ทัวร์อิตาลีใต้ 10 วัน


Tour by HappyLongway

รายละเอียดโปรแกรมทัวร์-ทัวร์อิตาลีใต้ 10 วัน

รหัสทัวร์ : UNSEEN SOUTH ITALY 10 DAYS (TK)
ระยะเวลา 10 วัน 7 คืน
สายการบิน : Turkish Airlines (TK)

กำหนดการเดินทาง

รอบที่ วันเดินทาง ราคา
1 11 ก.ย. 69 - 20 ก.ย. 69 209,900 บาท
2 9 ต.ค. 69 - 18 ต.ค. 69 209,900 บาท

สถานที่สำคัญ

  • 1
    ชมหมู่บ้านหิน Matera ชุมชนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดในอิตาลี (Unesco) (Unseen)
  • 2
    ชมหมู่บ้าน Alberobello รูปทรงประหลาดสวยงดงาม สวยระดับโลก (Unesco) (Unseen)
  • 3
    ชมหมู่บ้านริมหน้าผา Ravello, Positano เส้นทาง amalfi coast สวยระดับโลก (Unesco)
  • 4
    ชมเกาะ Porcida หมู่เกาะสีสันลูกกวาด เมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมของอิตาลีประจำปี2022 (Unseen)
  • 5
    ชมเมือง Castelmezzano เมืองโบราณ บนหุบเขา (Unseen)
  • 6
    ชมเมือง Polignano a Mare เมืองชายหาดรายล้อมด้วยหน้าผา (Unseen)
  • 7
    ชมเกาะ Capri เกาะสีสันสดใสสุดโรแมนติค
  • 8
    ชม ผลงานแกะสลักหินอ่อน หน้ากากคริสต์ (Unseen)
  • 9
    ชม Blue Grotto ถ้ำเรืองแสงสีฟ้า (Unseen)
  • 10
    เมืองเก่าโบราณ Pompeii ใต้เถ้าถ่านภูเขาไฟ (Unesco)
  • 11
    ชมเมือง Ostuni สมญานาม นครสีขาว แห่งอิตาลี (Unseen)
  • 12
    ชม Lecce เมืองทางตอนใต้สุดของอิตาลี (Unseen)
  • 13
    ชม Naples เมืองสวยต้นตำหรับพิซซ่า (Unseen)

HappyLongWay
ขอนำเสนอโปรแกรมทัวร์ยุโรป
ทัวร์อิตาลีใต้ เจาะลึกอันซีน
10 วัน 7 คืน
โดยสายการ Turkish Airlines (TK)

DAY1

สนามบินสุวรรณภูมิ - กรุงเทพฯ - อิสตัลบูล

  • 19.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 9 เคาน์เตอร์ U สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ (Turkish Airlines) พบเจ้าหน้าที่บริษัทอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
  • 22.45 น. ออกเดินทางสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบิน TK069 (ใช้เวลาบินประมาณ 10 ชั่วโมง)

***หมายเหตุ ไฟล์ทบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง***

DAY2

อิสตัลบูล - เนเปิ้ลส์ (อิตาลี) - บารี

  • 04.45 น. เดินทางถึงสนามบินอิสตัลบูล (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
  • 07.10 น. เดินทางสู่สนามบินเนเปิ้ลส์ โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบิน TK 1453
  • 08.30 น. เดินทางถึงสนามบินเนเปิ้ลส์ ประเทศอิตาลี
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองบารี (Bari) (ระยะทาง 260 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 30 นาที) เป็นเมืองหลักของแคว้นปุลยา บนชายฝั่งทะเลเอเดรียติก ประเทศอิตาลี เป็นเมืองสำคัญอันดับ 2 ในด้านเมืองเศรษฐกิจ                                                                                                                              15 Best Things to do in Bari (Italy) - Swedishnomad.com

