ทัวร์นอร์เวย์ อันซีน


Tour by HappyLongway

รายละเอียดโปรแกรมทัวร์-ทัวร์นอร์เวย์ อันซีน

รหัสทัวร์ : UNSEEN NORWAY AURORA HUNTING 12 DAYS (TG) FJORDS & ATLANTIC OCEAN ROAD & LOFOTEN ISLAND
ระยะเวลา 12 วัน 9 คืน
สายการบิน : Thai Airways (TG)

กำหนดการเดินทาง

รอบที่ วันเดินทาง ราคา
1 23 ก.ย. 69 - 4 ต.ค. 69 285,900 บาท

สถานที่สำคัญ

  • 1
    นำท่านออกล่า แสงเหนือ AURORA HUNTINHG บนหมู่เกาะโลโฟเทน
  • 2
    ชมหมู่เกาะ LOFOTEN หมู่เกาะธรรมชาติสุดมหัศจรรย์ ประเทศนอร์เวย์
  • 3
    หมู่บ้าน HAMNOY หมู่บ้านที่ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในหมู่เกาะโลโฟเทน
  • 4
    หมู่บ้าน REINE หนึ่งในหมู่บ้านที่ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในหมู่เกาะโลโฟเทน
  • 5
    หมู่บ้าน Å เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่แหลมปลายสุดของหมู่เกาะโลโฟเทน
  • 6
    หมู่บ้าน HENNINGSVAER หมู่บ้านที่มีสนามฟุตบอลสวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
  • 7
    ล่องเรือชมฟยอร์ด GEIRANGER FJORD ที่งดงามที่สุดของประเทศนอร์เวย์ (Unesco)
  • 8
    ชมถนน THE ATLANTIC OCEAN ROAD ถูกยกย่องให้เป็น THE BEST ROAD TRIP IN THE WORLD
  • 9
    ชมธารน้ำแข็ง BRIKSDALSBREEN GLACIER ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป
  • 10
    นั่งรถไฟสายโรแมนติค FLAMBANEN หนึ่งในเส้นทางรถไฟที่มีทิวทัศน์สวยอันดับต้นๆของโลก
  • 11
    ชมเมือง TRONDHEIM หนึ่งในเมืองเก่าแก่และสวยงามอันดับต้นๆของประเทศนอร์เวย์
  • 12
    จุดชมวิว Stegastein View Point หนึ่งในจุดชมวิวฟยอร์ดสุดสวย
  • 13
    ชมเมือง BERGEN เมืองสีสันสวยงาม ได้รับการยกย่อยว่าเป็นหนึ่งในเมืองสวยของโลก
  • 14
    ช้อปปิ้ง กรุงออสโล เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์

HappyLongWay
ขอนำเสนอโปรแกรมทัวร์ยุโรป
ทัวร์อันซีนนอร์เวย์ ล่าแสงเหนือ
ฟยอร์ด & เส้นทางแอตแลนติค & หมู่เกาะโลโฟเทน
โดยสายการบินไทย (TG)

DAY1

สนามบินสุวรรณภูมิ - กรุงเทพฯ

  • 21.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 4 เคาน์เตอร์ H สายการบินไทย พบเจ้าหน้าที่บริษัทอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
DAY2

ออสโล - เบอร์เก้น - ชมเมือง

  • 00.20 น. ออกเดินทางสู่ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 954
  • 06.50 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานออสโล การ์เดอร์มอน (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
  • 10.40 น. ออกเดินทางสู่เบอร์เก้น โดยสายการบินนอร์วีเจียน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ DY608

***หมายเหตุ ไฟล์ทบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง ***

  • 11.35 น. เดินทางถึงสนามบินเบอร์เก้น นำท่านตรวจรับสัมภาระ
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ตัวเมือง เบอร์เก้น (BERGEN) เมืองใหญ่อันดับสองได้รับยกย่องว่าเป็น “เมืองแห่งวัฒนธรรม” และเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ตัวเมืองเรียงรายไปด้วยบ้านเรือนเก่าแก่อายุกว่า 1,000 ปี ปัจจุบันมีประชากรอาศัยอยู่ 225,000 คน สถานที่สวยงามที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จนได้รับการบันทึกภาพมากที่สุด

