ทัวร์เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ 11 วัน
รายละเอียดโปรแกรมทัวร์-ทัวร์เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ 11 วัน
กำหนดการเดินทาง
| รอบที่ | วันเดินทาง | ราคา |
|---|---|---|
| 1 | 7 เม.ย. 70 - 17 เม.ย. 70 | 199,900 บาท |
| 2 | 29 เม.ย. 70 - 9 พ.ค. 70 | 199,900 บาท |
สถานที่สำคัญ
- 1หมู่บ้านไร้ถนน Giethoorn หมู่บ้านสุดสวยของเนเธอร์แลนด์
- 2ชมเมือง Durbuy เมืองเล็กๆน่ารัก ในหุบเขาที่ได้ขึ้นชื่อว่าเล็กที่สุดในโลก Unseen
- 3ชมเมือง Bruges เมืองที่สวยที่สุดของเบลเยี่ยม
- 4ชมเมือง Ghent สวยระดับโลก ของประเทศเบลเยี่ยม
- 5ชมเมือง Dinant เมืองเล็กๆ Unseen
- 6ชมกังหัน Kinderdijk กลุ่มกังหันที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอายุกว่า 250 ปี Unseen
- 7ชมปราสาท Kasteel de Haar ปราสาทที่สวยที่สุดของประเทศเนเธอร์แลนด์ Unseen
- 8ชมปราสาท Groot-Bijgaarden หนึ่งในปราสาทสุดสวยของเบลเยี่ยม Unseen
- 9ชมเมือง Delft เมืองสวยอันดับต้นๆของประเทศเนเธอร์แลนด์ Unseen
- 10ชมเมือง Antwerp หนึ่งในเมืองสวยของเบลเยี่ยม
- 11ชมเมือง Leuven เมืองสวยในยุคกลางของเบลเยี่ยม Unseen
- 12ชมเมือง Liege เมืองแห่งศุนย์กลางวัฒนธรรมของเบลเยี่ยม Unseen
- 13ชมเมือง Waterloo สมรภูมิวอเตอร์ลู ซึ่งนโปเลียนพ่ายแพ้ครั้งสุดท้าย Unseen
- 14ชมกรุง Amsterdam เมืองสำคัญของเนเธอร์แลนด์
- 15ชมกรุง Brussels เมืองหลวงของเบลเยี่ยม
- 16ล่องเรือชมหมู่บ้านกีธูร์น ชมวิวบ้านเรือนสุดสวย
- 17ล่องเรือ ชมวิวเมืองบรูจน์
HappyLongWay
ขอนำเสนอโปรแกรมทัวร์ยุโรป
ทัวร์เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ 11 วัน 8 คืน
โดยสายการบินไทย (TG)
สนามบินสุวรรณภูมิ - กรุงเทพฯ
- 21.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 4 เคาน์เตอร์ H สายการบินไทย พบเจ้าหน้าที่บริษัทอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
บรัสเซลส์ - ลอเวน - ลีแยฌ
- 00.30 น. ออกเดินทางสู่สนามบินบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG934
- 07.40 น. เดินทางถึงสนามบินบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม
- นำท่านเดินทางสู่เมือง ลอเวน (Leuven) เป็นเมืองในตั้งอยู่ในจังหวัด Flemish Brabant เลอเวนเป็นที่ตั้งของบรรดามหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดเเละเก่าเเก่ที่สุดในโลก เช่น Katholieke Universiteit Leuven(KUL) โดยก่อตั้งแต่แต่ศตวรรษที่ 15 และยังเป็นเมืองต้นกำเนิดของ Stella Artois เบียร์ระดับโลกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1366 อีกด้วย (ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ใช้เวลา 30 นาที)
- จากนั้นนำท่านเดินชมย่าน Groot Begijnhof (Grand Beguinage) ชุมชนโบราณสมัยศตวรรษที่ 13 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ปัจจุบันใช้เป็นหอพักของนักศึกษาและอาจารย์มหาวิทยาลัย KU Leuven บรรยากาศภายในร่มรื่น เต็มไปด้วยตึกอิฐสีแดง สะพานหิน และลำธารสายเล็กๆ ที่เงียบสงบเหมือนย้อนเวลากลับไปในอดีต

