบูร์ก

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง กอลมาร์ (COLMAR) (ระยะทาง 75 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.) เมืองในแคว้นอัลซาส ประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองที่ถูกจัดอันดับ 1ใน 10เมืองโรแมนติคที่สุดในโลก ได้รับการขนานนามว่าเวนิสน้อย (LA PETITE VENISE) ตั้งอยู่บนเส้นทางไวน์ของอัลซาส  และยังเป็นบ้านเกิดของศิลปิน เฟรดเดริก โอกุสต์ บาร์ตอลดี ผู้ออกแบบเทพีเสรีภาพ เมืองกอลมาร์มีชื่อเสียงในการอนุรักษ์เมืองให้คงเป็นเมืองที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมการสร้างบ้านแบบ Half – Timber และบรรยากาศของเมืองโบราณ ในตัวเมืองมีพิพิธภัณฑ์ ร้านค้า ที่อยู่อาศัยเหมือนในยุคกลางด้วยบรรยากาศที่สวยงามตัดกับบ้านเรือนสีสันสดใสจึงเป็นเมืองที่คู่รักจากทั่วโลกเดินทางมาฮันนีมูนที่นี่      File:Little Venice in Colmar 01.jpg - Wikimedia Commons
  • นำท่านเดินชมเมืองกอลมาร์เริ่มตั้งแต่ย่าน La Petite Venise และเข้าสู่จัตุรัสกลางเมือง
  • จากนั้นอิสระให้ทุกท่านเดินเล่นตามอัธยาศัย หรือเลือกซื้อสินค้าของที่ระลึกตามอัธยาศัย

พิเศษ : ช่วงระหว่าง วันที่ 28 พ.ย. – 30 ธ.ค. 69 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส สวยติดอันดับ 1 ใน 3 ตลาดคริสต์มาสที่สวยที่สุดในยุโรป

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านสู่เมือง ริคเวีย (Riquewihr) (ระยะทาง 15 กม. ใช้เวลาประมาณ 20 นาที) เมืองที่ติดกับเมืองกอลมาร์ เป็นแหล่งปลูกไวน์ชั้นเลิศของแคว้นอาลซาส และเป็นหนึ่งใน Les Plus Beaux Village de France หรือหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส                                                                                            File:Riquewihr (14324767395).jpg - Wikimedia Commons
  • นำท่านเดินชมบ้านเรือนที่อยู่ในหุบเขา ล้อมรอบไปด้วยไร่องุ่นที่ไว้สำหรับทำไวน์

พิเศษ : ช่วงระหว่าง วันที่ 28 พ.ย. – 21 ธ.ค. 69 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาสที่ติด 1 ใน 5 ตลาดคริสมาตส์ที่สวยที่สุดในแคว้นอัลซาส

  • จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่เมือง สตราสบูร์ก (Strasbourg) นำท่านเดินชมบรรยากาศตลาดคริสต์มาสที่เก่าแก่ที่สุดยุโรป

ตลาดคริสต์มาสที่เมืองสตราสบูร์ก ที่รู้จักกันในชื่อ “Christkindelsmärik” เป็นหนึ่งในตลาดคริสต์มาสที่เก่าแก่กว่า 500 ปี และมีชื่อเสียงที่สุดในยุโรป ตลาดแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1570 และเป็นที่รู้จักในชื่อ “เมืองหลวงแห่งคริสต์มาส” (Capital Of Christmas)

Strasbourg | Strasbourg (Alsace, France) | Jorge Franganillo | Flickr

พิเศษ : ช่วงระหว่าง วันที่ 26 พ.ย. – 24 ธ.ค. 69 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาสสวยติดอันดับ 1 ใน 3 ตลาดคริสต์มาสที่สวยที่สุดในยุโรป

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
SOFITEL STRASBOURG HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY6