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านชมเมืองเบอร์เก้น (Bergen) ชมเมืองในฝันที่แสนน่ารัก เป็นเมืองท่าที่สำคัญของนอร์เวย์มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 เมืองนี้ล้อมรอบด้วยภูเขาถึงเจ็ดลูก มีท่าเรือที่ยาวถึง10 กิโลเมตร เที่ยวชมเขตเมืองเก่าอันเป็นที่ตั้งของ Fish Market และ Bryggen ที่ยังคงอนุรักษ์อาคารไม้ที่มีอายุเกือบ 300 ปี ซึ่งเป็นตัวอย่างการก่อสร้างที่โดดเด่น จนได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (Unesco)Bryggen - Wikipedia
  • อิสระให้ท่านได้เดินเล่นย่านถนนคนเดิน มีร้านค้ามากมายให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากที่ระลึก
  • จากนั้นนำคณะนั่งรถราง Floibanen ขึ้นสู่ยอดเขา Floyen บนความสูง 320 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลเพื่อให้ท่านได้ชมวิวทิวทัศน์ของเมือง อันเป็นภาพบรรยากาศที่งดงามไม่ควรพลาด                        File:Vista de Bergen desde la montaña Fløyen, Noruega, 2019-09-08, DD 48.jpg - Wikimedia Commons

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย
RADISSON BLU ROYAL HOTEL BERGEN หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY3

เบอร์เก้น - Stegastein View Point - ฟลอม - นั่งรถไฟเส้นทางสายโรแมนติก FLAMBANEN - ไมดาล - สไกย์

  รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านเดินสู่ จุดชมวิว Stegastein View Point (ระยะทาง 180 ก.ม. ใช้เวลา 2 ชม. 30 นาที) จุดชมวิวที่สร้างทางยื่นออกมาจากริมผา ให้มุมมองที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะดูเหมือนทางเดินไม่สิ้นสุดไหลลงไปในหุบเหวโดยมีความสูง 609 เมตร ฐานของแผ่นไม้สร้างขี้นจากคอนกรีตและโครงเหล็กเพื่อความแข็งแรงเหนือฟยอร์ด Aurland อันสวยงาม                                                                      People admiring sunset from Stegastein … – License image – 71349993 ❘ lookphotos
  • อิสระให้ท่านเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย

***หมายเหตุ การเดินทางสู่จุดชมวิวขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ***

  • จากนั้นนำเดินทางสู่เมือง ฟลอม (Flam) (ระยะทาง 30 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) ในเขตภูมิภาคซองก์ฟยอร์ด ผ่านหมู่บ้านชนบทที่มีความสำคัญในด้านศูนย์กีฬาฤดูหนาวของยุโรปเหนือตลอดเส้นทางท่านจะได้เห็นวิวทิว ทัศน์ของลำธารที่กัดเซาะหุบเขาจนเป็นเหวขนาดใหญ่ เข้าสู่เขตเมืองฟลอมใกล้กับฟยอร์ด Aurland ที่มีภูมิทัศน์งดงามสุดสายตา ถือเป็นหนึ่งนในหมู่บ้านสวยของประเทศนอร์เวย์File:Flam, view from Brekkefossen waterfall - Flam, Norway - panoramio.jpg - Wikimedia Commons

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำคณะนั่งรถไฟเส้นทางสายโรแมนติก (FLAMBANEN) สู่ ไมดาล ซึ่งเป็นศูนย์กลางของรถไฟสายโรแมนติกตั้งอยู่บนความสูง 857 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลใกล้กับฟยอร์ด Aurland ที่มีภูมิทัศน์งดงามสุดสายตา คุณจะได้ชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติฟยอร์ด อันเกิดจากการละลายของธารน้ำ แข็งปกคลุมเหนือดินภาพของหิมะที่ปกคลุมอยู่นยอดเขา เส้นทางรถไฟจะผ่านอุโมงค์, ลอดภูเขา, สะพานข้ามหุบเขาและแม่น้ำ และจอดให้ท่านได้ถ่ายภาพกับน้ำตก Kjosfossen ที่งดงามตลอดฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูร้อนตลอดจนภูมิทัศน์อันงดงามของฟยอร์ดที่มีอยู่มากมาย ให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจThe Flåm Railway | Sightseeing | Flåm | Norway

