แกรนด์สเปน 12 วัน


Tour by HappyLongway

รายละเอียดโปรแกรมทัวร์-แกรนด์สเปน 12 วัน

รหัสทัวร์ : GRAND UNSEEN SPAIN 12 DAYS (TK)
ระยะเวลา 12 วัน 9 คืน
สายการบิน : Turkish Airlines (TK)

กำหนดการเดินทาง

รอบที่ วันเดินทาง ราคา
1 16 ก.ย. 69 - 27 ก.ย. 69 209,900 บาท
2 7 ต.ค. 69 - 18 ต.ค. 69 209,900 บาท
3 4 พ.ย. 69 - 15 พ.ย. 69 209,900 บาท
4 9 ธ.ค. 69 - 20 ธ.ค. 69 209,900 บาท

สถานที่สำคัญ

  • 1
    ชมกรุง MADRID เมืองหลวงและเมืองท่องเที่ยวสำคัญของสเปน
  • 2
    ชมเมือง BARCELONA เมืองท่องเที่ยวสำคัญของสเปน
  • 3
    ชมเมือง SEVILLE เมืองที่ได้รับการยอมรับว่าสวยที่สุดของแคว้น Andalusia
  • 4
    ชมเมือง GRANADA เมืองมรดกโลกที่ตั้งพระราชวังที่สวยที่สุดของสเปน
  • 5
    ชมเมือง CORDOBRA อีกเมืองสวยที่ห้ามพลาดเมื่อมาแคว้น Andalusia
  • 6
    ชมพระราชวัง LA ALHAMBRA DE GRANADA พระราชวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสเปน (UNESCO)
  • 7
    ชมป้อมปราการ ALCAZAR แห่งเมือง SEVILLE (UNESCO)
  • 8
    ชม ALCAZAR OF SEVILLE ป้อมปราการสุดสวยแห่งเมืองเซวีญ่า (UNESCO)
  • 9
    ชม MEZQUITA OF CORDOBA สุเหร่าสุดสวยแห่งเมืองคอร์โดบา (UNESCO)
  • 10
    ชมหมู่บ้าน SETENIL DE LAS BODEGA เมืองสีขาวสร้างใต้ผาหินสุดมหัศจรรย์ (UNSEEN)
  • 11
    ชมเมือง RONDA เมืองสีขาวริมหน้าผาสุดสวย (UNSEEN)
  • 12
    ชมเมือง AVILA เมืองในป้อมปราการสุดอลังการ (UNESCO) (UNSEEN)
  • 13
    ชมหุบเขา MONTSERRAT มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ ในหุบเขา (UNSEEN)
  • 14
    ชม Museo del Prado หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก สถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งเมืองมาดริด
  • 15
    ชมเมือง TOLEDO อดีตเมืองหลวงเก่าของสเปนสุดสวย (UNESCO)
  • 16
    ชม สะพานส่งน้ำโรมัน แห่งเมือง SEGOVIA (UNESCO)
  • 17
    ชมมหาวิหาร SAGRADA FAMILIA มหาวิหารสุดอลังการ ผลงานของศิลปินเกาดี้ (UNESCO)
  • 18
    ชม GUELL PARK ผลงานศิลปินเกาดี้ (UNESCO)
  • 19
    สนุกสนานช้อปปิ้ง La Roca Outlet

HappyLongWay
ขอนำเสนอโปรแกรมทัวร์ยุโรป
เจาะลึกอันซีนสเปน 12 วัน 9 คืน
มาดริด – เซโกเวีย – อาบิลา – โทเลโด้ – คอร์โดบา – เซวิลญ่า – รอนด้า – กรานาด้า – บาร์เซโลน่า
โดยสายการบิน TURKISH AIRLINES (TK)

DAY1

สนามบินสุวรรณภูมิ - กรุงเทพฯ

  • 19.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 7  เคาน์เตอร์ N สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ (Turkish Airlines) พบเจ้าหน้าที่บริษัทอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
  • 23.15 น. ออกเดินทางสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบิน TK 53
DAY2

อิสตัลบูล (ตุรกี) - มาดริด (โปรตุเกส)

  • 05.30 น. เดินทางถึงสนามบินอิสตัลบูล (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
  • 07.05 น. เดินทางสู่กรุงมาดริด ประเทศสเปน โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบิน TK 1857
  • 10.25 น. เดินทางถึงสนามบินมาดริด ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อยแล้ว