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • จากนั้นนำท่านชมโบสถ์เซนต์นิโคลัส (BASILICA ST.NICHOLAS) ซึ่งเดิมเคยใช้เป็นที่พำนักของผู้ปกครองเมืองชาวไบแซนไทน์เมื่อราวปี ค.ศ.1000 ต่อมาในปี ค.ศ.1087 ชาวบารีได้นำกระดูกของเซนต์นิโคลัสมาจากโบสถ์แห่งเมืองไมร่า (MYRA) ในประเทศตุรกี จึงได้ดัดแปลงอาคารแห่งนี้เป็นโบสถ์ และประดิษฐานกระดูกของเซนต์นิโคลัสไว้ภายใน ซึ่งเชื่อกันว่า เซนต์นิโคลัส ก็คือที่มาของซานตาคลอสนั่นเอง
  • ชม จัตุรัสเฟอร์เรรา (Piazza del Ferrarese) จัตุรัสเก่าแก่ที่เป็นทางเข้าไปสู่ย่านเมืองเก่า ทางด้านซ้ายเป็นที่ตั้งของซาลามูรัต (Sala Murat) แกลเลอรีศิลปะและทางด้านขวาเป็นตลาดปลา ทางตอนเหนือมีส่วนเชื่อมกับจัตุรัสการค้า (Piazza Mercantile) ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับอาคารที่มีสถาปัตยกรรมแปลกตามีเสน่ห์น่ารัก มีบานประตูและหน้าต่างเป็นสีต่างๆ รวมถึงพุ่มไม้ เรียงรายบนหลังคาอาคารบ้านเรือน

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
EXCELSIOR BARI HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY3

บารี - อัลเบอโรเบลโร - โปลีญาโนอามาเร - พิเศษ รับประทานอาหาร ร้านถ้ำ Grotta Palazzese - ออสตูนี - เลชเช่

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง อัลเบอโรเบลโร (Alberobello) (ระยะทาง 55 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง) ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดบารี (Bari) แคว้นปูลยา (Puglia)
  • นำท่านชมหมู่บ้านสวยแปลกตา The Trulli of Alberobello หมู่บ้านเก่าแก่ที่มีประวัติเกือบพันปี ด้วยความโดดเด่นของบ้านเรือนที่มีเอกลักษณ์เป็นรูปหลังคากรวยมียอดแหลมกลมส่งผลให้หมู่บ้านนี้มีความสวยแปลกตาอย่างมาก ไม่เหมือนใครที่สร้างกันลดหลั่นตามระดับสูงต่ำของพื้นที่ด้วยความสวยงาม ความมีเอกลักษณ์และประวัติที่เก่าแก่ของหมู่บ้านแห่งนี้ ทำให้ในปี 1996 ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก (UNESCO)                                                                                                                  Alberobello, italy, puglia, holiday, country - free image from needpix.com
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง Polignano a Mare (ระยะทาง 30 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอิตาลีในจังหวัดบารีและบนชายฝั่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่า ที่ยังคงเสน่ห์แบบกะลาสีเรือไว้ในทุกมุม เป็นเมืองที่สามารถมองเห็นได้ง่ายในวันเดียวและมีเมืองเก่าที่สวยงาม มีความโดดเด่นในบางสิ่งเช่นบ้านที่ดู เหมือนแขวนอยู่บนหน้าผา เมืองเล็กๆ แห่งนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเนื่องจากการแข่งขัน ‘Red Bull Cliff Diving World Series’ ที่จัดขึ้นบนหน้าผา เป็นการแข่งขันกระโดดสูงที่ตระการตา                                                                                          Polignano a Mare - Steep Cliffs and White Sand Beaches

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง ร้าน Grotta Palazzese ร้านอาหารที่อยู่ในถ้ำ ตั้งยื่นออกไปในทะเล เป็นหนึ่งในร้านที่ท่านมาเยือนอิตาลีตอนใต้ไม่ควรที่จะพลาด

  • จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับชายหาด Lama Monachileg เมือง Polignano a Mare ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้เลยก็ว่า ด้วยความเป็นหาดทรายเล็กๆ โอบล้อมไปด้วยหน้าผ้าสูงที่ยื่นออกไปยังทะเลและยังมีบ้านสีขาวตั้งโดดเด่นเหน้าหน้าผา ทำให้เป็นชายหาดที่แปลกตาและสวยงามอย่างมาก
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ออสตูนี (Ostuni) (ระยะทาง 45 กม. ใช้เวลาประมาณ 40 นาที) ตัวเมืองตั้งอยู่ในเขตจังหวัดบรินดีซี (Brindisi) ด้วยภูมิทัศน์ที่สวยงามของชายหาด ไร่องุ่นและไร่มะกอก ทำให้เมืองนี้เป็นแม่เหล็กทางการท่องเที่ยวของอิตาลีตอนใต้ปลายรองเท้าบูท ออสตูนี นอกจากจะถือเป็นอัญมณีด้านสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียง ยังได้รับการยกย่องให้เป็น ‘เมืองสีขาว’ แห่งอิตาลี                        Ostuni, Italy | zczillinger | Flickr
  • นำท่านชมย่านเมืองเก่าออสตูนี (Old Town) ที่มีลักษณะเป็นเมืองป้อมปราการขนาดใหญ่สร้างขึ้นบนเนินเขาและถูกล้อมรอบไปด้วยกำแพงโบราณสูงตระหง่าน
  • นำท่านเดินทางสู่เมืองเลชเช่ (Lecce) (ระยะทาง 75 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง) หนึ่งในเมืองสำคัญของแคว้น Puglia

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
HILTON GARDEN INN LECCE HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY4

เลชเช่ - มาเตรา

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านชมเมืองเก่าเลชเช่ เมืองที่สร้างสไตล์บาโรก ที่สร้างจากหินปูนเรียงรายกันอยู่
  • ท่านถ่ายรูปกับ Porta Napoli หรือที่เรียกว่าประตูชัย Arco di Trionfo สร้างขึ้นเพื่อต้อนรับการมาเยือนของกษัตริย์ Charles V จากสเปน
  • นำท่านถ่ายรูป The Celestini Palace หรือ Palazzo dei Celestini ปราสาทราชวังเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 ภายใต้สถาปัตยกรรมแบบบาโรก ปัจจุบันที่นี่ได้รับการอนุรักษ์จากรัฐบาลทำให้ทั้งโครงสร้างด้านใน และด้านนอกยังคงแข็งแรง ทั้งยังถูกใช้เป็นที่ว่าการของเมืองเลชเช่อีกด้วย
  • นำท่านชม Basilica di Santa Croce หรือมหาวิหารซานตาโคร มหาวิหารแห่งนี้เริ่มสร้างตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1549 – ค.ศ. 1582 มีความสวยงามโดดเด่นด้วยการแกะสลักหินที่สวยงาม ตกแต่งซุ้มด้านหน้าด้วยรูปปั้นสัตว์หน้าตาแปลกประหลาด จุดเด่นที่ดึงดูดความสนใจจะเป็นหน้าต่างบานใหญ่ตรงกลางที่แกะสลักเป็นรูปกุหลาบซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะแบบกรีกโรมัน อลังการจนใครไปใครมาก็ต้องหยุดมอง อิสระท่านเดินเล่นตามอัธยาศัย
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง มาเตรา (Matera) หรือ Sassi di Matera เมืองลึกลับที่งดงามในหุบเขา ที่น้อยคนนักจะรู้จักและได้ไปเยือน เป็นเมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดในประเทศอิตาลี (ระยะทาง 170 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชั่วโมง) เมืองที่ได้รับการยกย่องให้เป็นอัญมณีแห่งการท่องเที่ยว เมืองมาเตราเป็นเมืองที่มีอายุมากกกว่า 2,000 ปี บ้านเรือนถูกสร้างขึ้นจากการขุดเจาะภูเขาเป็นอุโมงค์เข้าไปเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (Unesco) ในปี 1993 และยังได้รับการรับเลือกให้เป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมยุโรปประจำปี 2019 อีกด้วย และยังได้รับการยอมว่าคือชุมชนที่เก่าแก่ที่สุดในอิตาลีอีกด้วย                                                                                                      The Ultimate Guide to Matera, Italy - Totochie

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินเล่นชมหมู่บ้านมาเตรา ท่านจะได้สัมผัสหมู่บ้านที่ถูกทำร้านค้า ร้านขายของ ร้านอาหารห้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปสัมผัสตัวบ้านอย่างใกล้ชิด อิสระให้ท่านเล่นถ่ายรูปตามอัธยาศัย11 AWESOME Things To Do In Matera, Italy

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
LA SUITE MATERA HOTEL & SPA หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว 

หมายเหตุ : โรงแรมในตัวเมือง Matera มีจำกัดหากโรงแรมเต็มทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไปพักเมืองข้างเคียง