***หมายเหตุ รอบรถไฟอาจมีการเปลี่ยนแปลง***

  • จากนั้นนำท่านเดินชมเมืองฟลอม ให้ท่านเดินเล่นเก็บภาพเมืองสวยนี้
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง สไกย์ (Skei) (ระยะทาง 130 ก.ม. ใช้เวลา 2 ชม.) เมืองเล็กๆในเขตฟยอร์ด ที่โอบล้อมด้วยภูเขา มีวิว ทิวทัศน์อันสวย

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
THON PARTNER HOTEL JØLSTER หรือระดับเทียบเท่า 3 – 4 ดาว

**หมายเหตุ : โรงแรมเมือง Skei มีจำกัด หากเต็มทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ย้ายไปนอนเมืองข้างเคียง และโรงแรมในเขตภูมิภาคฟยอดส่วนมากมีโรงแรม 3 ดาว **

DAY4

สไกย์ - ธารน้ำแข็งบริกสดาล - ไกแรงเกอร์

 รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ธารน้ำแข็งบริกสดาล (Briksdalsbreen Glacier) (ระยะทาง 82 ก.ม. ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 40 นาที) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ทุ่งน้ำแข็งยอสเทอดาล (Jostedal glacier ice field) ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป เมื่อหมื่นกว่าปีก่อน บริเวณที่เป็นประเทศนอร์เวย์ปัจจุบันถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งเป็นบริเวณกว้าง แต่เมื่อผ่านพ้นยุคน้ำแข็งและอุณหภูมิโลกสูงขึ้น ทำให้น้ำแข็งที่จับตัวทับถมกันหนาเริ่มละลาย ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา สภาพแวดล้อม รวมถึงกำเนิดชีวิตต่างๆ ขึ้นมาใหม่มากมาย แต่ธารน้ำแข็งแห่งยอสเทอดาลยังคงอยู่และกลายเป็นแหล่งสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกได้ใช้ศึกษาทั้งด้านธรณีวิทยาและประวัติศาสตร์ตลอดช่วงศตวรรษที่ผ่านมา
  • จากนั้นนำท่านเปลี่ยนบรรยากาศในการนั่งรถขับเคลื่อน 4 ล้อขนาดเล็ก ขึ้นสู่ยอดเขาที่เป็นที่ตั้งของธารน้ำแข็งที่มีชื่อเสียงของนอร์เวย์
  • นำท่านชม ธารน้ำแข็งบริกเดล (BRIKSDALSBRE) ธารน้ำแข็งเกิดจากการที่หิมะตกลงมาแล้วสะสมกันมานานจนมีความหนา 45-60 เมตร แล้วมีการเคลื่อนตัวลงมาอย่างช้าๆ ทำให้เกิดการสึกกร่อนลึกลงไป เพราะความหนักของหิมะที่สะสมกันจนเป็นน้ำแข็ง ธารน้ำแข็งที่เคลื่อนตัวไปในหุบเขาก็จะค่อยๆแตกออกแล้วละลายกลายเป็นลำธาร ธารน้ำแข็งที่ถูกตัดขาด และแตกออกไหลลงทะเลเรียกว่า ภูเขาน้ำแข็งสีของธารน้ำแข็งมักจะมีสีเขียวแกมม่วงหรือแกมน้ำเงิน ให้ท่านเพลิดเพลินกับความงามตามอัธยาศัยFile:Briksdalsbreen with glacial lake, Sogn og Fjordane, Norway, 2013 June.jpg - Wikimedia Commons

***หมายเหตุ Troll cars เปิดให้บริการระหว่างเดือน พฤษภาคม – ต้นเดือนตุลาคม เท่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ***

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางสู่เมืองไกแรงเกอร์ (Geiranger) ตั้งอยู่สุดปลายของ ไกแรงเกอร์ฟยอร์ด (Geirangerfjord) ซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโกที่โดดเด่นด้วยหน้าผาสูงชันและน้ำตกสวยงาม โดยฟยอร์ดแห่งนี้มีความยาวประมาณ 15 กิโลเมตร) และมีความโดดเด่นจากหน้าผาที่สูงชันและน้ำตกที่ลดหลั่นลงมา ไกแรงเกอร์ฟยอร์ดเกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งในยุคน้ำแข็งเมื่อกว่าล้านปีก่อน ทำให้เกิดเป็นภูมิทัศน์อันงดงามที่เต็มไปด้วยหุบเขาสูงชันและน้ำทะเลสีเขียวมรกต โดยขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 2005