- จากนั้นนำท่านถ่ายรูปด้านนอกกับห้องสมุดมหาวิทยาลัย Universiteitsbibliotheek (University Library & Tower) บนจัตุรัส Ladeuzeplein อาคารสไตล์นีโอเรอเนซองส์ฟลามิงโกสร้างขึ้นใหม่ในช่วงปี ค.ศ. 1921 – 1928 ด้วยความช่วยเหลือและทุนสนับสนุนจากนานาชาติ หลังจากอาคารเดิมถูกทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และได้รับความเสียหายอีกครั้งในสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนจะได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ โดยมีหอคอย (Tower) สูง 87 เมตร ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอเมริกัน Whitney Warren ภายในมีระฆังแก้องค์ใหญ่ (Carillon) 63 ใบ และนิทรรศการถาวรบอกเล่าประวัติศาสตร์ของห้องสมุด โดยกลางจัตุรัสมีเสา เสาแมลงทับ คือประติมากรรมขนาดยักษ์ที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Totem เป็นแมลงทับ (Jewel beetle) สีเขียวมรกตแวววาวขนาดยักษ์ ถูกเสียบไว้บนเข็มหมุดของนักแมลงวิทยา โดยขนาดเข็มเหล็กกล้าไร้สนิมสูงถึง 23 เมตร และตัวแมลงมีความยาวราว 2.7–3 เมตรออกแบบโดยศิลปินชาวเบลเยียมชื่อ Jan Fabre

- จากนั้นนำท่านเดินเท้าเข้าสู่จัตุรัส Grote Markt & Leuven Town Hall จัตุรัสหลักใจกลางเมือง

- นำท่านถ่ายรูปด้านนอกกับศาลากลางเมือง (Stadhuis) ตัวอาคารสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1448 ถึง 1469 มีชื่อเสียงระดับโลกในด้านลวดลายแกะสลักที่ประณีตงดงามราวกับลูกไม้ และมีรูปปั้นบุคคลสำคัญรวมถึงนักบุญประดับอยู่บนผนังด้านนอกอาคารกว่า 230รูป
- จากนั้นนั้นนำท่านเข้าชม โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (Saint Peter’s Church) โบสถ์โกทิกที่ตั้งอยู่ตรงข้ามศาลากลาง ภายในจัดแสดงภาพวาดระดับมาสเตอร์พีซ “The Last Supper” โดย Dieric Bouts ในจุดเดิมที่มันถูกวาดขึ้นเมื่อเกือบ 600 ปีก่อน
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- นำท่านเดินทางสู่เมืองลีแยฌ (Liege) (ระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชม.) เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและศิลปะแห่งหนึ่งของเบลเยียม ตั้งอยู่ในหุบเขาริมแม่น้ำเมิส ใกล้กับพรมแดนทางตะวันออกของเบลเยียมซึ่งติดต่อกับประเทศเนเธอร์แลนด์และเยอรมนี
- นำท่านเดินทางสู่ Montagne de Bueren บันได 374 ขั้น ที่มีความชัน 30% บันไดเหล่านี้ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่สุดของลีแยฌ และเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวหลักของเมือง บันไดนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2424 เพื่อให้ทหารในป้อมปราการสามารถเข้าถึงใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายในกรณีที่ต้องป้องกันเมือง