***หมายเหตุ ไฟล์ทบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง***

  • จากนั้นได้นำท่านเดินทางสู่ กรุงมาดริด (MADRID) เมืองหลวงของประเทศสเปนเป็นมหานคร อันทันสมัยล้ำยุค ที่ซึ่งกษัตริย์ฟิลลิปที่ 2 ได้ทรงย้ายที่ประทับจากเมืองโทเลโด้มาไว้ที่นี่และประกาศให้มาดริดเป็นเมืองหลวงใหม่ มาดริดได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • จากนั้นนำท่านผ่านชมน้ำพุไซเบเลส (Cibeles Fountain) ที่สร้างอุทิศให้แก่เทพธิดาไซเบลีน ใช้เป็นสถานที่เฉลิมฉลองในเทศกาลต่างๆของเมือง และอาคารสวยงามใกล้ๆกันคือที่ทำการไปรษณีย์      File:Cibeles con Palacio de Linares al fondo.jpg - Wikimedia Commons
  • ผ่านชมประตูชัยอาคาล่า (Puerta De Alcala) ที่สร้างถวายพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3
  • นำท่านเข้าสู่ พลาซ่า มายอร์ (Plaza Mayor) ใกล้เขตปูเอต้าเดลซอล หรือประตูพระอาทิตย์ซึ่งเป็น จัตุรัสใจกลางเมือง จุดนับกิโลเมตรแรกของสเปน (กิโลเมตรที่ศูนย์) ยังเป็นศูนย์กลางรถไฟใต้ดินและรถเมล์ทุกสาย และยังเป็นจุดตัดของถนนสายสำคัญของเมือง ที่หนาแน่นด้วยร้านค้าและห้างสรรพสินค้าใหญ่อีกด้วย จากนั้นนำสู่ปูเอร์ตาเดลโซล (Puerta del Sol) ย่านถนนช้อปปิ้งชื่อดัง
  • แวะถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์หมีกับต้นมาโดรนา (El Oso y el Madroño) อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองEl Oso y el Madroño | SONY DSC | The Spanish Traveller | Flickr

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
EMPERADOR HOTEL MADRID หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว (พัก 2 คืน)

DAY3

มาดริด - เซโกเวีย - รางส่งน้ำโรมัน - เมืองเก่า - มหาวิหารแห่งเซโกเวีย - อาบิลา - มาดริด

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • นําท่านเดินทางสู่เมือง เซโกเวีย (Segovia) เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่สวยงามตั้งอยู่ทางตอนกลางของสเปน ในแคว้นคาสตีลและเลออน ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบระหว่างแม่น้ำเอเรสมา (Eresma) กับแม่น้ำกลาโมเรส (Clamores) ที่ตีนเขากวาดาร์รามา (Sierra de Guadarrama) โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมโรมันและยุคกลางที่อนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม โดยจุดเด่นสำคัญคือ สะพานส่งน้ำโรมัน (Aqueduct of Segovia), ปราสาทอัลคาซาร์ (Alcázar of Segovia) และ มหาวิหารเซโกเบีย (Segovia Cathedral) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO
  • นำท่านถ่ายรูปกับรางส่งน้ำโรมัน (Acueducto de Segovia) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 โดยไม่มีการใช้กาวหรือวัสดุเชื่อมหิน แต่ละก้อนแต่อย่างใด จึงได้ รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมโดยชาวโรมันที่สำคัญที่สุดของสเปน และยังมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย รางส่งน้ำาประกอบขึ้นจากหินแกรนิตกว่า 25,000 ก้อน มีความยาว 818 เมตร มีโค้ง 170 โค้ง จุดที่สูงที่สุดสูงถึง 29 เมตร จุดเริ่มต้นของราง ส่งน้ำตั้งแต่นอกเมือง แล้วลําเลียงส่งน้าเข้ามาในเมือง รางส่งน้ำแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซโกเวีย และเป็นไฮไลท์หลักของเมือง                                                                    Acueducto romano de Segovia | santiago lopez-pastor | Flickr
  • จากนั้นนําท่านเดินเล่นในเขตเมืองเก่า (Old Town) เต็มไปด้วยสินค้านานาชนิดตลอดสองข้างทาง โดยเขตเมืองเก่ายังเป็นที่ตั้งมหาวิหารแห่งเซโกเวีย (Catedral de Segovia)
  • ให้ท่านถ่ายรูปด้านนอกกับมหาวิหารแห่งเซโกเวีย แบบโกธิกที่ปลายยุคนี้ตั้งอยู่ที่จุดสูงสุดของ Old Town ที่มีสภาพแวดล้อมรอบด้าน ตำแหน่งนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองทั้งเมืองและบริเวณโดยรอบของ Sierra de Guadarrama มหาวิหารเซโกเวีย ถูกสร้างขึ้นในระหว่างปีค.ศ. 1525-1577 ภายในประกอบด้วยโถงทางเดินใหญ่ที่มีเพดานโค้งสูง 3 แถว และมีคูหาสวดมนต์ที่ประดับประดาอย่างงดงามเรียงรายอยู่ราว 20 แห่ง และย่านเมืองเก่ายังสามารถเดินต่อไปยังที่ตั้งป้อมปราการแห่งเซโกเวีย Alcázar de Segovia ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของปราสาทเจ้าหญิงใน Disneyland อีกด้วย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง เมนูหมูหันสเปน ต้นตำหรับ