สตราสบูร์ก - บาเดน บาเดน

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านชมเขต La Petite France ภูมิทัศน์สวยงามด้วยบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ริมฝั่งสองแม่น้ำ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเมือง มีลักษณะเป็นพื้นที่ล้อมรอบด้วยแม่น้ำอิลล์ทั้งสี่ด้านและมีเส้นทางคูคลองเชื่อมต่อกันไปมากมาย บริเวณใกล้เคียงเป็นเกาะที่มีสะพานหลายแห่งเป็นตัวเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ส่วนอื่นๆของเมือง ภายในย่านนี้มีลักษณะเป็นตรอกซอกซอย พื้นถนนปูลาดด้วยหินกรวด เรียงรายด้วยบ้านไม้โบราณสไตล์อัลซาสที่สวยงามซึ่งทอดตัวเป็นภาพเงาสะท้อนในคลองตลอดถนน Rue des Moulins        La Petite France, Strassburg | One pretty view of the part o… | Flickr
  • จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับมหาวิหารนอร์ทเทอดาม ได้รับการยกย่องให้เป็นมหาวิหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปและมียอดโดมสูงที่สุดในยุโรปตะวันตก อีกด้วยออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค สร้างด้วยหินทรายสีชมพูทั้งหลังโดยสร้างขึ้นในช่วงกลางถึงปลายศตวรรษที่ 12 ใช้เวลาในการก่อสร้างนานกว่า 260 ปีตัววิหารมีการรวบรวมรูปแบบการก่อสร้างที่งดงามหลายส่วนรวมถึงรูปแกะสลักต่างๆ ช่วงยุคกลาง
  • จากนั้นอิสระถ่ายรูปหรือเลือกซื้อสินค้าพื้นตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ บาเดน-บาเดน (Baden-Baden) (ระยะทาง 65 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.) เป็นเมืองในหุบเขาตั้งอยู่ในรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทิมแบร์ค ประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทิวเขาป่าดำ บริเวณพรมแดนใกล้กับประเทศฝรั่งเศส เมืองนี้มีชื่อเสียงในด้านสปา คำว่าบาเดินเป็นคำนามซึ่งตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่าเบดิง (Bathing) ที่แปลว่าการอาบน้ำ ประวัติศาสตร์ของบาเดิน-บาเดินสามารถย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยจักรพรรดิฮาดริอานุสแห่งโรมัน มีการขุดค้นพบซากอ่างอาบน้ำโรมันใน ค.ศ. 1847 ใน พ.ศ. 2450 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสเมืองนี้เพื่อรักษาพระองค์แบบธาราบำบัดตามคำแนะนำของแพทย์หลวงชาวเยอรมัน ได้ชื่อว่าเป็นเมืองสปาที่ดีที่สุดในยุโรป
  • นำท่านชม Trinkhalle ในคอมเพล็กซ์สปา Kurhaus ในเมือง Baden-Baden ประเทศเยอรมนีสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1839–42 โดย Heinrich Hübsch ในรูปแบบสถาปัตยกรรมเสริมเป็นอาคารหลักของสปา อาร์เคดยาว 90 เมตรเรียงรายไปด้วยจิตรกรรมฝาผนังและม้านั่ง ว่ากันว่าน้ำสปามีพลังบำบัด นำท่านเดินเล่นชมเมืองบาเดน บาเดน ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าของฝากตามอัธยาศัยหรือท่านใดจะเลือกพักผ่อนแช่น้ำแร่ที่โรงแรม หรือจะลองแช่น้ำแร่ ณ บ่อสาธารณะ (สำหรับบ่อสาธารณะมีค่าใช้จ่ายไม่รวมในค่าทัวร์)

พิเศษ : ช่วงระหว่าง วันที่ 26 พ.ย. – 24 ธ.ค. 69 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
LEONARDO ROYAL HOTEL BADEN- BADEN หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY7

