ทัวร์อันซีน อิตาลี


Tour by HappyLongway

รายละเอียดโปรแกรมทัวร์-ทัวร์อันซีน อิตาลี

รหัสทัวร์ : UNSEEN ITALY TUSCANY & SAN MARINO & UMBRIA & CINQUE TERRE 11 DAYS (TG)
ระยะเวลา 11 วัน 8 คืน
สายการบิน : Thai Airways (TG)

กำหนดการเดินทาง

รอบที่ วันเดินทาง ราคา
1 16 ก.ย. 69 - 26 ก.ย. 69 209,900 บาท
2 7 ต.ค. 69 - 17 ต.ค. 69 209,900 บาท

สถานที่สำคัญ

  • 1
    เส้นทาง Val D’Orcia เส้นทางท้องทุ่งสุดสวยของแคว้นทัสคานี ที่มีชื่อเสียงทั่วโลก (Unesco)
  • 2
    หมู่บ้าน CIVITA DI BAGNREGIO ที่ตั้งบนเขามีสะพานยาวขึ้นเมือง เก่าแก่กว่า 2,000ปี! (Unseen)
  • 3
    หมู่บ้าน PITIGLIANO ชุมชนเก่าแก่ชาวยิว ที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสุดมหัศจรรย์ (Unseen)
  • 4
    รัฐอิสระ SAN MARINO รัฐอิสระเล็กเป็นอันดับ 3 ของโลก (Unseen)
  • 5
    หมู่บ้าน CINQUE TERRE หมู่ชาวประมงบ้านริมหน้าผา ที่สวยที่สุดในโลก
  • 6
    หมู่บ้าน SAN GIMIGNANO หมู่บ้านที่ได้รับการยอมรับว่าสวยที่สุดในทัสคานี (Unseen)
  • 7
    หมู่บ้าน MONTERIGGION หมู่บ้านที่มีป้อมปรากาล้อมรอบเมืองสุด (Unseen)
  • 8
    หมู่บ้าน PIENZA หมู่บ้านบนเนินเขาในท้องทุ่งสุดสวยของทัสคานี (Unseen)
  • 9
    หมู่บ้าน MONTALCINO หมู่บ้านที่ผลิตไวน์ขึ้นชื่อระดับโลก (Unseen)
  • 10
    เมือง SIENA เมืองโบราณแห่งแคว้นทัสคานี สไตล์อิตาลี (Unseen)
  • 11
    เมือง PERUGIA หนึ่งในเมืองเก่าแก่และเป็นอีกเมืองศูนย์กลางการศึกษาของอิตาลี (Unseen)
  • 12
    เมือง ASSISI เมืองแห่งศูนย์กลางชาวคริสต์ ที่ใหญ่ที่สุดเป็นรองแค่กรุงโรม (Unseen)
  • 13
    เมือง SPELLO เมืองเก่าแก่ สมญานาม เมืองแห่งดอกไม้ (Unseen)
  • 14
    ชมเมือง BOLOGNA หนึ่งในเมืองเก่าแก่ของอิตาลี
  • 15
    ชิมและชมการบ่มไวน์ Wine Tasting ไวน์ที่มีชื่อเสียงแห่งแคว้นทัสคานี
  • 16
    สนุกสนามกับการช้อมปิ้งเมือง MILAN เมืองแห่งแฟชั่นชื่อดังของโลก

HappyLongWay
ขอนำเสนอโปรแกรมทัวร์ยุโรป
ทัวร์อันซีน อิตาลี 11 วัน 8 คืน
TUSCANY – SAN MARINO – UMBRIA – CINQUE TERRE
โดยสายการบินไทย (TG)

DAY1

สนามบินสุวรรณภูมิ - กรุงเทพฯ

  • 21.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 4 เคาน์เตอร์ H สายการบินไทย พบเจ้าหน้าที่บริษัทอำนวยความสะดวก
DAY2

มิลาน - โบโลญญ่า - ชมเมือง

  • 00.40 น. ออกเดินทางสู่ มิลาน โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 940 (ใช้เวลาประมาณ 11 ชม.)
  • 07.35 น. เดินทางถึงสนามบินมิลาน ประเทศอิตาลี หลังจากผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองแล้ว
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโบโลญญ่า (Bologna) เมืองประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงทางด้านท่องเที่ยวและเป็นเมืองหลวงของแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา (Emilia-Romagna) 1 ใน 20 แคว้นของประเทศอิตาลี (ระยะทางประมาณ 260 กิโลเมตร ใช้เวลา 3 ชม. 30 นาที)