- จากนั้นนำท่านชม อาสนวิหารลีแยฌ หรืออาสนวิหารเซนต์ปอล (SAINT PAUL’S CATHEDRAL OF LIÈGE) เป็นอาสนวิหารนิกายโรมันคาธอลิกในเมืองลีแยฌ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 10 แต่ได้รับการสร้างขึ้นใหม่หลายครั้ง และปัจจุบันส่วนใหญ่ประกอบด้วยสถาปัตยกรรมสมัยศตวรรษที่ 13 และ 15 มีรูปปั้นเทวทูตลูซิเฟอร์ผู้ตกสวรรค์อันน่าทึ่ง ฝังอยู่ในช่องบันไดของแท่นเทศน์ รู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า “Lucifer of Liège” (ลูซิเฟอร์แห่งลีแยฌ) ชื่อจริงของรูปปั้นคือ ” Le génie du mal ” หรือ “อัจฉริยะแห่งความชั่วร้าย” รูปปั้นนี้แกะสลักโดย Guillaume Geefs ประติมากรชาวเบลเยียมในปี ค.ศ. 1848 เป็นภาพชายหนุ่มผู้ถูกทรมานแต่งดงาม
- นำท่านเดินทางสู่จัตุรัสโอเปร่า (Place de l’Opéra) เป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่ผสานความงดงามของศูนย์กลางเมืองเข้ากับศิลปะการแสดงระดับนานาชาติ โรงละครโอเปร่าแห่งนี้สร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ ทั้งห้องแสดงคอนเสิร์ต เบื้องหลังเวทีที่จัดแสดงผลงาน และห้องซ้อมเดี่ยวที่อยู่ด้านบนสุด ซึ่งมอบทิวทัศน์มุมสูงที่น้อยคนนักจะได้เห็น จัตุรัสนี้ยังเป็นจุดตัดของเส้นทางรถรางที่โค้งงดงาม ช่วยเพิ่มเอกลักษณ์ให้พื้นที่แห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้รักศิลปะอย่างต่อเนื่อง
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
RADISSON LIÈGE CITY CENTRE HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
** หมายเหตุ: โรงแรมในเมืองมีจำกัด หากเต็มทางบริษัทของสงวนสิทธิ์พักเมืองข้างเคียง **
ลีแยฌ - ดูร์บุย - ดินองท์ - บรัสเซลส์ - ชมจัตุรัสแกรนด์เพลซ - แมนาคินพิส
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- นำท่านเดินทางสู่เมือง ดูร์บุย (Durbuy) (ระยะทางประมาณ 55 กิโลเมตร ใช้เวลา 50 นาที) ได้รับการยกย่องว่าเป็น “เมืองที่เล็กที่สุดในโลก” และเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีขนาดกะทัดรัดที่สุดในวัลโลเนีย ซึ่งเป็นเขตการปกครองตามรัฐธรรมนูญของประเทศเบลเยี่ยม ภายในเมืองจะเป็นถนนที่ปูด้วยหินกรวดที่เหมาะกับการเดินเท้า ปราสาท บ้านหลังคาหินชนวนจากศตวรรษที่ 17 และ 18

- นำท่านเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง ดินองท์ (Dinant) (ระยะทาง 50 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 50 นาที) เมือง เล็กๆแห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดนามูร์ (Namur) ทางตอนใต้ของประเทศเบลเยี่ยม โดยตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำมิวส์ (Meuse River) ที่ขนาบข้างไปกับแม่น้ำและแนวผาสูงชัน

- นำท่านชมวิวเมืองดินองท์บนป้อมปราการ Dinant Citadel ป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1530 แต่ถูกทำลายในช่วงสงครามฝรั่งเศส และมีการซ่อมแซมในปี ค.ศ.1821
- จากนั้นนำท่านกลับลงสู่ด้านล่าง ให้ท่านเดินเล่นชมเมืองดินองท์ หรือเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกตามอัธยาศัย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองบรัสเซลส์ (Brussels) เป็นเมืองหลวงของประเทศเบลเยียม เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เเละเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา นอกจากนี้ยังเป็นที่โด่งดังในเรื่องของช็อคโกแลตและเบียร์ที่ดีที่สุดในโลก (ระยะทาง 105 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม.)
- จากนั้น ชมจัตุรัสแกรนด์เพลซ ใจกลางเมือง ให้ท่านประทับใจกับหมู่ตึกต่างๆอาทิ ศาลาว่าการเมือง หมู่ตึกกริลเฮาส์ ซึ่งครั้งหนึ่งในอดีตเคยเป็นสถานที่ประทับของราชวงศ์กษัตริย์เบลเยี่ยม และเป็นตลาดนัดจุดรวมการแลกเปลี่ยนสินค้าในอดีต

- ชม แมนาคินพิส อนุสาวรีย์หนูน้อยยืนฉี่ สัญลักษณ์ของกรุงบรัสเซลส์ อิสระให้ท่านเดินเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง อาทิ ช็อคโกแลต ผ้าลายลูกไม้ เสื้อผ้ารองเท้ากระเป๋า ฯลฯ หรือเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
RADISSON COLLECTION GRAND PLACE BRUSSELS หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว (พัก2คืน)
บรัสเซลส์ - อะตอมเมี่ยม - วอเตอร์ลู - ปราสาท กรูท - บิจการ์ดเดน - บรัสเซลส์ - แกลเลอรีส์ รอยัลส์ แซงต์ - ฮูแบร์
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- นำท่านถ่ายรูปคู่ อะตอมเมี่ยม ประติมากรรมรูปอะตอมมหึมา สัญลักษณ์จากการรวมตัวครั้งแรกของกลุ่มประเทศยุโรปเมื่อปี ค.ศ. 1959 ผ่านชมบริเวณพระราชวังที่ประทับของกษัตริย์แห่งเบลเยี่ยม