  • จากนั้นท่านเดินทางสู่เมือง อาบิลา (Avila) (ระยะทาง 65 กม. ใช้เวลา 50 นาที) ตั้งอยู่ใจกลางประเทศสเปน ในเขตปกครองตนเองกัสตีลยาและเลออน ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 11 เพื่อปกป้องดินแดนของสเปนจากชาวมัวร์ เมืองแห่งนี้ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “เมืองแห่งนักบุญและศิลายังคงรักษาสภาพความเรียบง่ายแบบยุคกลางเอาไว้ และเป็นบ้านเกิดของนักบุญเทเรซาและสถานที่ฝังศพของมหาผู้สอบสวนศาสนา ตอร์เกมาดา ความบริสุทธิ์ของรูปแบบนี้ยังคงเห็นได้จากมหาวิหารโกธิกและป้อมปราการ ซึ่งมีหอคอยครึ่งวงกลม 87 แห่งและประตู 9 แห่ง นับเป็นป้อมปราการที่สมบูรณ์ที่สุดในสเปน นำท่านชมกำแพงเมืองยุคกลางของเมืองอาบิลา สร้างขึ้นในช่วง ศตวรรษที่ 11 เพื่อป้องกันดินแดนสเปนจากพวกมัวร์ (Moors)Avila | MARIA ROSA FERRE ✿ | Flickr
  • ชมพลาซ่า เดอ ซานตา เทเรซา (La Plaza de Santa Teresa) โดยที่นี้จะเป็นที่ตั้งของรูปปั้นสีขาวบริสุทธิ์ของแม่ชีเทเรซ่า ซึ่งถือว่าเป็นผู้อุทิศตนและมีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปศาสนาในเมืองนี้ ด้วยความเก่าแก่และการอนุรักษณ์ไว้ดีเยี่ยมจึงได้รับการประกาศให้ขึ้นทะเบียนมรดกโลก (Unseco)
  • จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่กรุงมาดริด (ระยะทาง 110 กม. ใช้เวลา  1.30 ชม.)

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย
EMPERADOR HOTEL MADRID หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY4

มาดริด - พิพิธภัณฑ์ปราโด - โทเลโด

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ปราโด (Museo del Prado) หรือที่รู้จักอย่างเป็นทางการว่าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติปราโด (Museo Nacional del Prado ) เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติหลักของสเปนตั้งอยู่ใจกลางกรุงมาดริด ถือเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงคอลเลกชั่นศิลปะยุโรปตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 โดยอิงจากคอลเลกชั่นของราชวงศ์สเปนในอดีต และ เป็นคอลเลกชั่นศิลปะสเปนที่ดีที่สุด ก่อตั้งขึ้นในฐานะพิพิธภัณฑ์จิตรกรรมและประติมากรรมในปี 1819 ปัจจุบันยังมีคอลเลกชั่นงานศิลปะประเภทอื่นๆ ที่สำคัญอีกด้วย ผลงานจำนวนมากของฟรานซิสโก โกยาศิลปินที่มีผลงานจัดแสดงมากที่สุด รวมถึงผลงานของฮีโรนีมัส บอช , เอล เกรโก , ปีเตอร์ ปอล รูเบนส์ , ทิเชียนและดิเอโก เวลาสเกซเป็นไฮไลท์บางส่วนของคอลเลกชั่นนี้ ด้วยสายตาที่เฉียบคมและความละเอียดอ่อนของเวลัซเกซ เขามีส่วนสำคัญในการนำผลงานศิลปะชั้นเยี่ยมของปรมาจารย์ชาวอิตาลีจำนวนมากมาไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในคอลเลกชั่นที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศอิตาลี ปัจจุบันคอลเลกชั่นประกอบด้วยภาพวาดประมาณ 8,200 ภาพ ภาพเขียน 7,600 ภาพ ภาพพิมพ์ 4,800 ภาพ และประติมากรรม 1,000 ชิ้น รวมถึงงานศิลปะและเอกสารทางประวัติศาสตร์อื่นๆ อีกมากมายMadrid - Museo Nacional del Prado | Retiro | Paseo del Prado… | Flickr