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • จากนั้นนำท่านชมเมืองโบโลญญ่าโดยตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ในหุบเขาโป ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี โดยตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำโปกับเทือกเขาแอเพนไนน์ เมืองโบโลญญ่ายังเป็นหนึ่งในเมืองยุคกลางที่ได้รับการเก็บรักษาไว้ดีที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งในและชาวต่างชาติ ด้วยชื่อเสียงในเรื่องความสวยงาม และยังเป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัยที่เก่าที่สุดในโลก คือ University of Bologna ก่อตั้งตั้งแต่ปีคริสตศักราชที่ 1088 อีกด้วย
  • จากนั้นนำท่านชมเมืองโบโลญญ่า เริ่มตั้งแต่หอคอยคู่ (Due Torri) หอคอยแห่งนี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นหอคอยที่สูงมากของเมืองโบโลญญ่า มีความสูง 97.2 เมตร มีหอคู่กันสูง 48 เมตร ซึ่งสามารถขึ้นไปบนยอดหอคอย เพื่อชมทัศนียภาพที่สวยงามของเมืองแบบพาโนรามาได้ และยังจัดว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโบโลญญ่าซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของป้อมปราการรักษาเมืองในอดีตด้วย                                                  Bologna, Italia | Le due Torri. The two towers, Bologna's co… | Flickr
  • นำท่านเข้าชม วิหารนักบุญอุปถัมภ์ (Basilica San Petronio) ที่นี่เป็นมหาวิหารและคริสตจักรของอัครสังฆมณฑลโบโลญญ่า ทางตอนเหนือของอิตาลี ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับนักบุญอุปถัมภ์ของเมือง เริ่มก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1390 การออกแบบตกแต่งทางสถาปัตยกรรมต่างๆ ยังถูกรักษาไว้ได้สวยงามเป็นอย่างดี                                                                                                                                      The Fascinating Story of San Petronio Church: Will it Ever be Completed? – Taste Bologna
  • ลานจัตุรัสกลางเมือง (Piazza Maggiore) ลานแห่งนี้ เป็นอีกหนึ่งจัตุรัสที่สำคัญ ซึ่งมีอาคารเก่าแก่ล้อมรอบอยู่ ตั้งอยู่ในกลางเมืองเก่า มีทั้งที่ทำการเมืองเก่า โบสถ์ต่างๆ ที่สวยงาม ลานน้ำพุเทพเนปจูน และอาคารอื่นๆ ซึ่งมีลวดลายทางสถาปัตยกรรมอันประณีต จนต้องเดินทางมาเที่ยวที่ลานเมืองเก่านี้เป็นอันดับต้นๆ                                                                                                                                      Piazza Maggiore and the best squares to visit – Bologna Guide
  • อิสระให้ทุกท่านเดินเล่นช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ROYAL HOTEL CARLTON หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY3

โบโลญญ่า - ซาน มารีโน่ - เปรูจา

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สาธารณรัฐซานมารีโน่ (San Marino) (ระยะทางประมาณ 140 กิโลเมตร ใช้เวลา 2 ชม.) รัฐอิสระเล็กที่อยู่ในเขตของประเทศอิตาลี นับว่าเป็น 1 ในประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก เช่นเดียวกับ ลิคเท่นสไตน์ วาติกัน และโมนาโค แต่เป็นประเทศสาธารณรัฐที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ยุโรปทางตอนใต้ บนเทือกเขาแอเพนไนน์ ล้อมรอบไปด้วยประเทศอิตาลี ที่ซึ่งมีพรมแดนใกล้กันนั้นเอง ประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ. 301 ช่างหินชาวคริสต์คนหนึ่ง มีนามว่า มารีนุส ได้ลี้ภัย จากการตามล่า ของศาสนาและได้ย้ายมาอยู่ยัง ที่ตั้งของประเทศนี้ จากนั้นในเวลาต่อมาเขาเอง ได้เป็นบาทหลวงใน เวลาต่อมา หลังจากได้รับการยอมรับจาก ผู้คนในท้องถิ่นจนได้ที่มาของชื่อดินแดนนี้ว่า ซานมารีโน
  • นำท่านชม ป้อมปราการกูไอตา (Guaita Tower) ป้อมปราการ ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงสุด ของเมืองซานมาริโน ที่งดงาม ไปด้วยมนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมโรมัน และยังมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ของด้านล่างได้อย่างชัดเจน และ ป้อมปราการแห่งนี้ เคยเป็นฐานทัพที่สำคัญ จึงมีกำแพงขนาดใหญ่ล้อมรอบป้อมปราการ                                                                                                                  File:Guaita fortress and the City of San Marino (2023).jpg - Wikimedia Commons

***หมายเหตุ เนื่องจากจำกัดจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละวัน หากรอบการเข้าชมเต็มขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง***