- ท่านเดินทางสู่ วอเตอร์ลู (waterloo) (ระยะทาง 30 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 45 นาที) ตั้งอยู่ทางใต้ของกรุงบรัสเซลส์และอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเบรน-ลัลเลอด์ที่ใหญ่กว่า เป็นที่ตั้งของสมรภูมิวอเตอร์ลู ซึ่งนโปเลียนพ่ายแพ้ครั้งสุดท้ายในปี ค.ศ. 1815 ชื่อวอเตอร์ลูถูกกล่าวถึงครั้งแรกในปี ค.ศ. 1102 ซึ่งหมายถึงหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนถนนสูงซึ่งปัจจุบันเรียกว่าป่าโซเนียน ซึ่งเชื่อมระหว่างกรุงบรัสเซลส์ เมืองเกแนปเป้ และเหมืองถ่านหินทางใต้ วอเตอร์ลูตั้งอยู่ที่จุดตัดของถนนสายหลักในพื้นที่ Cense และถนนที่นำไปสู่นิคมเกษตรกรรมขนาดเล็ก ทางข้ามยังคงมีอยู่จนถึงทุกวันนี้โดยเป็นจุดตัดของ Chaussée de Bruxelles และ Boulevard de la Cense วอเตอร์ลูเป็นสถานที่ที่นักเดินทางและพ่อค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่นำถ่านหินมาจากทางใต้ของเหมือง สามารถพักผ่อนและได้รับการปกป้องจากโจร Waterloo เริ่มพัฒนาในศตวรรษที่ 17
- นำท่านชม Lion’s Mound เป็นอนุสาวรีย์ของผู้เสียชีวิตในสมรภูมิวอเตอร์ลูในปี 1815 ซึ่งเป็นที่ตั้งของปืนคาบศิลาที่ไหล่ของเจ้าชายวิลเลี่ยมที่ 2 แห่งฮอลแลนด์ (เจ้าชายแห่งออเรนจ์) และทำให้เขาตกจากหลังม้าระหว่างการสู้รบ รูปปั้นสิงโตหันหน้าไปทางฝรั่งเศส ยืนอยู่บนแท่นหินก้อนหนึ่ง อยู่เหนือเนินเขา ผู้เข้าชมสามารถขึ้นบันได 226 ขั้นไปยังยอดเขาเพื่อชมทิวทัศน์มุมกว้างของสนามรบ

- ชม พิพิธภัณฑ์การรบ 1815 (Battle of 1815 Museum) เพื่อเป็นการระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์จึงมีการจัดตั้งอนุสรณ์สถานนี้ขึ้น ในสงครามครั้งนั้นมีทหารเข้าร่วมถึง 200,000 นายจาก 7 ประเทศ และยังมีการสูญเสียกว่าทหารกว่า 50,000 ภายใน 1 วัน “Memorial 1815” หรือ “อนุสรณ์ 1815” จึงได้ถูกสร้างขึ้นในปี 2015 ในโอกาสครบรอบ 200 ปีของสงครามวอเตอร์ลู
- จากนั้นนำท่านชม The Lion’s Mound (เนินอนุสรณ์สิงโต) เนินดินขนาดยักษ์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงจุดที่สมรภูมิเกิดขึ้น คุณสามารถเดินขึ้นบันได 226 ขั้น เพื่อชมวิวทิวทัศน์ของสนามรบแบบ 360 องศา
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองดิลเบก (Dilbeek)
- นำท่านเข้าชม ปราสาท กรูท-บิจการ์ดเดน (Groot-Bijgaarden หรือที่เรียกว่า Château de Grand-Bigard ในภาษาฝรั่งเศส เป็นปราสาทเก่าแก่สไตล์เฟลมิชเรเนซองส์ (Flemish Renaissance) ตั้งอยู่ที่เมือง ใกล้กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ตัวปราสาทดั้งเดิมสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 และส่วนสมัยใหม่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 ต่อมาได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในช่วงปี ค.ศ. 1902–1930 ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นสำหรับ Almaric de Bigard ลอร์ดคนแรกของ Bigard ปราสาท Groot-Bijgaarden ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 47 เมตร เพื่อเป็นที่อยู่ของขุนนาง (ระยะทาง 35 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 40นาที)

- จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่กรุงบรัสเซลส์
- จากนั้นนำท่านเดินเล่น Galeries Royales Saint-Hubert (แกลเลอรีส์ รอยัลส์ แซงต์-ฮูแบร์) คือศูนย์การค้าในร่มหรือช้อปปิ้งอาร์เขต (Shopping Arcade) สไตล์คลาสสิกเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ตั้งอยู่ใจกลางกรุงบรัสเซลส์ เปิดให้บริการครั้งแรกในปี ค.ศ. 1847 โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมยุคศตวรรษที่ 19 และหลังคากระจกโครงเหล็กโค้งยาวกว่า 213 เมตร เป็นแหล่งรวมร้านค้าแบรนด์หรู ร้านขายช็อกโกแลตชื่อดังของเบลเยียม ร้านกาแฟ คาเฟ่ และ โรงละคร

- อิสระให้ท่านเดินเล่นเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย (ระยะทาง 12 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 20 นาที)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
RADISSON COLLECTION GRAND PLACE BRUSSELS หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
บรัสเซลส์ - เกนต์ - บรูจน์ - ล่องเรือ - ชมเมือง
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง เกนต์ (Ghent) (ระยะทาง 55 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.) เป็นเมืองที่สวยอันดับ 3 ของเบลเยี่ยม เมืองเล็กที่น่ารักแห่งเบลเยี่ยม
- นำท่านชม Castle of the Counts อดีตปราสาทของท่านเคาท์ผู้ปกครองเมืองที่สร้างด้วยหินซึ่งปัจจุบันได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ โดยปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 เคยใช้เป็นที่พำนักของเคานต์แห่งแฟลนเดอร์ส ปราสาทแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นศาลและเรือนจำจนถึงศตวรรษที่ 18 นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงกษาปณ์เมืองเกนต์ในศตวรรษที่ 14 และ 15 อีกด้วย

- นำท่านชมเขตเมืองเก่าแห่งเกนต์ย่านจตุรัสใจกลางเมือง
- นำท่านชมโบสถ์ St Bavo’s Cathedral ตั้งชื่อตามนักบุญบาโว หรือ ซินท์ บาฟ ในภาษาดัตซ์ โดยพื้นที่เดิมตรงนี้นั้นเคยเป็น Chapel มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 942 และต่อมาก็ได้มีการสร้างอาคารที่ใหญ่ขึ้น ในช่วงศตวรรษที่ 14-16 โดยโดดเด่นด้วยหอระฆังเดี่ยวสูง89 เมตร โดยนอกจากตัวโบสถ์ที่สวยงามยังมีศิลปะระดับมาสเตอร์พีช อาทิภาพวาด,ฉากประดับแท่นบูชา ,ประติมากรรมต่างๆฯ จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นโบสถ์แบบโกธิคที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก (Unesco) อีกด้วยให้ท่านอิสระถ่ายรูปหรืออาจจะเลือกเดินเล่นชมร้านค้าขายของที่ระลึกมากมาย หรือนั่งจิบกาแฟด้านหน้าร้านกาแฟเท่ห์ที่น่ารักมากมามาย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง บรูจน์ (Bruges) เป็นเมืองที่สวยอันดับ 1 ของประเทศเบลเยี่ยม และยังติดอันดับต้นๆเมืองสวยที่สุดโลก) (ระยะทาง 50 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 40 นาที)
- นำท่านเยี่ยมชมเมือง บรูจน์ เมืองเล็กๆทางตะวันตกของเบลเยียม ที่ยังคงอนุรักษ์ เมืองในสมัยโบราณ อายุกว่า 500ปี และได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก Unesco และเคยเป็นเมืองหลวงของแคว้นเฟลนเดอร์ เมืองที่คูคลองล้อมรอบเมือง
- ชมศาลาว่าการกลางเมือง ในสไตล์แบบโกธิค หอระฆังแห่งบรูจน์ ที่มีบันไดกว่า 300 ขั้น ให้นักท่องเที่ยว ลองเดินขึ้นทดสอบความ แข็งแรงและสามรถชมทัศนียภาพของเมืองที่สวยงามได้อย่างรอบทิศทาง จตุรัสมาร์ก หรือตลาดประจำเมือง ที่รายล้อมด้วยอาคารอันสวยงามของศิลปกรรมในยุคต่างๆที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืนและลงตัวกัน