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
UNION HOTEL GEIRANGER หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว

DAY5

ไกแรงเกอร์ - ล่องเรือไกแรงเกอร์ฟยอร์ด - เฮลเลสซิลท์ - อาเลซุนด์ - ถนน ATLANTIC OCEAN ROAD - คริสเตียนซุนด์

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านสัมผัสประสบการณ์ล่องเรือชมความงดงามของไกแรงเกอร์ฟยอร์ด (GEIRANGER FJORD) ที่ชาวนอร์เวย์ให้การยกย่องว่าเป็นฟยอร์ดที่งดงามที่สุดของประเทศ และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2005 (UNESCO)                                                                                  Tickets & Tours - Geiranger, Norway - Viator
  • เดินทางสู่ท่าเรือเฮลเลสซิลท์ (Hellesylt)
  • ระหว่างล่องเรือท่านจะได้ผ่านชมน้ำตกสูงทั้ง 7 ชั้นแห่ง SEVEN SISTERS FALLS หนึ่งในเอกลักษณ์ของไกแรงเกอร์ฟยอร์ด ตลอดเส้นทางท่านจะได้ชื่นชมกับแหล่งฟยอร์ดที่มีธรรมชาติของขุนเขาที่งดงาม สงบเงียบ ทั้งน้ำตกอันหลากหลายที่ กระเซ็นละอองน้ำจากเขาสูงใหญ่สู่เบื้องล่าง ตลอดจนแหล่งกลาเซียร์ที่สะท้อนแสงอันแวววาวตระการตาตัดกับทะเลสาบสีฟ้าอ่อนและต้นสนอันเป็นภาพที่งดงามเหนือคำบรรยาย ให้ท่านได้ชื่นชมกับไกแรงเกอร์ฟยอร์ด (GEIRANGER) เปรียบเสมือนอัญมณีเม็ดงามที่ประดับไว้ในมงกุฎของฟยอร์ดแห่งนอร์เวย์เป็นอ่าวแคบๆที่ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาที่มีหิมะปกคลุม แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ อาทิ น้ำตก ป่าอันสวยงามปกคลุมไปด้วยพืชสีเขียวตัดกับสีน้ำเงินทะเลอันเป็นภาพแบบพาโนรามาที่สวยที่สุดในนอร์เวย์ (ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.)                                   File:Seven Sisters and The Suitor waterfalls - Geirangerfjord, Norway - panoramio.jpg - Wikimedia Commons
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองอาเลซุนด์ (Ålesund) (ระยะทาง 85 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เป็นเมืองท่าที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งบนชายฝั่งตะวันตกของนอร์เวย์ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์อาร์ตนูโว (Art Nouveau) โดยเมืองถูกสร้างใหม่เกือบทั้งหมดในสไตล์นี้หลังจากเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในปี 1904 ทำให้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนเมืองใดในนอร์เวย์

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางสู่ จุดชมวิว Fjellstua (Aksla Viewpoint) เพื่อชมวิวทิวทัศน์ 360 องศาของเมืองท่าที่ตั้งอยู่บนเกาะ ขนานไปกับเทือกเขาแอลป์สุนน์มอร์
  • นำท่านเดินทางสู่เววอง (VEVANG) (ระยะทาง 128 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง) จุดเริ่มของเส้นทางสายแอตแลนติค (THE ATLANTIC OCEAN ROAD) เป็นเส้นทางเลียบชายฝั่งที่สวยงาม มีความยาวประมาณ 8.3 กิโลเมตร และได้รับการยกย่องจากนิตยสาร THE GUARDIAN ของอังกฤษให้เป็น THE BEST ROAD TRIP IN THE WORLD โดยถนนเส้นนี้ประกอบไปด้วยสะพาน 8 แห่งที่เชื่อมเกาะแก่งต่างๆ เป็นช่วงที่น่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง อีกทั้งยังได้เพลิดเพลินไปกับความงดงามของน้ำทะเลสีฟ้าสดใส อันเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่แปลกใหม่และน่าประทับใจอย่างยิ่งจนกระทั่งถึงเมือง คาร์วัก (Karvag) ให้ท่านได้เพลิดเพลินตลอดเส้นทางสุดสวยนี้
  • นำท่านออกเดินทางสู่เมืองคริสเตียนซุนด์ (KRISTIANSUND) (ระยะทาง 30 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) เมืองท่าแห่งการท่องเที่ยวที่ตั้งชายฝั่งตะวันตกของประเทศนอร์เวย์ เป็นอีกเมืองที่มีความโดดเด่นในเรื่องของสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงชายฝั่งอ่าวธรรมชาติอันงดงามโดยย่านสำคัญๆต่างๆของเมืองคริสเตียนซุนด์นั้นตั้งอยู่บนเกาะหลักๆ จำนวน 4 เกาะที่ถูกเชื่อมต่อเข้าหากันด้วยถนน สะพาน รวมไปถึงการใช้เรือสัญจร อีกทั้งยังถือว่าเป็นเมือง ที่เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญของภูมิภาคอีกด้วย ย่านเมืองเก่าของเมืองคริสเตียนซุนด์ ที่เรียกกันว่า INNLANDET ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมชายฝั่งทะเล ชื่นชมในความงดงามของอาคาร โบราณที่มีสถาปัตยกรรมที่ไม่ซ้ำกัน