  • นำชม มหาวิหารนักบุญมารีโน่ (Basilica of San Marino) โบสถ์ที่ได้รับการนับถือมากที่สุดของซานมารีโน มีหน้าอาคารสไตล์นีโอคลาสสิกที่ เด่นสะดุดตา และจัดเก็บอัฐิของบิดาผู้ก่อตั้งประเทศ มหาวิหารซานมารีโน่เป็นโบสถ์ที่มีความสำคัญทาง ประวัติศาสตร์และศาสนามากที่สุดแห่งหนึ่งของซานมารีโน ชมผลงานชิ้นเอกทางสถาปัตยกรรมที่แสดงให้เห็นพรสวรรค์ของสถาปนิกชาวเมืองโบโลญญ่า อันโตนิโอ แซร์รา                                                                                                              Basilica di San Marino, San Marino, San Marino | "The Basili… | Flickr
  • นำท่านชม พระราชวังปาลาโซ พลับบลิคโค (Palazzo Pubblico) ซึ่งเป็นพระราชวังที่สร้างขึ้นในแบบโรมาเนสก์ ภายนอกตกแต่งแบบอิตาลียุคกลางที่ได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมแบบโกธิค และเป็นพระราชวังที่มีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นตึกที่ทำงานของรัฐบาล โดยก่อสร้างด้วยศิลปะแบบโรมาเนส ภายในทุกห้องของพระราชวังนี้ได้รับการตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม โดยจำลองลักษณะที่ภูมิ ฐานของอาคารอิตาเลียนสมัย ศตวรรษที่ 13 และ 14 สังเกตช่องโค้งแบบโกธิก ปราการบนดาดฟ้าและหอนาฬิกา ซึ่งประดับด้วยภาพโมเสกของนักบุญอกาตา ลีโอ และกวีรีโน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองเปรูจา (Perugia) (ระยะทางประมาณ 165 กิโลเมตร ใช้เวลา 2 ชม. 20 นาที) เมืองที่ใหญ่ที่สุดและเป็นเมืองหลวงของแคว้นอุมเบรีย ในสมัยอดีตเมืองเปรูจา เป็นหนึ่งในเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก  มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน เมืองโบราณที่มีซุ้มประตูเก่าแก่ในยุคกลาง อาคารสิ่งปลูกสร้างล้ำค่าหลายแห่งที่สามารถพบเห็นได้ในใจกลางเมืองเปรูจาแห่งนี้เป็นแหล่งรวมความพิเศษในด้านสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิก ภาพเฟรสโกยุคเรอเนสซองส์ โบสถ์สวยงาม พิพิธภัณฑ์ล้ำค่า ปัจจุบันเมืองเปรูจาเป็นเมืองแห่งการศึกษา มีมหาวิทยาลัยหลายแห่งเป็นที่นิยมของนักศึกษาต่างชาติทำให้เมืองนี้มีความคึกคักเป็นอย่างยิ่ง
  • นำท่านชมจตุรัส Piazza IV Novembre เป็นหัวใจสำคัญของเมืองเปรูจา ที่ผสมผสานความงดงามทางประวัติศาสตร์ ร้านอาหาร และร้านกาแฟไว้อย่างลงตัว เป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ยอดนิยมล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรรมสำคัญต่างๆ                                                                                                              Piazza IV Novembre | For a detailed breakdown on the exhaust… | Flickr
  • นำท่านถ่ายรูปกับ Fontana Maggiore น้ำพุสไตล์ยุคกลางที่โดดเด่นและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี ตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัส สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13
  • นำท่านชม มหาวิหารเปรูจา (Perugia Cathedral) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า มหาวิหารเมโทรโพลิแทนเซนต์ลอว์เรนซ์ เป็นมหาวิหารโรมันคาทอลิกในเปรูจา แคว้นอุมเบรีย ทางตอนกลางของอิตาลี อุทิศแด่นักบุญลอว์เรนซ์ เดิมทีเป็นที่ตั้งของบาทหลวงและอาร์ชบิชอปแห่งเปรูจา และตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986 มหาวิหารแห่งนี้ก็ได้รับเลือกเป็นอัครสังฆมณฑลเปรูจา-ซิตตาเดลลาปีเอเว

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
SANGALLO PALACE HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY4