- นำท่านนั่งเรือชมวิวเมืองบรูจน์ท่านจะได้ชื่นชมความสวยงามของเมืองผ่านการนั่งเรือ ซึ่งเรือจะนำท่านลัดเลาะคลองต่างๆ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที
(หมายเหตุ : หากเรืองดให้บริการไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์งดให้บริการโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
CROWNE PLAZA HOTEL BRUGE หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
** หมายเหตุ: โรงแรมในเมืองบรูกค่อนข้างน้อย หากเต็มทางบริษัทของสงวนสิทธิ์พักเมืองข้างเคียง **
แอนต์เวิร์ป - ชมเมือง - หมู่บ้านกังหันคินเดอร์ไดค์ - CUBE HOUSES - รอตเตอร์ดัม
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองแอนต์เวิร์ป (Antwerp) (ระยะทาง 105 กิโลเมตร ใช้เวลา 1.30 ชม.) เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของเบลเยี่ยม และยังเป็นหนึ่งในเมืองที่มีท่าเรือใหญ่ที่สุดในยุโรป
- นำท่านชมเมืองแอนต์เวิร์ป โดยเริ่มจาก Grote Markt เป็นจัตุรัสขนาดใหญ่ของเมืองแอนต์เวิร์ปทรงสามเหลี่ยมปูด้วยหิน ที่แวดล้อมไปด้วยอาคารสำคัญที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ในสถาปัตยกรรมสไตล์เรอเนซองส์ ที่ผสานไปกับวิธีคิดแบบเฟลมิชได้อย่างลงตัว และเป็นเอกลักษณ์ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1998 โดยองค์การยูเนสโก
- นำท่านถ่ายรูปกับ Brabo Fountain หรือ Brabo’s Monument เป็นน้ำพุที่มีรูปปั้นของผู้ชายคนหนึ่งกำลังขว้างมือไปที่ไหนสักแห่ง สร้างโดย Jef Lambeaux นักประติมากรชาวเบลเยี่ยม แต่รูปปั้นนี้ก็มีตำนานกล่าวไว้ว่าในอดีต Brabo ชายบนรูปปั้น ด้ปลดปล่อยเมือง Antwerp จากความกลัว โดยการตัดมือของยักษ์ที่กีดกันเมือง (เชื่อกันว่ายักษ์เก็บค่าผ่านทาง ถ้าหากใครไม่มีให้ยักษ์ก็จะตัดมือคนนั้นทิ้งลงแม่น้ำ) และเมื่อตัดมือได้เขาก็ขว้างมือของยักษ์ลงไปที่แม่น้ำ Scheldt เช่นเดียวกับที่ยักษ์ทำกับชาวเมือง

- นำท่านถ่ายรูปกับ ศาลาว่าการเมืองแอนต์เวิร์ป (Antwerp City Hall) ศาลาว่าการเมืองเริ่มสร้างขึ้นมาในปี 1561 และเสร็จในปี 1564 เป็นอาคารยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ (Renaissance) ที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการดำเนินงานหลังจากแอนต์เวิร์ปก้าวขึ้นมาเป็นท่าเรือการค้าที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในแถบยุโรปตอนเหนือช่วงศตวรรษที่ 16 โดยตัวอาคารจะมีลักษณะเป็นซุ้มโค้งอิฐแดงที่ขนาบด้วยปีกอาคารสูงใหญ่ซ้ายขวา มีเสาไอโอนิกสองต้นประดับอยู่ด้านบนอาคาร ซึ่งตรงกลางของชายคายังมีประติมากรรมรูปปั้นหญิงที่แสดงถึงความยุติธรรม ส่วนภายในอาคารก็ได้รับการออกแบบอย่างหรูหรา และประกอบไปด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังที่บันทึกเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองแอนต์เวิร์ปได้อย่างสมจริง นับเป็นศาลาว่าการเมืองที่สร้างอิทธิพลให้เกิดสถาปัตยกรรมสไตล์เดียวกันเกิดขึ้นอีกหลายแห่งทั่วยุโรป
- นำท่านชม Cathedral of Our Lady โบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ และสูงที่สุดในประเทศเบลเยียมแห่งนี้ เป็นโบสถ์อายุกว่า 169 ปี ซึ่งสร้างขึ้นระหว่างปี 1325-1521 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตัวโบสถ์ก็ได้รับการบูรณะปรับปรุงหลายครั้ง ในรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันไปทั้ง กอธิค, ฟื้นฟูศิลปวิทยา, บาร็อค ฯลฯ ทำให้โครงสร้างของโบสถ์มีเอกลักษณ์ และแง่มุมน่าเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมในศาสนาคริสต์หลายจุด โดยผู้อุปถัมภ์ของโบสถ์จะเป็นพระแม่มารีย์ (Blessed Virgin Mary) ทำให้ผู้ชมจะพบว่าการออกแบบพื้นที่ภายใน ตลอดจนงานศิลป์ทางศาสนาที่ประดับอยู่ที่โบสถ์จะเน้นไปที่การเคารพพระแม่มารีย์เป็นหลัก โดยบริเวณทางเข้าด้านหน้าเป็นประตูไม้ขนาดใหญ่ที่ประดับไปด้วยประติมากรรมแกะสลักอันตระการตา หอคอยด้านทิศเหนือมีความสูงถึง 123 เมตร ทำให้สามารถมองเห็นตัวโบสถ์ได้จากระยะไกล ส่วนพื้นที่ด้านในโบสถ์อันโอ่โถงก็ได้รับการรังสรรค์อย่างละเอียดลออ นับเป็นโบสถ์ที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่สุดหลังหนึ่งของประเทศเบลเยี่ยม