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
THON HOTEL KIRSTIANSUND หรือเทียบเท่า ระดับ 4 ดาว

DAY6

คริสเตียนซุนด์ - ทรอนด์เฮม - ชมเมือง

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านถ่ายรูปกับ คริสเตียนซุนด์ โอเปร่าเฮาส์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นโอเปร่าเฮาส์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศนอร์เวย์ โดยมีการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 1914 ตัวอาคารถูกสร้างขึ้นในสไตล์ อาร์ตนูโว อาคารเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมือง และเป็นหนึ่งในอาคารไม่กี่แห่งที่รอดเหตุระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จากนั้นชมย่านเมืองเก่าของเมืองคริสเตียนซุนด์ ที่เรียกกันว่า INNLANDET ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมชายฝั่งทะเล ชื่นชมในความงดงามของอาคาร โบราณที่มีสถาปัตยกรรมที่ไม่ซ้ำกัน        Kristiansund - Caverion
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองทรอนด์เฮม (TRONDHEIM) (ระยะทาง 200 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศที่มีความเก่าแก่ และมีความสำคัญทางด้านมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศ เป็นศูนย์กลางทางการศึกษา วิจัยทางเทคโนโลยีและการแพทย์ของนอร์เวย์

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารนิดารูส (NIDAROS CATHEDRAL) คริสตจักรที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของยุโรป ถูกสร้างขึ้นในสถาปัตยกรรมแบบโกธิค  มหาวิหารนิดารูส ถูกสร้างขึ้นในปี 1070 และแล้วเสร็จอย่างเป็นทางการในปี 2001 นอกจากนี้แล้วในอดีต มหาวิหารนิดาโรส ยังเป็นอีกจุดหมายปลายทางที่สำคัญของเหล่านัก แสวงบุญที่เดินทางมาจากทั่วภาคเหนือของยุโรปอีกด้วย                      Royalty-Free photo: Cathedral surrounded of trees and plants | PickPik
  • นำท่านชมสะพานไม้เก่าแก่ GAMLE BYBRO อีกหนึ่งสะพานประวัติศาสตร์ ที่สร้างขึ้นในปี 1681 เป็นสะพานที่มีความโดดเด่นในเรื่องของงานแกะสลักซุ้มประตูสีแดง แต่หากมองผิวเผิน ก็มันดูคล้ายๆกับสะพานจีนอีกด้วย ในปัจจุบันประตูแห่งนี้เรียกว่า ประตูแห่งฟอร์จูน                                                      File:Lykkens Portal, Gamble Bybro, Trondheim, West view 20150605 1.jpg - Wikimedia Commons
  • ถ่ายรูปกับ หมู่บ้านชาวประมง หลากสีสันที่ตั้งเรียงรายไปตามแม่น้ำ Nidelva โดยหมู่บ้านเหล่านี้ล้วนมีความเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 18 อีกทั้งยังเป็นจุดที่ถือว่าสวยที่สุดของเมืองก็ว่าได้                    Colored Houses Along Nidelva River In Trondheim, Norway" by Stocksy Contributor "Sky-Blue Creative" - Stocksy

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
CLARION HOTEL TRONDHEIM หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY7