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

  • นำท่านเดินทางสู่เมือง โทเลโด (Toledo) (ระยะทาง 70 กม. ใช้เวลา 1 ชม.) มีสมญานามว่า “เมืองแห่งสามวัฒนธรรม” (City of Three Cultures) เนื่องจากในอดีตชาวคริสต์ มุสลิม และยิวอาศัยอยู่ร่วมกัน อดีตเมืองหลวงเก่าของสเปนตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ในปี 1986 เป็นเมืองแห่งศูนย์กลางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของสเปน ตัวเมืองตั้งอยู่บนหน้าผาสูงเบื้องล่างล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำตาโค (Tajo) ซึ่งเหมาะแก่การป้องกันการรุกรานจากข้าศึก ให้ท่านชื่นชมวิวทิวทัศน์สองข้างทาง                                                                                                          ฟรี คลังภาพถ่ายฟรี ของ toledo, กลางวัน, กลางแจ้ง คลังภาพถ่าย
  • นำท่านสู่เขตเมืองเก่า ผ่านประตูเมือง ปูเอร์ตาเดบิซากรา 1 ในประตูเมืองที่มีความสำคัญที่สุด
  • นำท่านเข้าชม มหาวิหารโทเลโด (ToledoCathedral) สถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่ยิ่งใหญ่สวยงามแห่งหนึ่งของโลก ใช้เวลาสร้างยาวนาน แต่เดิมชาวมุสลิมใช้เป็นสุเหร่า ต่อมาได้ก่อสร้างรูปทรงแบบโกธิคในปี 1226 และเพิ่มศิลปะแบบมูเดฆาร์ บาร็อค และนีโอคลาสสิค จนแล้วเสร็จสมบูรณ์ในอีก 300 ปีถัดมา ภายในมีการตกแต่งอย่างงดงามวิจิตรด้วยไม้แกะสลักและภาพสลักหินอ่อน มุมด้านในเป็นอัลคาซาร์ ผลงานของสถาปนิกระดับสุดยอดในสมัยศตวรรษที่ 16 ได้รับการบูรณะและเป็นพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบัน        Toledo Cathedral 10 | See where this picture was taken. [?] | Son of Groucho | Flickr

หมายเหตุ : หากทางโบสถ์มีพิธีสำคัญ จะงดให้เข้าชมภายในจะให้ชมเพียงด้านนอกเท่านั้นและวันอาทิตย์โบสถ์เปิดให้เข้าชมแค่ช่วงบ่ายเท่านั้น

  • จากนั้นนำท่านเข้าชมโบสถ์ Church of Saint Thomas the Apostle (Iglesia de Santo Tomé) และก่อตั้งขึ้นหลังจากการยึดเมืองคืนโดยกษัตริย์อัลฟอนโซที่ 6 แห่งเลออน ปรากฏว่ามีการกล่าวถึงในศตวรรษที่ 12 ว่าสร้างขึ้นบนที่ตั้งของมัสยิดเก่าในศตวรรษที่ 11 มัสยิดแห่งนี้พร้อมกับมัสยิดอื่นๆ ในเมืองถูกใช้เป็นโบสถ์คริสต์โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เนื่องจากในการยึดเมืองนั้นไม่มีการทำลายอาคารใดๆ อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นศตวรรษที่ 14 โบสถ์ ซึ่งอยู่ในสภาพทรุดโทรมได้รับการบูรณะใหม่ทั้งหมดภายใต้การดูแลของ Gonzalo Ruiz de Toledo เจ้าเมือง Orgaz และหอคอยมัสยิดเก่าถูกเปลี่ยนเป็นหอระฆังในสไตล์มูเดฮาร์ โบสถ์แห่งนี้ชื่อเสียงอย่างมากจากภาพวาด The Burial of the Count of Orgaz โดย El Greco ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญอีกอันของศิลปินชาวสเปนผู้นี้
  • จากนั้นให้ท่านเดินเล่นชมเมืองเก่าของโทเลโด นี้ผสมผสานระหว่าง คริสต์ อิสลาม และยิว ได้อย่างลงตัว
  • จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปบริเวณจุดชมวิว Mirador del Valle เพื่อชมทิวทัศน์ของเมืองโทเลโด ซึ่งเป็นทิวทัศน์ที่จิตรกรชื่อดังของสเปน เอล เกรโก (Ei Greco) ได้เคยจำลองลงบนแผ่นภาพอย่างสวยงามToledo | Dmitry Djouce | Flickr