สตราสบูร์ก - เอสลิงเก้น - ชตุตการ์ต

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านเดินทางสู่เมือง เอสลิงเก้น อัม เน็คคาร์ (Essingen an Neckar) (ระยะทาง 125 กม. ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม.) เมืองริมฝั่งแม่น้ำเน็คคาร์ เมืองแห่งนี้มีการพัฒนามาตั้งแต่ยุคโบราณ โดยเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรโรมัน ทำให้ขนาดเมืองนี้ค่อนข้างใหญ่ โดยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น สิ่งทอ อาหาร เหล็ก เอสลิงเก้น ได้รับความเสียหายบางส่วนจากเหตุสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ในเขตเมืองเก่านั้นได้รับการป้องกันเป็นอย่างดี                                                                        Esslingen Christmas Market 2023 Guide: Dates, Where to Go, What to Eat!
  • จากนั้นนำท่านชม St. Agnes Bridge สะพานข้ามคลอง Roßneckarkanal ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 1893 ที่ด้านหลังเป็น Stadtkirche St. Dionys หรือ Church of St. Dionys โบสถ์คริสต์นิกายโปรเตสแตนท์ยุคโกธิคที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของเมือง                                    Esslingen Images – Browse 3,920 Stock Photos, Vectors, and Video | Adobe Stock
  • จากนั้นนำท่านเข้าสู่จัตุรัสเก่ากลางเมือง Altes Rathaus ศาลาว่าการหลังเก่าที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 15 ถึงจะเก่าแต่ก็ยังสมบูรณ์งดงามมีเอกลักษณ์ ที่หน้าปัดนาฬิกาสีทองคลาสสิกจะมีนกอินทรีออกมากระพือปีกทักทายทุกๆ ต้นชั่วโมง ดูไปดูมาแล้วก็คล้ายกับนาฬิกากุ๊กกูเรือนยักษ์

พิเศษ : ช่วงระหว่าง วันที่ 25 พ.ย. – 22 ธ.ค. 2569 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส เป็น 1 ใน 5 Hidden Gem Christmas Market in Germany

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • ท่านเดินทางสู่ ชตุตการ์ต (Stuttgart) (ระยะทาง 15 กม. ใช้เวลาประมาณ 20 นาที) คือเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของรัฐ Baden-Württemberg ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Neckar เป็นต้นกำเนิดของรถยนต์ในยุคแรก ๆ มีบริษัทรถยนต์ที่มีชื่อเสียงเช่น เมอร์เซเดส-เบนซ์ ,พอร์เช่ ,มายบัค รวมถึงรถต้นแบบคันแรกของโฟล์คสวาเกน
  • จากนั้นนำท่านเดินเล่นช้อปปิ้งถนน KoenigStrasse เป็นแหล่งที่เต็มไปด้วยร้านค้าทุกประเภท เป็นแหล่งย่านช้อปปิ้ง รวมทั้งบาร์ ร้านอาหาร คาเฟ่ ฯลฯ ที่สำคัญของเมือง อิสระท่านตามอัธยาศัย

พิเศษ : ช่วงระหว่าง วันที่ 27 พ.ย. – 23 ธ.ค. 2569 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาสเป็น 1 ใน 10 ตลาดคริสมาสต์ที่สวยที่สุดของเยอรมัน

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย
MARITIM HOTEL STUTTGART หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY8

ชตุตการ์ต - อูล์ม - ดิงเกลส์บูล - นูเรมเบิร์ก

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง อูล์ม (Ulm) (ระยะทาง 90 กม. ใช้เวลาประมาณ 1.15 ชม.) ตั้งอยู่ริมชายฝั่งแม่น้ำดานูบที่อยู่ทางใต้ของประเทศ เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวนิยมไปท่องเที่ยว เพราะนอกจากสวยงามแล้วเมืองแห่งนี้ยังมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ.850 แล้ว ยังเป็นบ้านเกิดของนักฟิสิกส์ชื่อก้องโลก อย่าง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ อีกด้วย
  • นำท่านชม วิหารอูล์ม (Ulm Munster) ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของเมือง สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ขึ้นชื่อว่าเป็นโบสถ์ที่สูงที่สุดในโลกโดยมีความสูงที่ 161.53 เมตร เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ซึ่งสูงมาก ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนของเมืองก็จะเห็นยอดโบสถ์ตั้งเด่น สง่า อย่างชัดเจน                IMG_1125 - Ulm Church | Ulm Minster (German: Ulmer Münster, … | Flickr
  • จากนั้นนำท่านชมจัตุรัสเมืองเก่า Marktplatz คือศาลากลางโกธิคที่สวยงาม (Rathaus) ที่มีภาพเฟรสโกตั้งแต่ปีพศ. 1540 เคยเป็นห้างสรรพสินค้าในยุคกลางและซเป็นที่ตั้งของร้านค้าและช่างฝีมือต่างๆ ที่หลากหลายก่อนที่จะกลายเป็นศาลากลางจังหวัดซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในปัจจุบัน สิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ ของอาคาร ได้แก่ การจำลองนาฬิกาดาราศาสตร์ในศตวรรษที่ 16 และน้ำพุที่สวยงามซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ Fischkasten (ถังเก็บปลา) ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปีค. ศ.1482 ซึ่งตั้งอยู่ด้านนอกอาคาร
  • จากนั้นนำท่านชมย่านชุมชนเก่าแก่ ชาวประมง Tanners ‘Quarter ซึ่งตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำBlau ซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำดานูบ โดยยังมีบ้านไม้ขนาดครึ่งหลังที่ได้รับการบูรณะอย่างยอดเยี่ยมอีกทั้งยังมีการเชิญชวนให้ตรอกซอกซอยที่แคบและสะพานจำนวนมาก