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- นำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านกังหันคินเดอร์ไดค์ (Kinderdijk) (ระยะทาง 100 กม. ใช้เวลา 1.20 ชม.) ที่นี่เป็นหมู่บ้านกังหันลมเก่าแก่ที่ใหญ่ที่สุดในเนเธอร์แลนด์ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (Unesco) ซึ่งมีโรงสีลมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีถึง 19 แห่ง โดยในศตวรรษที่ 13 คลองกั้นน้ำAlblasserwaard เกิดปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีการขุดคลอง weteringen เพื่อระบายน้ำในคลองกั้นน้ำทำให้ดินทรุดจนเป็นปัญหา จึงเริ่มสร้างกังหันลมมาวิดน้ำขึ้นในปี 1740 นำท่านถ่ายรูปตามอัธยาศัย

- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองรอตเตอร์ดัม (ROTTERDAM) เมืองที่ทันสมัยที่สุด ของประเทศเนเธอร์แลนด์ (ระยะทาง 25 กิโลเมตร ใช้เวลา 30 นาที)
- ถ่ายรูปกับ CUBE HOUSES เป็นบ้านทรงลูกบาศก์เอียง 45 องศา ถูกสร้างไว้บนเสาหกเหลี่ยม เป็นรูปร่างที่แปลกตา จุดประสงค์หลักที่สร้างบ้านลักษณะนี้คือเพื่อประหยัดพื้นที่การใช้สอยนั่นเอง

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
HILTON ROTTERDAM HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
รอตเตอร์ดัม - เดลฟต์ - อัมสเตอร์ดัม
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเดลฟต์ (Delft) (ระยะทาง 15 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 20 นาที) เมืองที่สวยที่เป็นอันดับ 2 ของประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นเมืองยังคงอนุรักษ์สถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม, คลอง, จักรยานและเซรามิกส์สีน้ำเงินและสีขาวมีชื่อเสียงระดับโลก

- นำท่านชม พิพิธภัณฑ์รอยัลเดลฟท์ (Royal Delft) เป็นพิพิธภัณฑ์โรงงานเครื่องปั้นดินเผาเซรามิกสีน้ำเงินที่มีชื่อเสียงในเมืองเดลฟท์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมโรงงานเพื่อชมกระบวนการผลิตเครื่องปั้นดินเผา เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเดลฟท์ รวมถึงการชมงานศิลปะเครื่องกระเบื้องสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ ให้ท่านได้สัมผัสประสบการณ์งานฝีมือเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1653
- นำท่าน ชมเขตเดลฟต์เก่า (De Oude Delft) ที่มีอายุกว่า 750 ปี ที่เกิดจากการเจาะหรือขุด คลองเก่าแก่ที่สุดของเดลฟต์จนก่อเกิดเป็นชุมชนโดยรอบ ต่อมาให้กลายเป็นต้นแบบในหลายคลองของเมืองอื่น ๆ ใช้เป็นเสมือนเส้นเลือดหล่อเลียงชีวิตชาวเมือง เหล่านี้ยังคงความภาคภูมิใจของเดลฟต์ ชมศาลาว่าการเมือง โบสถ์ประจำเมือง พร้อมอิสระเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- นำท่านเดินทางสู่ Kasteel de Haar เป็นปราสาทที่ใหญ่และหรูหราที่สุดในเนเธอร์แลนด์ ตั้งอยู่ใกล้เมือง Utrecht สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 ตั้งอยู่บนริมแนวเขื่อนที่ทอดยาวริมแม่น้ำ Rhine “Haar “เป็นภาษาดัตช์ในยุคสมัยกลางแรกๆ ที่ใช้เรียกผืนแผ่นดินที่ยืดแผ่ขยายเป็นเนินสูงๆ ดังนั้นจึงเป็นชื่อของปราสาทและตระกูลที่อาศัยอยู่ที่นั่น