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
AC HOTEL BY MARRIOTT CIUDAD DE TOLEDO หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

***หมายเหตุ โรงแรมมีจำกัดและห้องพักมีขนาดเล็ก ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง***

DAY5

โทเลโด - คอร์โดบา - สุเหร่าเมซกีต้า - ชมเมือง

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านเดินทางสู่เมือง คอร์โดบา (Cordoba) (ระยะทาง 340 กม. ใช้เวลา 4 ชม.) ครั้งหนึ่งเคยถูก ครอบครองโดยชาวโรมันและชาวมัวร์จากอาหรับ เมืองคอร์โดบาตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำกัวดัลกีเบีย เป็นเมืองศูนย์กลางของวัฒนธรรมมุสลิมในประเทศสเปน องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศให้เมืองคอร์โดบาเป็นเมืองมรดกโลกของประเทศสเปน เมืองนี้เป็นเมืองในระบบกาหลิบที่มีความเจริญรุ่งเรืองที่สุดของยุโรปในสมัยศตวรรษที่ 10 มีการสร้างมหาวิทยาลัยเน้นการเรียนรู้ด้านวรรณกรรมวิทยาศาสตร์ ปรัชญาและการแพทย์

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเข้าชม สุเหร่าเมซกีต้า (Mezquita) ซึ่งมีประวัติศาสตร์การสร้างอันซับซ้อน เช่นเดียวกันการบอกเล่าเรื่องอำนาจ และประวัติศาสตร์ของเมือง จากการแรกเริ่มในศตวรรษที่ 6 คือโบสถ์คริสต์ของพวกวิสิกอธ (Visigoth) ก่อนที่จะกลายมาเป็นที่สร้างมัสยิดต่อมาในยุคที่อิสลามในช่วงปี ​726 ถึงกลางศตวรรษที่ 13 โดยค่อยๆ ขยายพื่นที่ออกไปถึงสามครั้ง และกลับมาเป็นโบสถ์อีกครั้งหลังจากที่ กษัตริย์เฟอร์นานโดที่ 3 ของสเปน ที่ดัดแปลงมัสยิด Umayyard ที่งามวิจิตรและแท่นสวดมนต์ ให้กลายเป็นวิหารของพระคริสต์ และหอมินาเร็ต กลายมาเป็นหอระฆังที่ตระหง่านอยู่ทุกวันนี้ ภายในโบสถ์ที่มีเอกลักษณ์ด้วยซุ้มโค้งสลับสีขาวและแดงและเสาหินมากมาย ด้วยการใช้เสาหินจำนวนมากถึง 850 ต้น ต่อยอดเสาด้วยโครงสร้างคานโค้งแบบศิลปะโรมัน ผสมกับลวดลายแบบมัวริช ประดับด้วยเครื่องกระเบื้องเคลือบ อิฐ และหินฉลุลาย ทั่วทั้งอาคาร ด้านในสุดของมัสยิดจะสร้าง “มีหรับ” อันเป็นครื่องหมายแสดงทิศทางของเมืองเมกกะ ต่อมาเมื่อชาวคริสต์เข้ามายึดครองเมืองคอร์โดบา จึงได้มีการสร้างโบสถ์ขึ้นบริเวณกึ่งกลางของมัสยิด และสร้างหอระฆังสูง 93 เมตร ขึ้นในบริเวณสวนส้มและลานน้ำพุ                                                                          ฟรี คลังภาพถ่ายฟรี ของ mezquita, คอลัมน์, คาทอลิก คลังภาพถ่าย
  • นำท่านถ่ายรูปกับสะพานโรมันโบราณ Puento romano อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ Puente Romano - REVISTA EA! - DESCUBRE CORDOBA
  • จากนั้นนำท่านชมย่าน Calleja de las Flores หรือเรียกว่าถนนดอกไม้ โดยมีบ้านเรือนสีขาวน่ารักตกแต่งด้วยดอกไม้สวยงาม อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองเลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
H10 PALACIO COLOMERA HOTEL CORDOBA หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว  