เปรูจา - อัสซีซี - สเปลโล - แตร์นี่

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านเดินทางสู่เมืองอัสซีซี (Assisi) (ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ใช้เวลา 30 นาที) เมืองมรดกโลกยูเนสโกในแคว้นอุมเบรีย ขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านเกิดของนักบุญฟรานซิส
  • นำท่านชม มหาวิหารเซนต์ฟรานซิสแห่งอัสซีซี (Basilica of St. Francis of Assisi) สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่เก็บร่างของนักบุญฟรานซิสแห่งอัสซีซี (Saint Francis of Assisi) ผู้ก่อตั้งคณะฟรันซิสกัน ซึ่งท่านสิ้นชีวิตในปี ค.ศ. 1226 องค์ประกอบหลักของมหาวิหารคือ โบสถ์สองชั้นที่สร้างซ้อนกัน ประกอบด้วย โบสถ์ล่าง และ โบสถ์บน รวมทั้ง สุสาน ที่เป็นที่ฝังร่างของนักบุญฟรานซิส มหาวิหารเริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1228 ภายใต้การนำของ หลวงพ่อเอเลีย (Brother Elias) อัครทูตแห่งคณะฟรันซิสกันและผู้ดูแลการก่อสร้าง มหาวิหารแห่งนี้ถือเป็นงานศิลปะและศาสนสถานชิ้นสำคัญของอิตาลีและของโลกเนื่องจากมีภาพจิตรกรรมฝาผนังจากศิลปินยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาหลายท่าน ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 2000                                                                                      Italy-1768 - Piazza Inferiore di San Francesco | PLEASE, no … | Flickr
  • นำท่านชม ป้อมรอคคา มาจโจเร (La Rocca Maggiore) เป็นป้อมปราการยุคกลางที่ตั้งอยู่บนยอดเขาซูบาซิโอ (Mount Subasio) ถูกสร้างขึ้นเมื่อราวศตวรรษที่ 12 ซึ่งทำหน้าที่เป็นป้อมปราการทางทหารที่คอยปกป้องเมืองและเป็นที่พำนักของบุคคลสำคัญหลายยุคสมัย ป้อมแห่งนี้เป็นพยานของประวัติศาสตร์กว่า 800 ปี โดยถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 2000 (25 ปีที่แล้ว) ในฐานะส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลก
  • นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสปีอัซซา เดล โคมูเน (Piazza del Comune) เป็นใจกลางเมืองที่มีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมยุคกลางที่สวยงาม รายล้อมด้วยร้านกาแฟ เสาวิหารมิเนอร์วา และหอระฆัง Torre del Popolo ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางสำคัญที่นักท่องเที่ยวสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศอันงดงามของเมืองนี้ได้อีกด้วย อิสระท่านตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางสู่เมืองสเปลโล (Spello) เป็นเมืองโบราณยุคกลางแสนสวยงามในแคว้นอุมเบรีย ขึ้นชื่อเรื่องฉายา “เมืองแห่งดอกไม้” ที่บ้านเรือนหินปูนประดับด้วยกระถางดอกไม้หลากสีสันตลอดทั้งปี เทืองสเปลโลเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนกลับไปถึงสมัยโรมันโบราณ ชื่อเดิมของเมืองคือ “ฮิสเปลลุม” (Hispellum) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงรากฐานอันแข็งแกร่งในยุคนั้น เมืองแห่งนี้ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของเมืองยุคกลางไว้อย่างสมบูรณ์ ด้วยกำแพงเมืองโรมัน ประตูเมืองเก่าแก่ และถนนหินกรวดที่คดเคี้ยว สเปลโลมีชื่อเสียงจากเทศกาลอินฟิโอราตา (Infiorata) ซึ่งเป็นเทศกาลประจำปีที่จัดขึ้นในวันคอร์ปัสคริสตี (Corpus Christi) โดยชาวเมืองจะร่วมกันสร้างพรมดอกไม้ที่สวยงามตระการตาบนถนนเพื่อเฉลิมฉลอง
  • นำท่านชม มหาวิหารซานตามาเรียมัจโจเร (Santa Maria Maggiore) ตั้งอยู่ในจัตุรัสปิอาซซา มัตเตออตติ โบสถ์ซานตามาเรียมาจโจเร สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12-13 บนซากปรักหักพังของแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์ของเทพีเวสตาและเทพีจูโน และได้รับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในช่วงศตวรรษที่ 17 โดยด้านหน้าโบสถ์โดดเด่นด้วยประตูทางเข้าแบบโรมาเนสก์ในศตวรรษที่ 13 ซึ่งเป็นผลงานของช่างแกะสลักหินอ่อน บินเนลโล และริดอลโฟ และหอระฆังที่จากศตวรรษที่ 13 ภายในโบสถ์มีผลงานศิลปะล้ำค่ามากมาย เช่น โบสถ์น้อยบาลิโอนีที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังโดยปินตูริคคิโอซึ่งมีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ 16 พื้นกระเบื้องมาโจลิกาของเดรูตา แท่นบูชาหลักพร้อมแท่นเก็บศีลศักดิ์สิทธิ์ โดยร็อคโค ดา วิเชนซา และเสาที่ขนาบข้างมุขโค้งพร้อมภาพจิตรกรรมฝาผนังสองภาพโดยเปรูจิโน                        Nave, Santa Maria Maggiore | Basilica di Santa Maria Maggior… | Flickr
  • นำท่านถ่ายรูปกับประตู Porta Consolare และ Porta Venere ซึ่งเป็นประตูเมืองโบราณตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมันในอดีต
  • อิสระท่านเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร
  • นำท่านเดินทางสู่เมืองแตร์นี่ (Terni) (ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชม.)