ทรอนด์เฮม - นาร์วิค - สโววาร์

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านเดินทางสู่สนามบินทรอนด์เฮม
  • 11.55 น. ออกเดินทางสู่สนามบิน EVENES เมืองนาร์วิก โดยสายการบิน WF เที่ยวบินที่ WF1364
  • 13.20 น. เดินทางถึงสนามบิน EVENES นาร์วิก (NARVIK) นำท่านตรวจรับสัมภาระ

***หมายเหตุ ไฟล์ทบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง ***

***อิสระรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย คืนเงินท่านละ 40 ยูโร***

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองสโววาร์ (SVOLVAER) (ระยะทาง 190 กิโลเมตร ใช้เวลา 3 ชม. 30 นาที) หมู่เกาะโลโฟเทน (LOFOTEN ISLANDS) ตั้งอยู่ที่เมือง NORDLAND ประเทศนอร์เวย์ เป็นหมู่บ้านของชาวประมงที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาการหาปลาในช่วงฤดูหนาว และทำปลาตากแห้งส่งออกที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เอกลักษณ์ที่สำคัญของหมู่เกาะแห่งนี้ก็คือ กระท่อมสีแดงแบบดั้งเดิม (RORBUER) ของชาวประมงที่กลายเป็นสีสันริมชายฝั่ง ที่ไม่ว่าใครได้มาเยือนก็ต้องถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก เป็นหนึ่งในสถานที่สำหรับการดูแสงเหนือที่โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของนอร์เวย์เนื่องจากความมหัศจรรย์  ทางธรรมชาติที่ถูกเสกสร้างมาอย่างพิถีพิถัน มีผืนน้ำสีฟ้าคราม ท้องฟ้าสีใส ภูเขาสูงตระหง่าน แทรกแซมด้วยบ้านชาวประมงทรงสวยแปลกตา นับว่าเป็นเมืองสวยท่ามกลางธรรมชาติที่ดูคล้ายเมืองในจินตนาการมากกว่าความจริง                                                                            File:Svolvaer Hafen abends.jpg - Wikimedia Commons

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
THON HOTEL LOFOTEN หรือระดับเทียบเท่า 3 – 4 ดาว

** หมายเหตุ โรงแรมบนเกาะโลโฟเทนมีน้อยมากและจำกัด บางเมืองมีแค่ 3 ดาวเท่านั้น ทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการเลือกโรงแรม แต่ทางบริษัทจะเลือกให้เหมาะสม สะอาด **

**นำท่านล่าแสงเหนือโดยรถโค้ช (ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง) ทั้งนี้การตามล่าหาแสงเหนือ ไม่อาจยืนยันได้แน่นอน ว่าท่านจะพบเห็นแสงเหนือทุกครั้งที่ออกเดินทาง เนื่องจากการเห็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย การเกิดแสงเหนือ ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของวันนั้นๆ สภาพท้องฟ้า ก้อนเมฆ และค่าชี้วัดการสั่นสะเทือนของสนามแม่เหล็กโลก (KP INDEX) ซึ่งค่า KP จะมีความแน่นอนต่อเมื่อเช็คค่าชี้วัด 2-3 ชั่วโมงล่วงหน้าเท่านั้น

DAY8

สโววาร์ - หมู่บ้าน Å - รีนน์ - แฮมนอยด์ - ซาคริเซย - สโววาร์

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านชม หมู่บ้าน Å (ระยะทาง 65 กิโลเมตร ใช้เวลา 1.20 ชม.) เป็นหมู่บ้านที่ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดบนหมู่เกาะ LOFOTEN อันเป็นจุดสิ้นสุดของถนนสายหลัก E10 ซึ่งถือว่าเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยว
  • นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมง (NORWEGIAN FISHING VILLAGE MUSEUM) ซึ่งท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงที่อาศัยอยู่บนหมู่เกาะโลโฟเทน ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 250 ปี ในหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีสถานที่ต่างๆให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม อาทิ โรงงานผลิตน้ำมันตับปลาคอด (COD LIVER OIL FACTORY), ร้านขายเบเกอรี่ และร้านขายของที่ระลึกต่างๆÅ i Lofoten, Norway | Marcel Van den Berge | Flickr

(หมายเหตุ : ร้านค้าและโรงงานต่างๆ อาจปิดทำการเนื่องจากวันหยุด เทศกาลโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า)