DAY6

คอร์โดบา - เซบีย่า - มหาวิหารแห่งเมืองเซบีย่า - ป้อมอัลคาซาร์ - หอคอย กิร์ลด้า - จัตุรัส Plaza De Espana - ชมโชว์ระบำฟลามิงโก

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง เซบีย่า (Seville) (ระยะทาง 145 กม. ใช้เวลา 1.45 ชม.) ซึ่งตั้งอยู่ในแคว้นอันดาลูเซีย เป็นเมืองที่มีมรดกทางวัฒนธรรม เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความเขียวขจีพื้นที่โล่งสวนสาธารณะและสวนดอกไม้ งานเทศกาลที่จัดขึ้นในเมืองเซบีญ่าได้รับการกล่าวขานมากที่สุด เนื่องจากเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวามากที่สุดในแคว้นอัลดาลูซีย เมืองนี้เคยอยู่ภายใต้การปกครองของแขกมัวร์มานานกว่า 800 ปี จึงได้รับอิทธิพลศิลปะแบบแขกมัวร์ค่อนข้างมาก ระหว่างให้ท่านได้ชมวิวทิวทัศน์สองข้างทาง
  • จากนั้นนำท่านเข้าชม มหาวิหารแห่งเมืองเซบีย่า (Seville Catherdral) ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสาม รองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่กรุงโรม และเซนต์ปอลที่ลอนดอน และใหญ่ที่สุดในสเปน สร้างด้วยศิลปะแบบโกธิค โดยภายในตกแต่งได้อย่างวิจิตรตระการตา สร้างขึ้นแทนที่ตั้งของสุเหร่าเดิม โดยต้องการให้ยิ่งใหญ่แบบไม่มีใครเทียบเทียมได้ ในห้องเก็บทรัพย์สมบัติล้ำค่า มีทั้งภาพเขียน เครื่องใช้ในศาสนพิธี ที่ทำมาจากทองคำและเงินล้วนแต่ประเมินค่ามิได้ ตอนกลางโบสถ์เป็นที่ตั้งของสุสาน คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ซึ่งสร้างอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติยศ

***หมายเหตุ วันอาทิตย์โบสถ์เปิดให้เข้าชมแค่ช่วงบ่ายเท่านั้น***

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • จากนั้นนำท่านเข้าชม ป้อมอัลคาซาร์ (Real Alcazar de Seville) หรือพระราชวังที่ประทับของสุลต่านที่มีการตกแต่งด้วย สถาปัตยกรรมแบบมัวริช ตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ได้อย่างวิจิตรบรรจงสวยงามยิ่งนัก ปัจจุบันยังเป็นที่ประทับของราชวงศ์แห่งสเปน โดยความสวยงามของพระราชวังและประวัติศาสตร์อันยาวนานทำให้พระราชวังแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (Unesco) ในปี ค.ศ. 1987Patio de las Doncellas | En el Real Alcázar de Sevilla. Más … | Flickr
  • จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ หอคอย กิร์ลด้า (Giralda Tower) หอศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็นหอคอยที่สร้างขึ้นโดยชาวมุสลิม เป็นตึกทรงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสูง 104.1 เมตร ติดกันกับมหาวิหารเป็นลานส้มและน้ำพุ เพื่อใช้ในพิธีชำระร่างกายของชาวมุสลิม (ท่านไหนมีความประสงค์จะขึ้นหอคอยชมวิว กรุณาติดต่อหัวหน้าทัวร์ ไม่แนะนำสำหรับผู้สูงอายุ)                                                                 La giralda 1080P, 2K, 4K, 5K HD wallpapers free download | Wallpaper Flare
  • จากนั้นนำท่านเข้าสู่แลนด์มาร์คที่สำคัญอีกแห่ง Plaza De Espana จตุรัสอันใหญ่โตและงดงามประจำเมืองและติดอันดับจตุรัสที่สวยที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นในปี 1928 ปัจจุบันเป็นที่นับพบปะของชาวเมือง เดินเล่นช้อปปิ้ง และจตุรัสแห่งนี้ยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง Starwars อีกด้วย อิสระให้ท่านเดินเล่นตามอัธยาศัย                                                                                                              Plaza de España. Sevilla | vpogarcia | Flickr