พิเศษ : ช่วงระหว่าง วันที่ 27 พ.ย. – 23 ธ.ค. 2569 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง ดิงเกลส์บูล (Dinkelsbühl) (ระยะทาง 120 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 40 นาที) เมืองท่องเที่ยวที่เก่าแก่แห่งแคว้นบาวาเรีย (Bavaria) (เป็น 1 ใน 10 หมู่บ้านที่สวยที่สุดในเยอรมัน) ส่วนใหญ่มักถูกล้อมรอบด้วยกำแพงและอาคารเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยยุคกลาง ด้วยสีสันและศิลปะในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน
  • นำท่านชมย่าน ไวน์มาร์ค (Weinmarkt) หรือไวน์มาร์เก็ต (Wine Market) ซึ่งเป็นตึกเก่าเรียงตัวกันอยู่ 5 หลัง มีสีสันตัดกันตั้งแต่สีส้ม สีเขียว สีแดง สีเหลือง ซึ่งการทาสีบ้านในเมืองนี้เน้นการทาสีเดียว (single color) และเขียนชื่อธุรกิจไว้หน้าบ้านด้วยตัวหนังสือแบบลายมือ (calligraphy letter) ในสีเอิร์ธโทน (earth tone) นอกจากตามหน้าต่างจะมีการประดับด้วยกระถางไม้ดอกสีสดใสแข่งขันชูช่อออกดอกบานสะพรั่งแล้ว อีกเอกลักษณ์สำคัญของอาคารเก่าก็คือ หลังคาสีแดงสดที่เหมือนกันไปหมดทั้งเมือง ในส่วนของจุดเด่นของอาคารแถบนี้คงเป็นที่หน้าจั่วแบบขั้นบันได โดยตึกสีส้มที่อยู่ตรงหัวมุมจะมีลักษณะพิเศษเพิ่มนอกจากหน้าจั่วแล้วยังโดมเล็กๆ อยู่ด้านบนอีก ปัจจุบันเป็นโรงแรมที่ชื่อว่า อัลเดอร์เมน อินน์ (Aldermen’s Inn) ว่ากันว่าที่นี่เคยเป็นที่ประทับของบุคคลสำคัญๆ เช่น จักรพรรดิคาร์ลที่ 5 (Emperor Karl V) เมื่อปี ค.ศ.1546 และกษัตริย์กุสตาฟ อดอล์ฟ แห่งสวีเดน เมื่อปี ค.ศ.1632File:Dinkelsbühl - Altstadt - Weinmarkt 2, 4, 6 und Münster St. Georg von NW.jpg - Wikimedia Commons

พิเศษ : ช่วงระหว่าง วันที่ 27 พ.ย. – 23 ธ.ค. 2569 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองนูเรมเบิร์ก (NUREMBERG) (ระยะทาง 90 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1.20 ชม.) เมืองนูเรมเบิร์ก ตั้งอยู่ในรัฐบาวาเรีย อันมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 900 ปี โดยเป็นเมืองของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งอดีตเป็นศูนย์ประชุมหลักของพรรคนาซี

พิเศษ : ช่วงระหว่าง วันที่ 28 พ.ย. – 24 ธ.ค. 2569 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดของประเทศเยอรมัน