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
VALENTINO HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY5

แตร์นี่ - ซิวิตา ดิ แบนอริจิโอ - ปิติกลิอาโน - แตร์นี่

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้าน ซิวิตา ดิ แบนอริจิโอ (Civita di Bagnoregio) (Unseen) (ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชม. 20 นาที) หมู่บ้านเล็กๆ บนเนินเขาในแคว้นลาซิโอ ใกล้ๆกรุงโรม มีการตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่ 2,500 ปี ภายในมีบ้านเรือนที่ทำจากหินอายุหลายร้อยปี มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้รับการยอมรับว่าคือ เพชรเม็ดงามแห่งแคว้นลาซิโอ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 100 คนเท่านั้น ยิ่งในฤดูหนาวจะมีประชากรอาศัยอยู่ไม่ถึง 20 คน จากนั้นให้ท่านเดินขึ้นชมเมืองด้านบนCivita di Bagnoregio 8 by CitizenFresh on DeviantArt

*** หมายเหตุ ทางเดินขึ้นหมู่บ้านเป็นสะพานยาว และลาดชัน ระยะทางประมาณ 700 เมตร ไม่แนะนำให้ท่านที่มีปัญหาเกี่ยวกับขา หัวเข่า เดินขึ้น หรือผู้สูงอายุ หรือวิลแชร์ ***

  • อิสระท่านตามอัธยาศัย จากนั้นได้เวลานัดหมายนำท่านกลับลงสู่ด้านล่าง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองปิติกลิอาโน (Pitigliano) (ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชม.) เป็นเมืองประวัติศาสตร์อันน่าทึ่ง ตั้งอยู่บนหน้าผาหินภูเขาไฟ (Tuff) ในแคว้นทัสคานี ประเทศอิตาลี ได้ฉายาว่า “Little Jerusalem” เนื่องจากมีชุมชนชาวยิวรุ่งเรืองในอดีต โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมหินที่ดูเหมือนผุดขึ้นมาจากหน้าผา
  • นำท่านชม The Medici aqueduct เป็นท่อส่งน้ำที่ออกแบบมาเพื่อส่งน้ำมายังปิติกลิอาโน เริ่มโครงการก่อสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 โดยได้รับการออกแบบโดยอันโตนิโอ ดา ซานกัลโล การก่อสร้างโครงการนี้มีความซับซ้อนอย่างมากเนื่องจากภูมิประเทศที่ขรุขระ ซึ่งมีเนินลาดชันมากระหว่างเมืองปิติกลิอาโนและหุบเขาด้านล่าง ซึ่งมีแม่น้ำสามสายไหลผ่าน งานดำเนินไปเป็นเวลานานหลายปีจนกระทั่งศตวรรษที่ 17 เมื่อเมืองนี้เปลี่ยนจากเขตปกครองของออร์ซินีไปเป็นของเมดิชี ซึ่งได้ผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแกรนด์ดัชชีแห่งทัสคานี ตระกูลเมดิชีได้ดำเนินการต่อจนแล้วเสร็จ ท่อส่งน้ำนี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1639
  • จากนั้นนำท่านชม ย่านเมืองเก่าปิติกลิอาโน (Centro Storico) เดินชมสถาปัตยกรรมหินเก่าแก่ ป้อมปราการ และมุมถ่ายภาพทิวทัศน์เมืองจากภายนอกที่สวยงามราวกับภาพวาด
  • นำท่านชมโบสถ์ยิวแห่งปิติกลิอาโน (Synagogue of Pitigliano) หรือที่รู้จักในชื่อ “La Piccola Gerusalemme” (เยรูซาเล็มน้อย) ตั้งอยู่ในย่านประวัติศาสตร์ของเมืองปิติกลิอาโน แคว้นทัสคานี ประเทศอิตาลี เป็นสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ชาวยิวที่มีอายุกว่า 400 ปี สร้างขึ้นในปี 1598 โดย Leone di Sabato และเป็นศูนย์กลางของชุมชนชาวยิวที่นี่มายาวนาน ภายในตกแต่งอย่างสวยงามในสไตล์บารอกและโรโคโค โดยมีการบูรณะครั้งสำคัญในปี 1995 หลังจากได้รับความเสียหายจากดินถล่ม (ปิดทุกวันเสาร์) จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร
  • นำท่านเดินทางสู่เมืองแตร์นี่ (Terni) (ระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชม. 45 นาที)