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง พร้อมชมโชว์ระบำฟลามิงโก FRAMINGO
MELIA HOTEL SEVILLE  หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY7

เซบีย่า - รอนดา - เซทเทนิลเด ลาส โบเดกาส - กรานาด้า

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง รอนดา (Ronda) (ระยะทาง 130 กม. ใช้เวลา 1.45 ชม.) เมืองเล็ก ๆ ในจังหวัดมาลากา แคว้นอันดาลูเซีย ทางตอนใต้ของประเทศสเปน คือหนึ่งในสถานที่ที่ซ่อนเสน่ห์และเอกลักษณ์เอาไว้ ทั้งความงดงามของธรรมชาติและกลิ่นอายวัฒนธรรมโบราณที่หลอมรวมกัน จนกลายเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในสเปน และอาคารบ้านเรือนแทบทั้งเมืองเป็นสีขาว จึงได้ชื่อว่า El Pueblo Blanco โดยเมืองรอนดาถือกำเนิดขึ้นในยุคโรมันโบราณ นับย้อนไปได้ตั้งแต่ราว 200 ปี ก่อนคริสตกาล ต่อมาในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 -16 รอนดาตกอยู่ใต้อิทธิพลของอาณาจักรอาหรับ ทำให้สิ่งก่อสร้างในเมืองแห่งนี้มีความผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างวัฒนธรรมโรมันโบราณ นีโอคลาสสิก คาธอลิก และอิสลาม ตัวเมืองตั้งอยู่ริมผา สูง 750 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล สิ่งที่โดดเด่นมากนอกจากนครสีขาวก็คือ สะพานหินโบราณ 3 แห่งอันเลื่องชื่อ นั่นก็คือ Puente Romano หรือ สะพานโรมัน สร้างในสมัยโรมันและถูกบูรณะในช่วงอิสลามรุ่งเรือง ต่อมาคือ Puente Viejo หรือ Puente San Miguel เรียกกันว่า สะพานเก่า และ Puente Nuevo หรือ สะพานใหม่ สร้างขึ้นในปี 1751 ความสูง 120 เมตร ทอดตัวเหนือโกรกธารที่ไหลตัดผ่านตัวเมือง และเมืองรอนดายังเป็นที่ตั้งของ Corrida Goyesca สนามแข่งวัวกระทิงที่เก่าแก่ที่สุดในสเปน                                                                                                             ฟรี คลังภาพถ่ายฟรี ของ fotoaérea, ronda, กลางแจ้ง คลังภาพถ่าย
  • นำท่านชมเมืองรอนดา ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับบบรรยากาศความเก่าแก่ของเมือง