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรมที่พัก
LE MERIDIEN HOTEL NUREMBERG  หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY9

นูเรมเบิร์ก - มิวนิค

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านเดินชมเมือง ซึ่งถูกทิ้งระเบิดอย่างหนักในปี 1945 จากสัมพันธมิตรแต่ปัจจุบันได้ทำการบูรณะขึ้นมาใหม่ให้งดงามดังเดิม ผ่านชมเม้าท์ฮาล์ โรงเก็บส่วยภาษีอากรในอดีตที่ถือเป็นอาคารประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งของเมืองนูเรมเบิร์ก
  • นำท่านถ่ายภาพบริเวณด้านหน้าของโบสถ์เซนต์ลอร์เรนซ์ นำท่านเดินเล่นชมเมืองต่อจนกระทั่งถึง บริเวณจัตุรัสกลางใจเมือง (HAUPTMARKT) ซึ่งมีตลาดนัดขนาดใหญ่ประจำเมือง อันถือเป็นตลาดนัดคริสต์มาสที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี ด้านตะวันออกของตลาดมี โบสถ์พระแม่มาเรีย (FRAUENKIRCHE) จุดเด่นคือ มีนาฬิกาตุ๊กตาไขลานที่หน้าจั่วของโบสถ์พระแม่มาเรีย ตัวนาฬิกาและตุ๊กตาประดับนี้ถูกสร้างเพิ่มเติมภายหลังในปี ค.ศ. 1509 เพื่อเป็นการรำลึกถึง พระราชกฤษฎีกาทองคำปี 1356 ที่ตราขึ้นตามพระราชบัญชาของจักรพรรดิคาร์ลที่ 4 แห่งจักรวรรดิโรมันอัน ศักดิ์สิทธิ์    Hauptmarkt, Trier, Mosel, Rhine Province, Germany | "The mai… | Flickr
  • จากนั้นอิสระให้ท่าน ถ่ายภาพความงดงามของน้ำพุเชินเนอร์บรุนเนน  สร้างขึ้นระหว่างปีค.ศ 1389 – 1396 ด้วยหินรูปทรงปิรามิดยาว 19 เมตร มีลักษณะคล้ายยอดหอคอยสไตล์กอธิค ในแต่ละชั้นมีรูปปั้นประดับอยู่รวมทั้งหมด 40 ตัว โดยรูปชั้นบนสุดเป็นรูปปั้นโมเสสและ 7 นักพยากรณ์
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ นครมิวนิค (MUNICH) (ระยะทาง 170 กิโลเมตร ใช้เวลา 2 ชม. 30 นาที) เมืองที่เต็มไปด้วยความสวยงามด้านสถาปัตยกรรมในหลายรูปแบบ ไม่ว่าแบบเรอเนซองส์ คลาสสิคหรือทันสมัย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

  • นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสพระแม่มารี (Marienplatz) เพื่อนำท่านชม Münchner Christkindlmarkt ตลาดคริสต์มาสที่ใหญ่ที่สุดของเมืองมิวนิค มีร้านรวงต่างๆ มากมายให้คุณได้ช้อปปิ้ง ซึ่งประดับตกแต่งในธีมคริสต์มาสอย่างสวยงาม ภายในงานมีการแสดงและกิจกรรมมากมายให้เราได้ชม มีขนมอร่อยๆ ไวน์แดง และอาหารเลิศรสรอให้คุณได้แวะไปลิ้มลอง ในบรรยากาศที่สนุกสนานคึกคักChristkindlmarkt auf dem Marienplatz | One of the largest Ch… | Flickr

พิเศษ : ช่วงระหว่าง วันที่  พ.ย. – ธ.ค. 2569 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส

***อิสระรับประทานอาหารค่ำตามอัธยาศัย ไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์***
HILTON MUNICH CITY HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY10

มิวนิค - สนามบิน

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นได้เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน ให้ท่านได้มีเวลาทำ TAX REFUND
  • 13.35 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 925
DAY11

สุวรรณภูมิ - กรุงเทพ ฯ

  • 06.10 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ


แชร์ให้เพื่อน