DAY5

มาเตรา - คาสเทลเมสซาโน (Unseen) - ซาเลอโน

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้าน คาสเทลเมสซาโน (Castelmezzano) (ระยะทาง 83 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที) เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งบนยอดเขาในจังหวัดโพเทนซ่า (Potenza) ในแคว้น Basilicata ด้วยความสวยงามหมู่บ้านแห่งนี้นอกจากสร้างอยู่บนยอดเขา มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แรกเริ่มเป็นถิ่นฐานของชาวกรีกราวศตวรรษที่ 5-6 ปัจจุบันมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 1000 คนเท่านั้น เนื่องจากความสวยงามของที่ตั้งแต่ วิวทิวทัศน์ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่สวยที่สุดของอิตาลีอีกด้วยFile:Castelmezzano-d.jpg - Wikimedia Commons
  • นำท่านเดินชมเมือง และให้ท่านถ่ายรูปเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางสู่เมือง ซาเลอโน (SALERNO) เมืองท่าสำคัญอีกแห่งของประเทศอิตาลี
  • อิสระทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย (ระยะทาง 140 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ  2 ชม.)
  • นำท่านชม Cattedrale di Santa Maria degli Angeli, San Matteo e San Gregorio VII เป็นโบสถ์หลักในเมืองซาเลอโนทางตอนใต้ของอิตาลีและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับนักบุญแมทธิว การก่อตั้งนี้เริ่มต้นในปี ค.ศ. 1076 ภายใต้ การนำของ โรเบิร์ต กิสการ์ดในสมัยบิชอปแห่งอัลฟาโนที่ 1และเกิดขึ้นพร้อมกันกับการสร้างมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ อัลลี มาร์มี มหาวิหารดูโอโมได้รับการถวายโดยสมเด็จพระสันตปาปาเกรกอรีที่ 7ในปี ค.ศ. 1084 ในปี ค.ศ. 1688 สถาปนิกFerdinando Sanfeliceได้ปรับปรุงภายในของ Duomo ให้เป็นสไตล์บาโรกและโรโกโกแบบเนเปิลส์ การบูรณะในช่วงทศวรรษปี ค.ศ. 1930 ทำให้ Duomo กลับมามีรูปลักษณ์ที่ใกล้เคียงกับของเดิม

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
NOVOTEL HOTEL SALERNO EST ARECHI หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY6

อมาลฟีโคสท์ - ราเวลโล่ - โพสิตาโน่ - ซอร์เรนโต้

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านเปลี่ยนรถเป็น Mini Bus 7 – 8 ที่นั่ง เนื่องจากมีการเปลี่ยนกฎการวิ่งรถ เดินทางสู่ถนนเลียบชายฝั่ง อมาลฟีโคสท์ หมู่บ้านริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เส้นทางเลียบชายฝั่งที่ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในโลก ที่ติดอันดับความสวยงามระดับโลก และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (Unesco)

*** หมายเหตุ : เนื่องจากถนนเส้นทางอมาลฟีโคสท์คดเคี้ยวและแคบมาก ทำให้การเดินทางใช้เวลามาก หากมีการปิดถนน หรือการจารจรติดขัด หรือมีเหตุการณ์นอกเหนือการควบคุม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์ โดยหัวหน้าทัวร์จะเป็นผู้ประเมินเหตุการณ์หน้างานเป็นหลัก ***)