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
VALENTINO HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY6

แตร์นี่ - ปีเอนซ่า - มอนตัลชิโน - WINE TASTING - เซียน่า

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านออกเดินทางสู่เส้นทาง วาดอร์เซีย (Val D’Orcia) เส้นทางที่ว่ากันว่าสวยที่สุดในแคว้นทัสคานีระหว่างทางท่านจะได้เห็นวิวท้องทุ่ง ที่มีบ้านชาวนา และต้นไซเปรซ ที่ยืนเด่นตามแนวท้องทุ่ง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก (Unesco) ให้เป็น World Cultural Landscape  ซึ่งหลายๆทิวทัศน์แห่งนี้ถูกเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ของ Hollywoodให้ท่านได้เพลิดเพลินวิวตลอดสองข้างทาง
  • นำท่านสู่เมือง ปีเอนซ่า (Pienza) หรือเพียนซ่า (ระยะทาง 165 กม. ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. 30 นาที) เมืองปีเอนซ่า เป็นเมืองเล็กๆที่สวยงามยุคเรอเนสซองซ์ เป็นหมู่ที่นักท่องเที่ยวต่างหลงไหล เดิมมีชื่อเรียกว่า Corsignano และเป็นบ้านเกิดของ Pope Pius II ซึ่งได้รับคัดเลือกให้เป็นพระสันตะปาปาในปี ค.ศ.1458 หลังจากได้รับตำแหน่งเมือวนี้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมดและเปลี่ยนมาเป็นชื่อปีเอนซ่า หรือเพียนซ่า เพื่อเป็นเกียรติศักดิ์แก่ตนเอง
  • นำท่านเดินเล่นถ่ายรูปกับพระราชวังองค์สันตะปาปา บ้านเรือนที่ยังคงถูกอนุรักษ์ไว้อย่างดี ซึ่ง ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (Unesco) จากนั้นให้ท่านได้ชมวิวจากตัวเมืองมองลงไปเห็นท้องทุ่งแห่งแคว้นทัสคานี และ เลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองมอนตัลชิโน (Montalcino) (ระยะทาง 25 กม. ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเป็นเมืองยุคกลางที่สวยงาม ตั้งอยู่บนเนินเขา ขึ้นชื่อระดับโลกเรื่องไวน์แดง Brunello di Montalcino ที่มีคุณภาพสูง                                                                                                                    File:Italy tuscany montalcino2.jpg - Wikimedia Commons
  • เข้าชมโรงงานบ่มไวน์ ให้ท่านได้ชมกรรมวิธีการบ่มไวน์ และชิมไวน์ (Wine Tasting) ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก อย่างไวน์ Brunello di Montalcino หรือ Chianti Classico จากนั้นให้ท่านได้เลือกซื้อไวน์ตามอัธยาศัย
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง เซียน่า (SIENA) หรือเมืองซีเอน่า (ระยะทาง 45 กม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.) เมืองใหญ่อันดับ 2 ในแคว้นทัสคานี ถือเป็นเมืองในยุคกลางที่ถือว่าเป็นเมืองคู่แข่งของเมืองฟลอเรนซ์ เมืองเซียน่ายังได้รับการยอมการประกาศเป็นเมืองมรดกโลก (Unesco) อีกด้วย เนื่องจากความเก่าแก่และความสวยงามและการอนุรักษ์ไว้อย่างดีของชาวเมืองเซียน่า

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารเมืองพื้นเมือง
FOUR POINTS BY SHERATON SIENA หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

หมายเหตุ : เซียน่า มีโรงแรมจำกัดและห้องพักมีขนาดเล็ก หากโรงแรมเต็มทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ย้ายไปพักเมืองข้างเคียง