  • ให้ท่านได้เดินเล่นชมหมู่บ้าน และเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร
  • จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง เมืองรีนน์ (REINE) (ระยะทาง 10 กิโลเมตร ใช้เวลา 15 นาที) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ ระหว่างสองข้างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันสวยงามแปลกตา ไปตามถนนสาย E10 ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักสายเดียวของหมู่เกาะโลโฟเทน
  • นำท่านเดินทางผ่านถนนเส้นเล็กๆเชื่อมต่อระหว่างเกาะเล็กเกาะน้อย ข้ามสะพานต่างๆ จนกระทั่งเดินทางถึง เมือง REINE ให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง และถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจ

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านแวะถ่ายรูปกับหมู่บ้านซาคริเซย (Sakrisøy) (ระยะทาง 2 กิโลเมตร ใช้เวลา 5 นาที) หนึ่งในหมู่บ้านชาวประมง น่ารักๆ มีสีเหลืองของบ้านเรือนเป็นจุดเด่น อิสระให้ท่านถ่ายรูปตามอัธยาศัย            The iconic yellow houses @ Sakrisøy. | The iconic yellow cab… | Flickr
  • นำท่านเที่ยวชมหมู่บ้านแฮมนอยด์ (Hamnoy) (ระยะทาง 2 กิโลเมตร ใช้เวลา 5 นาที) หมู่บ้านชาวประมงที่ปรากฏอยู่ในโปสการ์ดโลโฟเทน ที่นักท่องเที่ยวสามารถพบเห็นได้บ่อยตามร้านขายของที่ระลึกต่างๆ ภาพหมู่บ้านชาวประมงหลากสี พร้อมวิวของเทือกเขาสูงเป็นฉากหลังนับเป็นอีกหนึ่งทัศนียภาพที่สวยงามยิ่ง                                                                                                                              Scenic View of Reine Village in Lofoten, Norway · Free Stock Photo
  • อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของหมู่บ้านแฮมนอยด์ตามอัธยาศัย
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง สโววาร์ (ระยะทาง 100 กิโลเมตร ใช้เวลา 2 ชม.)

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
THON HOTEL LOFOTEN หรือระดับเทียบเท่า 3 – 4 ดาว

**นำท่านล่าแสงเหนือโดยรถโค้ช (ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง) ทั้งนี้การตามล่าหาแสงเหนือ ไม่อาจยืนยันได้แน่นอน ว่าท่านจะพบเห็นแสงเหนือทุกครั้งที่ออกเดินทาง เนื่องจากการเห็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย การเกิดแสงเหนือ ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของวันนั้นๆ สภาพท้องฟ้า ก้อนเมฆ และค่าชี้วัดการสั่นสะเทือนของสนามแม่เหล็กโลก (KP INDEX) ซึ่งค่า KP จะมีความแน่นอนต่อเมื่อเช็คค่าชี้วัด 2 – 3 ชั่วโมงล่วงหน้าเท่านั้น