  • นำท่านเดินทางสู่เมือง ราเวลโล่ เมืองตากอากาศบนเขาสูง ด้านหน้าเป็นวิว ทะเลสวยมากถึงมากที่สุด ด้านหลังเป็นวิวภูเขาสูงเมืองนี้สวยสุดยอด จริงๆ ตัวเมืองเป็นบ้านเก่าๆ เล็กๆ อยู่ข้างๆ จตุรัสมีร้านกาแฟน่ารักอยู่ รอบๆ                                                                                                                              Ravello - Italy Travel Experience | www.italytravelexperienc… | Flickr
  • นำท่านเดินชมตัวเมืองเริ่มจากจตุรัสกลางเมืองเวสโควาโด (PIAZZA VESCOVADO) โบสถ์ประจำเมืองที่มีอายุกว่า 800 ปี ชม ประตูสัมฤทธิ์ (THE BRONZE DOOR) ที่มีภาพสลักเรื่องราวของพระคริสต์ถึง 54 ช่อง                                                                                                                                          The Piazza Vescovado in Ravello - Picture of Ravello, Amalfi Coast - Tripadvisor
  • ชมวิวสวยรอบจตุรัส และวิลล่า รูโฟโล (VILLA RUFOLO) คฤหาสน์บนหน้าผาริมทะเลที่สวยงาม ภายในมีสวนดอกไม้ริมหน้าผาที่ งดงามยิ่ง จุดชมวิวตรงนี้เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองราเวลโล่Ravello Banque d'images et photos libres de droit - iStock
  • จากนั้นให้ท่านผ่านชมวิว เมือง โพสิตาโน่ (Positano) อีกหนึ่งเมืองชื่อดังของอมาลฟี นับเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียง และขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดบนชายฝั่งอมาลฟี อบอวลไปด้วยบรรยากาศแสนโรแมนติกของตึกอาคารเก่าแก่ สถาปัตยกรรมอันงดงาม และชายหาดแสนสวย น้ำทะเลสีฟ้าสดใส

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • จากนั้นนำท่านเดินเล่นชมเมือง โพสิตาโน่ นั้น สันนิษฐานว่าได้เริ่มขึ้นในสมัยอาณาจักรโรมันเมื่อราวศตวรรษที่ 9 ก่อนจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ชาว Paestum ในอาณาจักรกรีกโบราณได้อพยพหนีจากการรุกรานของเหล่า Saracen ซึ่งเป็นคำเรียกของชาวอาหรับในสมัยยุคกลาง (Middle Ages) และมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ หลังจากนั้นก็ได้มีการสร้างกำแพงเมือง ถนนที่แคบและชัน รวมถึงหอสังเกตุการณ์เพื่อรักษาความมั่นคงและปลอดภัยของเมืองในช่วงศตวรรษที่ 12 และกลายเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองในฐานะเมืองท่าริมทะเล และศูนย์กลางการค้าในช่วงศตวรรษที่ 15-17 ปัจจุบันโปซีตาโนยังคงอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนเก่าแก่เอาไว้เป็นอย่างดี ส่วนใหญ่แล้วจะทาด้วยสีโทนอุ่น สีส้ม สีเหลือง และสีขาวนวล ตัดกับสีของฟ้าท้องทะเล และภูเขาสีเขียวได้เป็นอย่างดี หากต้องการจะเก็บภาพสวยๆ สุดไอคอนนิกของเมือง ท่านสามารถมองเห็นโบสถ์ Church of Santa Maria Assunta โบสถ์เก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 10 โบสถ์สำคัญของเมือง                                          Positano | Typical view into Positano, Italy. Whilst it may … | Flickr
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง ซอนเรนโต้ (Sorrento) ที่มาของเพลง “คัมแบค ทูซอร์เรนโต้” และเป็นบ้านเกิดของเอนริโก คำรูโซ (ENRICO CARUSO) นักร้องโอเปราชื่อดังเป็นเมืองในฝันที่งดงามล้ำเลิศ เมืองที่มีทัศนียภาพสวยงามโดยเฉพาะเวลาตอนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าSorrento,italy,port,cityscape,coast - free image from needpix.com

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
HILTON SORRENTO HOTEL PALACE หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว (พัก 2 คืน)

** หมายเหตุ : โรงแรมที่พักในเมืองซอเรนโต้ ทางบริษัทเลือกใช้ห้องแบบ City view หรือ Garden View หากคุณลูกค้าท่านใดสนใจอยาก Upgrade ห้องพักห้องแบบ Sea View Room / Suite Room ท่านสามารถสอบถามราคา Upgrade เพิ่มเติมจากบริษัทได้ **