DAY7

เซียน่า - มอนเตริจโจนี - ซาน จิมิยาโน - วาเลียโจ

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านเดินชมเมืองเซียน่า นำท่านเข้าสู่จตุรัส เดล คัมโป (Piazza del Campo) เป็นจตุรัสใจกลางเมืองที่บ่งบอกประวัติศาสตร์ของเมืองเซียน่าได้เป็นอย่างดี และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในจตุรัสที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญๆ จำนวนมาก                                File:Siena5.jpg - Wikimedia Commons
  • นำท่านเข้าชมมหาวิหารเมืองเซียน่า (Duomo di Siena) มหาวิหารประจำเมืองเซียน่า ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 1200 ด้วยสไตล์กอธิคและเรเนซองส์ ที่ประดับประดาตกแต่งอย่างวิจิตรอลังการและสวยงามมาก โดยเฉพาะด้านในของตัววิหารที่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับเมืองเซียน่าไว้ได้อย่างสวยงามและเป็นโบสถ์ 1 ใน 5 โบสถ์ที่สวยที่สุดในประเทศอิตาลี อีกด้วย                                                              Mosaic Floor of Siena Cathedral: history and facts - Italia.it

(หมายเหตุ : การเปิด-ปิดให้เข้าชมโบสถ์ หากกรณีมีการประกอบพิธีสำคัญไม่อนุญาตให้เข้าชมด้านในโบสถ์ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ให้ถ่ายรูปด้านนอกเท่านั้น)

  • จากนั้นนำท่านเดินเล่นชมเมืองเก่าเซียน่า (SIENA OLD TOWN) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ในปี 1995 (UNESCO) ชมความเป็นเมืองเก่าสมัยฟื้นฟูศิลปะวิทยาการหรือยุคเรอเนสซองส์ เต็มไปด้วยอาคารต่างๆ โบสถ์ และพิพิธภัณฑ์ และสัมผัสบรรยากาศของประวัติศาสตร์และร้านค้ามากมาย เซียน่าเป็นเมืองคู่แข่งของฟลอเรนซ์ในเรื่องของศิลปะและสถาปัตยกรรม

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

  • นำท่านเดินทางสู่เมืองมอนเตริจโจนี (Monteriggioni) (ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ใช้เวลา 30 นาที) เป็นหมู่บ้านป้อมปราการยุคกลางที่อนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ในแคว้นทัสคานี โดดเด่นด้วยกำแพงหินและหอคอย 14 แห่งล้อมรอบเมือง
  • นำท่านเดินชมกำแพงเมือง (Walls of Monteriggioni) ซึ่งสามารถเดินขึ้นไปบนกำแพงเมืองเพื่อชมวิวทิวทัศน์มุมสูงของทัสคานีและตัวเมืองโบราณ โดยเมืองนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 13 สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นป้อมปราการป้องกันเมืองฟลอเรนซ์ที่เป็นคู่แข่งในสมัยนั้น ซึ่งเอกลักษณ์ของที่นี่คือกำแพงที่ล้อมรอบเมือง มีลักษณะเป็นวงกลม มีความยาวประมาณ 570 เมตร และสูง 10 เมตร                File:The village of Monteriggioni from above.jpg - Wikimedia Commons
  • นำท่านชมจัตุรัส Piazza Roma จัตุรัสกลางเมือง อิสระท่านเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย
  • นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองซาน จิมิยาโน (SAN GIMIGNANO) (ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ใช้เวลา 40 นาที) เมืองเล็กๆ ที่มี ทิวทัศน์งดงามที่สุดในแคว้นทัสคานี ตั้งอยู่บนเนินเขาที่ล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองโบราณ เป็นเมืองแห่งสุดยอดสถาปัตยกรรมของยุคกลาง โดยเฉพาะหอคอยสูงตระหง่าน 14 หอ ที่สามารถมองเห็นได้แม้อยู่ห่างจากตัวเมืองหลายกิโลเมตร เป็นเมืองเดียวในอิตาลีที่สามารถอนุรักษ์สิ่งก่อสร้างและสถาปัตยกรรมยุคกลางไว้ได้อย่างครบถ้วนจนได้รับการประกาศเป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์กร (UNESCO)                                                                                                                        San Gimignano, Tuscany: The highlights of this region can all be found in one gorgeous village
  • นำท่านถ่ายรูปกับโบสถ์ประจำเมือง (SAN GIMIGNANO DUOMO) โบสถ์หลักประจำเมืองตั้งอยู่ในจัตุรัสดูโอโม (PIAZZA DEL DUOMO) ภายในมีการตกแต่งแบบโรมาเนสก์ และมีภาพเฟรสโกตกแต่งกำแพงภายในโบสถ์ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา ชมภายนอกพระราชวังโปโปโล (POPOLO PALACE) อดีตเป็นที่ตั้งของศาสนา คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 55.86 เมตร น้ำหนักรวม 14,500 ตัน มีบันได 293 ขั้น เอียง 3.97 องศา ยอดของหอห่างจากแนวตั้งฉากประมาณ 3.9 เมตร ถ่ายรูปกับ La Rocca ป้อมโบราณสมัยศตวรรษที่ 14                              People at Piazza del Duomo in San Gimignano, Italy · Free Stock Photo
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง วาเลียโจ (Viareggio) (ระยะทางประมาณ 103 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชม. 20 นาที)