DAY9

สโววาร์ - เลกเนส - เฮนนิ่งสวาร์ - นาร์วิค

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองเลกเนส (LEKNES) (ระยะทาง 60 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชม. 30 นาที) อีกหนึ่งเมืองสวยอันขึ้นชื่อของหมู่เกาะ LOFOTEN
  • นำท่านชม พิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง (LOFOTR VIKING MUSEUM) เนื่องจากบริเวณหมู่เกาะโลโฟเทน มีการค้นพบว่าเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวไวกิ้งในอดีต บนเกาะจึงมีพิพิธภัณฑ์ไวกิ้งที่แสดงเรื่องราวและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชาวไวกิ้งไว้มากมาย ซึ่งรูป bแบบพิพิธภัณฑ์ถูกออกแบบโดยใช้โครงเรือไวกิ้งโบราณและภายในได้จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้และ/.เรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวไวกิ้ง ให้ ท่านชมพิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง และพายเรือไวกิ้งโบราณ ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่พลาดไม่ได้ เมื่อไปเยือนพิพิธภัณฑ์ไวกิ้งแห่งนี้                                                                                                                    Lofotr viking work room | Kjell Jøran Hansen | Flickr
  • จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับ งานประติมากรรมกระจกสะท้อนที่ Lyngvær Artscape Nordland (Skulpturlandskap Nordland) เป็นโครงการพิพิธภัณฑ์ศิลปะกลางแจ้งระดับนานาชาติในนอร์เวย์ ที่นำประติมากรรมกว่า 36 ชิ้นโดยศิลปินจาก 18 ประเทศไปติดตั้งในธรรมชาติอันงดงามของเขต Nordland และ Troms โปรเจกต์นี้เริ่มในปี 1992 เพื่อนำศิลปะมาสู่ชุมชนที่ห่างไกล โดยงานศิลปะจะถูกออกแบบให้เข้ากับภูมิทัศน์เฉพาะตัวของแต่ละเทศบาล
  • ให้ท่านอิสระถ่ายรูปตามอัธยาศัย
  • นำท่านเดินทางสู่ เมืองเฮนนิ่งสวาร์ (HENNINGSVAER) (ระยะทาง 60 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชม.) เป็นเมืองท่าและหมู่บ้านชาวประมงที่ปัจจุบันชาวบ้านยังคงประมงกันอยากคึกคัก เป็นอีกเมืองยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต่างพากัน  มาแวะเวียน ซึ่งจุดเด่นของเมืองนี้คือบ้านชาวประมงสีแดง (RORBUER) ตั้งอยู่ริมทะเล มีอ่าวจอดเรือประมงเรียงรายอยู่มากมาย เป็นภาพที่สวยงามตัดกับวิวภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะในช่วงฤดูหนาว ถือเป็นภาพที่สวยงามไม่น้อย                                                  คลังภาพถ่ายฟรีของ lofoten, vagan, กลางแจ้ง, การท่องเที่ยว, การผจญภัย, การสำรวจ, กีฬา, ความงามของธรรมชาติ, งดงาม, ท้องฟ้าสีคราม, ทะเล, ทางเหนือของนอร์เวย์, ทุ่งสีเขียว, ธรรมชาติ, นอร์ด, นอร์เวย์, น้ำ, บ้าน, ปลอดโปร่ง, ฝั่งทะเล, ภาพถ่ายโดรน, ภูมิทัศน์ ...

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • ให้ท่านได้เดินเล่นและเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย
  • นำท่านออกเดินทางสู่เมือง นาร์วิค (Narvik) (ระยะทาง 250 กิโลเมตร ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ที่แวดล้อมด้วยภูเขาและทะเลอันกว้างใหญ่ มีชื่อเสียงในเรื่องของพื้นที่การเล่นสกีที่มีความเป็นเอกลักษณ์ โดยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างมากในช่วงฤดูหนาว อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการดูแสงเหนือ พร้อมกับแนวชายฝั่งฟยอร์ดและวิวภูเขาที่รายล้อมเมืองอย่างสวยงาม อีกทั้งยังเป็นเมืองที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสอีกด้วย

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
QUALITY HOTEL GRAND ROYAL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY10

นาร์วิค - อีฟเนส - ออสโล - ช้อปปิ้ง

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบิน Evenes
  • 10.50 น. ออกเดินทางสู่กรุงออสโล โดยสายการบินนอร์วีเจียน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ DY363
  • 12.30 น. เดินทางถึงสนามบินออสโล นำท่านตรวจรับสัมภาระ

***หมายเหตุ ไฟล์ทบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง***

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย

  • จากนั้นนำท่านช้อปปิ้ง ณ ย่านถนนคนเดินคาร์ลโจฮันเกท (KARL JOHANGEN GATE) แหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของนอร์เวย์ เป็นแหล่งทั้งย่านช้อปปิ้งและแหล่งพบปะของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มาเยือนนอร์เวย์ ตั้งอยู่กลางกรุงออสโล มีสินค้าทุกสิ่งอย่างให้ได้เลือกช้อป ของฝากของขวัญที่น่าซื้อก็คือ ผลิตภัณฑ์จากขนสัตว์ น้ำมันปลา เนยแข็งเทียนไข และของที่ระลึก เช่น เรือไวกิ้ง หรือตุ๊กตา Troll ตุ๊กตาพื้นบ้านของนอร์เวย์ เครื่องครัว พวงกุญแจ เป็นต้น สินค้าและ ของที่ระลึกต่างๆ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
THON HOTEL OPERA หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY11

ออสโล - สนามบิน

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

  •  อันสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินออสโล เพื่อทำการเช็คอินและทำ TAX REFUND
  • 13.30 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 955
DAY12

สนามบินสุวรรณภูมิ - กรุงเทพฯ

  • 06.00 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ


แชร์ให้เพื่อน