DAY7

ซอร์เรนโต - เกาะคาปรี - ถ้ำบลูกร๊อตโต้ - ซอร์เรนโต

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ท่าเรือเพื่อนำท่านขึ้นเรือเฟอร์รี่ข้ามไปสู่ เกาะ คาปรี (Capri) เกาะที่มีเสน่ห์เป็นของตัวเองมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟวิซูสเวียส เป็นเกาะในทะเลเมติเตอร์เรเนียน (Tyrrhenian sea) ทางทิศใต้ของอ่าวเนเปิลส์ เป็นสถานที่ตากอากาศตั้งแต่สมัยโรมันโบราณ ในระหว่างสงครามนโปเลียน ถูกอังกฤษและฝรั่งเศสผลัดกันเข้ายึดครอง และกลับคืนเป็นของอิตาลีในปีค.ศ. 1813 ได้รับการจัดอันดับจากเนชั่นเนล จีโอกราฟฟิก ว่าเป็นเกาะที่สวยที่สุดของโลกอันดับที่ 7 ในปี 2013Italy-3039 - Capri | PLEASE, no multi invitations, glitters … | Flickr
  • จากนั้นนำท่านชมล่องเรือเพื่อไปชม ถ้ำบลูกร๊อตโต้  (Blue Grotto) ถ้ำที่อยู่ในทะเลมีแสงสะท้อนสีฟ้าจากน้ำทะเลขั้นมากระทบถ้ำสวยงามยิ่งนัก                                                                                         สีฟ้า Grotto หรือ Grotta Azzurra ใน Capri... - Secret World

หมายเหตุ : การชมถ้ำบลูกร๊อตโต้ ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเอื้ออำนวยด้วย เช็ควันต่อวัน หากไม่สามารถเข้าชมได้ ทางบริษัท ของสงวนสิทธิ์เปลี่ยนเป็นล่องเรือชมความงดงามของเกาะคาปรีแทน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • จากนำท่านนั่งรถรางขึ้นสู่ยอดเขาคาปรี (คาปรีเซนเตอร์)
  • นำท่านเดินชมเขตตัวเมืองที่มีบรรยากาศน่ารัก และแวะพักที่สวนออกุสต้า พร้อมบันทึกภาพกับโขดหิน FARAGLIONI สัญลักษณ์ของเกาะคาปรี
  • นำท่านเดินเล่นชมเมืองคาปรี บริเวณจัตุรัสอุมแบร์โต (Piazza Umberto) จัตุรัสที่มีหอนาฬิกาจากนั้นให้ท่านได้เดินชมเมืองหรือเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกตามอัธยาศัย
  • นำท่านนั่งเรือเฟอร์รี่กลับสู่เมืองซอเรนโต้

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
HILTON SORRENTO HOTEL PALACE หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY8

ซอร์เรนโต - นาโปลี - เกาะโปรชิดา - นาโปลี

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ Porta di Massa  เมือง เนเปิลส์ หรือ นาโปลี (Naples, Napoli)
  • นำท่านนั่งเรือข้ามสู่เกาะ โปรชิดา (Procida) (ใช้เวลาประมาณ 40 นาที) เป็นหนึ่งในหมู่เกาะ Phlegraean นอกชายฝั่งของ เนเปิลส์ ในภาคใต้ของ อิตาลี เกาะนี้ตั้งอยู่ระหว่าง แหลม Miseno และเกาะ Ischia ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมของอิตาลีประจำปี 2022 เกาะ Procida เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีผู้อยู่อาศัยไม่เกิน 10,000 คน และมีประวัติศาสตร์อันยาวนานย้อนกลับไปได้ในราวศตวรรษที่ 15 ก่อนคริสตศักราช มีชื่อเสียงจากสีสันที่สดใสของอาคารบ้านเรือน ตามแบบฉบับของพื้นที่แถบเมดิเตอร์เรเนียน ส่วนผสมงามงดของบ้านเรือนสีพาสเทล ดงมะนาวในซอกหลืบ และเรือประมงแล่นทวนกระแสลม ล้วนเป็นภาพติดตาที่ไม่อาจลืมเลือน ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเขียนและผู้สร้างภาพยนตร์ตั้งแต่กวีโรมันโบราณ เช่น Virgil ไปจนถึงนักเขียนในยุคปัจจุบัน เช่น Elsa Morante หรือ ผู้กำกับอย่าง Michael Radford และ Anthony Minghella ซึ่งถ่ายทำภาพยนตร์ดังอย่าง Il Postino และ The Talented Mr Ripley บนเกาะแห่งนี้                                                              File:Ostrov Procida.jpg - Wikimedia Commons

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • ให้ท่านเดินเล่นชมเมืองโปรชิดา ได้เวลานัดหมายนำท่านนั่งเรือกลับสู่เมืองนาโปลี