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
PALACE HOTEL VIAREGGIO หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว (พัก 2 คืน)

หมายเหตุ : โรงแรม มีจำกัดหากเต็มทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไปนอนเมืองข้างเคียง

DAY8

วาเลียโจ - ลา สเปเซีย - หมู่บ้านชิงเกว่ แตร์เร - วาเลียโจ

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง ลา สเปเซีย (La Spezia) เมืองท่าที่เป็นประตูสู่ 5 หมู่บ้านริมทะเลที่สวยที่สุดในโลก) (ระยะทางประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชม.)
  • นำท่านนั่งรถไฟสู่หมู่บ้านชิงเกว่ แตร์เร (CINQUE TERRE) หมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งอยู่บน ชายฝั่งริเวียร่าของอิตาลี CINQUE TERRE มีความหมายว่า ห้าดินแดน(FIVE LANDS) ประกอบด้วยหมู่บ้าน 5 แห่งได้แก่ ,MANAROL, RIOMAGGIORE , VERNAZZA ,CORNIGLIA. MONTEROSSO AL MARE โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้มีหุบเขาล้อมรอบประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฯ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ด้วย (UNESCO)
  • เรานำท่านชมหมู่บ้านเพียงบางส่วนเท่านั้น เช่น หมู่บ้าน MANAROLA / หมู่บ้าน RIOMAGGIORE ซึ่งเป็น 2 หมู่บ้านที่สวยที่สุด                                                                            Manarola | Manarola (Manaea in the local dialect) is a small… | Flickr         

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • จากนั้นให้ท่านเดินเล่นชมเมือง จนได้เวลานัดหมายนำท่านเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
PALACE HOTEL VIAREGGIO หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY9

วาเลียโจ - มิลาน - ช้อปปิ้ง

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก 

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง มิลาน (MILAN) (ระยะทาง 260 กิโลเมตร ใช้เวลา 3 ชม. 30 นาที) เมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ในแคว้นที่ราบลอมบาร์ดีเป็น เมืองที่มีชื่อเสียในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน และ โรม

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย       

  • จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ลานจตุรัสบริเวณ มหาวิหารแห่งมิลานหรือมิลานดูโอโม (DUOMO) สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองซึ่งมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร สร้างขึ้นด้วย หินอ่อนสีขาวในศิลปะแบบโกธิคใช้เวลาสร้างนานกว่า 500 ปีปัจจุบันเป็นโบสถ์แคธอล์ลิกที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกและเป็นมหาวิหารใหญ่อันดับ 4 ของโลก สูง 157 เมตรกว้าง 92 เมตรเริ่มสร้างในปีค.ศ. 1386 ใช้เวลาก่อสร้าง นานถึง 500 ปีชมความงดงามยอดปราสาทที่มีปลายยอดแหลมกว่า 135 ยอด                          File:Milano, Duomo with Milan Cathedral and Galleria Vittorio Emanuele II, 2016.jpg - Wikimedia Commons
  • อิสระให้ทุกท่านช้อปปิ้งเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัยบริเวณอาคารแกลเลอเรีย วิคตอริโอ เอมานูเอล 2  (Galleria Vittorio Emanuele II) เป็นห้างหรือศูนย์การค้าที่เก่าแก่ที่สุดในโลก อาคารนี้สวยงามมากๆ พอเข้าไปข้างใน ซึ่งเป็นอาเขตยิ่งสวยงาม เรียกว่าเป็นอาคารช้อปปิ้งที่สวยสุดแห่งหนึ่งของโลกก็ว่าได้ มีชื่อเรียกเล่นๆ ว่าเป็นห้องนั่งเล่นของเมืองมิลาน นอกจากจะมีสินค้าแบรนด์เนมขายแล้ว ยังมีร้านกาแฟที่เรียกกันว่าไซด์วอล์คคาเฟ่ สามารถนั่งจิบคาปูชิโน นั่งดูหนุ่มสาวแต่งกายด้วยเสื้อผ้าทันสมัยFile:Galleria Vittorio Emanuele Ii In Milan Italy (180289449).jpeg - Wikimedia Commons

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
DOUBLETREE BY HILTON MILAN HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY10

มิลาน - สนามบิน

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • อิสระทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
  • จากนั้นได้เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน ให้ท่านได้มีเวลาทำ TAX REFUND
  • 14.05 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 941
DAY11

สนามบินสุวรรณภูมิ - กรุงเทพฯ

  • 05.55 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ


แชร์ให้เพื่อน