- นำท่านชมความงดงามของปราสาทแห่งนี้ จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร (ระยะทาง 600 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.)
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงอัมสเตอร์ดัม (ระยะทาง 35 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 40 นาที) เมืองเศรษฐกิจสำคัญของประเทศเนเธอร์แลนด์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอัมสเทล (Amstel) เริ่มก่อตั้งประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 12 ปัจจุบันเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของเนเธอร์แลนด์
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
NHOW AMSTERDAM RAI HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
อัมสเตอร์ดัม - ลิซเซ่ - Keukenhof 2027 - อัมสเตอร์ดัม - จตุรัสดัมสแควร์
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- นำท่านเดินทางสู่ เมืองลิซเซ่ (LISSE) (ระยะทาง 50 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 45 นาที)
- นำท่านเข้าชม สวนเคอเค่นฮอฟ 2027 (Keukenhof) ซึ่งภายในจะมีดอกไม้นานาชนิดโดยเฉพาะดอกทิวลิป

- ให้ท่านได้ถ่ายรูปเก็บความสวยงามตามอัธยาศัย เพราะที่นี่ 1 ปีจะเปิดให้เข้าชมเพียง 1 ครั้ง
(เทศกาลทิวลิปเปิดให้ชมตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม – 9 พฤษภาคม 2027)
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- จากนั้นำท่านเข้าสู่ จตุรัสดัมสแควร์ ย่านใจกลางเมืองช้อปปิ้งสำคัญ อิสระให้ท่านเดินเล่นหรือช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
NHOW AMSTERDAM RAI HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
อัมสเตอร์ดัม - หมู่บ้านกีธูร์น - อัมสเตอร์ดัม
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านไร้ถนนหมู่บ้านกีธูร์น(Giethoorn) (ระยะทาง 120 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 30 นาที) อยู่ในจังหวัดโอเวอร์เอเซิล (Overijssel) หมู่บ้านกีธูร์น เป็นหมู่บ้านที่สวยงาม โดยความแปลกของหมู่บ้านอยู่ที่ไม่มีถนนแม้แต่สายเดียว แต่จะมีลำคลองล้อมรอบเมืองโดยการคมนาคมทั้งหมดยังใช้ทางน้ำ โดยยานพาหนะหลักที่ใช้คือ เรือ จนได้รับฉายาว่า เวนิส แห่งเนเธอร์แลนด์

- นำท่านล่องเรือชมความสวยงามของหมู่บ้านกีธูร์น ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.
- นำท่านเดินเล่นถ่ายรูปตามบ้านเรือนของหมู่บ้านกีธูร์น ตามอัธยาศัย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง เมนูปลาเทราซ์
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงอัมสเตอร์ดัม (ระยะทาง 120 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 30 นาที)
- จากนั้นนำท่านเดินเล่นย่านคลอง Spiegelgracht คลองสายประวัติศาสตร์ในใจกลางกรุงอัมสเตอร์ดัม สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 และเป็นส่วนหนึ่งของระบบคลองอัมสเตอร์ดัมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก (UNESCO) ย่านรอบคลองนี้ขึ้นชื่อเรื่องร้านค้าเก่าแก่ แกลเลอรีศิลปะ และร้านขายของโบราณ
- ให้ท่านเดินชมความสวยงามหรือเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกตามอัธยาศัย
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
NHOW AMSTERDAM RAI HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
อัมสเตอร์ดัม - สนามบิน
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- จากนั้นได้เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน ให้ท่านได้มีเวลาทำ TAX REFUND
- 13.30 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 935
สุวรรณภูมิ - กรุงเทพ ฯ
- 05.35 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ

ทัวร์สโลวีเนีย
ทัวร์โรมาเนีย
ทัวร์ออสเตรเลีย
ทัวร์ยุโรป
ทัวร์ฟินแลนด์
ทัวร์นอร์เวย์
ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์
ทัวร์ยุโรปตะวันออก
ทัวร์เบเนลักซ์ - BENELUX
ทัวร์อังกฤษ
ทัวร์อิตาลี
ทัวร์เยอรมัน
ทัวร์ฝรั่งเศส
ทัวร์สแกนดิเนเวีย
ทัวร์โครเอเชีย - บอลข่าน
ทัวร์โปแลนด์
ทัวร์สเปน - โปรตุเกส
ทัวร์กรีซ
ทัวร์แคนาดา
ทัวร์อเมริกา