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
HOTEL ROYAL CONTINENTAL NAPLES หรือเทียบเท่า 4 ดาว

DAY9

นาโปลี - ปอมเปอี - หอสวดมนต์ Sansevero - สนามบิน

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมือง ปอมเปอี (Pompei) (ระยะทาง 25 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) เมื่อเดินทางมาถึงท่านจะ เห็นภูเขาไฟวิสุเวียส“Vesuvius Volcano” ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่พ่นลาวามาทับถมสองเมืองคือ เมืองปอมเปอี(Pompei) กับ เมืองเฮอร์คิวลานุม (Herculaneum) และได้กลืนกินเมืองทั้งเมืองอยู่ใต้เถ้า ถ่านที่ประทุออกมา เวลาผ่านไปพันปีเมืองนี้ก็กลายเป็นตํานานที่ลางเลือน จนกระทั่งมีคนที่ขุดพบโดยบังเอิญเมื่อประมาณ สองร้อยปีก่อน จึงทําการขุด เมืองทั้งเมืองขึ้นมาไม่น่าเชื่อว่าเมืองใหญ่โตขนาดนั้นจะถูกกลบมิดเป็นเวลา เกือบสองพันปีมีสนามกีฬา โรงละคร ศาสนสถาน ร้านค้า บ้านเรือนตั้งเรียงราย เป็นจํานวนมาก
  • นำท่านเข้าชมโบราณสถาน ปอมเปอี ชมสภาพของเมืองที่ขุดคนขึ้นมาได้ภายในกําแพงที่โอบล้อม ตัวเมืองชมเขตใจกลางเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของวิหาร, สํานักงานราชการตลาด,ร้านค้า, โรงละคร, สนามกีฬา, บ้านเรือน และโรงอาบน้ำสาธารณะของโรมัน จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองนาโปลี              File:Pompei, il Vesuvio da via delle Scuole - panoramio.jpg - Wikimedia Commons

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเข้าชม หอสวดมนต์ Cappella Sansevero เป็นโรงสวดในเนเปิลส์ที่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 16 เป็นที่รวบรวมผลงานศิลปะเชิงศาสนาของอิตาลีจากแหล่งต่างๆ ไว้ด้วยกัน หอสวดมนต์นี้สร้างขึ้นโดยท่านดยุคในท้องถิ่นนามว่า Giovan Francesco di Sangro เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณต่อพระแม่มารีย์ที่ช่วยรักษาอาการเจ็บป่วย สังเกตประติมากรรมหินอ่อนที่มีความประณีต และละเอียด เช่น Veiled Christ นอกจากนี้ยังมีภาพวาดบนฝาผนัง ชั้นหินอ่อนอันหรูหราน่าทึ่งและผลงานกราฟฟิคที่แสดงให้เห็นถึงลักษณะทางกายภาพของมนุษย์อย่างชัดเจน                                                Museo Cappella Sansevero, Naples
  • นำท่านชมผลงานที่ชื่อว่า หน้ากากพระคริสต์ โดย จูเซปเปซานมาร์ติโน ที่เป็นการแกะสลักหินอ่อนพระเยซูโดยมีผ้าคลุมไว้ ถือเป็นผลงานระดับ Masterpiece ที่ท่านมาเมืองนาโปลีแล้วไม่ควนพลาดชม      La Pudicizia, il Cristo velato e il Disinganno formano la … | Flickr

** หมายเหตุ หากโบสถ์มีพิธีกรรมสำคัญ ไม่เปิดให้ชมทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการงดเข้าชม **

  • จากนั้นให้ท่านเดินเล่นเลือกซื้อสินค้าของฝากตามอัธยาศัย
  • 16.30 น. ได้เวลาอันสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบิน เพื่อทำการเช็คอินและทำ TAX REFUND
  • 20.45 น. ออกเดินทางสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบิน TK 1880

***หมายเหตุ ไฟล์ทบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง***

DAY10

อิสตัลบูล - สนามบินสุวรรณภูมิ - กรุงเทพฯ

  • 00.05 น. เดินทางถึงสนามบินอิสตัลบูล (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
  • 01.55 น. เดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบิน TK 068
  • 15.25 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ…..


แชร์ให้เพื่อน