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่มือง เซทเทนิลเด ลาส โบเดกาส (Setenil de Las Bodega) (ระยะทาง 20 กม. ใช้เวลา 30 นาที) มหัศจรรย์แห่งหน้าผาตั้งอยู่ในเมืองกาดิซ ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสเปน ภายในเมืองมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 3,016 คน อาคารบ้านเรือนในเมืองนี้จะสร้างชิดกับภูเขา บางซอยมีลักษณะเหมือนภูเขาหล่นทับ ลักษณะที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือสีของอาคาร เพราะทุกหลังจะเป็นสีขาวเหมือนกัน โดยทั้งภายในและบนหน้าผาจะเต็มไปด้วยบ้านเรือนสีขาวที่สร้างซ้อนกันเรียงรายไปสุดลูกหูลูกตา บ้านบางหลังถูกสร้างขึ้นให้คล้ายกับว่าถูกหินก้อนใหญ่ทับหลังคาบ้านอยู่ก็มี บริเวณรอบๆยังห้อมล้อมไปด้วยหมู่บ้านสีขาวที่น่าตื่นตาตื่นใจจำนวนมากให้ท่านเดินเล่นชมเมืองหรือเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกตามอัธยาศัย
  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ตัวเมือง กรานาด้า (GRANADA) (ระยะทาง 160 กม. ใช้เวลา 2 ชม.) อดีตเมืองหลวงเก่าของชาวมุสลิม ก่อนที่จะโดนยึดคืนจากพระนางอิซาเบลที่ 2 ในปี 1492 ตั้งอยู่ตีนเทือกเขาเซียร์ราเนวาดา (Sierra Nevada Mountains) ตรงบริเวณที่แม่น้ำดาร์โร (Darro) และแม่น้ำเฮนิล (Genil) มาบรรจบกัน ส่วนตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 738 เมตร จากระดับน้ำทะเล จังหวัดกรานาดาอยู่ในแคว้นปกครองตนเองอันดาลูเซียของประเทศสเปน นอกจากนี้แล้ว เมืองกรานาด้ายังเป็นที่รู้จักกันดีในสเปนเนื่องจากเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยกรานาดาอันทรงเกียรติ รวมทั้งชีวิตกลางคืน ซึ่งจริง ๆ แล้วกล่าวกันว่าเมืองนี้เป็นหนึ่งในสามเมืองที่ดีที่สุดสำหรับเหล่านักศึกษา
  • นำท่านไปยังเขต Albaicin ย่านที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองกรานาดา เป็นย่านที่สมัยก่อนเป้นที่อยู่อาศัยของชาวมุสลิมและพวกแขกมัวร์มาก่อน ย่านนี้จึงมีสิ่งก่อสร้างสวยๆเก่าแก่มากมาย
  • นำท่านขึ้นชมวิว ณ Mirador de San Nicolas ลานหน้าโบสถ์ Iglesia de San Nicolas เป็นจุดชมวิวที่ท่านมาเยือนกรานาดาไม่ควรพลาด เพราะท่านจะสามารถเก็บภาพของพระราชวัง Alhambra เป็นฉากหลัง                                                                                                                            File:MIRADOR DE SAN NICOLÁS.jpg - Wikimedia Commons

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
MELIA HOTEL GRANADA หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว (พัก 2 คืน)

DAY8

กรานาด้า - พระราชวังอาลัมบรา - ย่าน Albaicin - ชมเมือง

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านเข้าชม พระราชวังอาลัมบรา (Alhambra) ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา al-Sabika บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำ Darro ทางทิศตะวันตกของเมืองกรานาดา แคว้นอันดาลูเซีย ของสเปน ถือเป็นพระราชวังและป้อมปราการที่อยู่บนจุดยุทธศาสตร์สำคัญ สามารถมองเห็นเมืองได้ทั้งเมืองสุดลูกหูลูกตา ที่มาของชื่อ Alhambra มาจากป้อมปราการแห่งนี้สร้างมาจากอิฐ ดิน หิน ที่รวมกันเป็นสีแดง เพราะในภาษาอาหรับ “qa’lat al-Hamra'” หมายถึง ปราสาทสีแดง โดยประวัติศาสตร์เกี่ยวกับอาลัมบรามีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 และอ้างถึง Sawwar ben Hamdun ซึ่งในปี 889 ต้องไปลี้ภัยใน Alcazaba ปล่อยให้ป้อมปราการแห่งนี้ทรุดโทรม จนกระทั่งในศตวรรษที่ 13 ที่การมาถึงของราชวงศ์ Nasrid ราชวงศ์มุสลิมสุดท้ายในสเปน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ที่สุดของป้อมปราการที่ดัดแปลงมาสู่ปราสาทอันวิจิตรปราสาทมีการต่อเติม บูรณะเรื่อยมา จนถึงยุคของสุลต่านยูซุฟที่หนึ่ง ต่อเนื่องมาถึงมูฮีมเหม็ดที่สี่ ในช่วงศตวรรษที่ 14 ที่ พระราชวังอาลัมบรา มีความงดงามอย่างสมบูรณ์ เป็นผลงานที่อวดความอลังการของสถาปัตยกรรมมัวร์ ในดินแดนสเปน แต่หลังจากนั้นในศตวรรษที่ 15 สงครามศาสนาก็ทำให้ปราสาทเปลี่ยนมือมาสู่การเป็นพระราชวังของกษัตริย์คาทอลิก แต่สงครามและกาลเวลาก็เป็นปัจจัยของความเปลี่ยนแปลง จนถึงศตวรรษที่ 18 อาลัมบราก็เหลือเพียงความทรุดโทรมถูกทิ้งร้าง บางส่วนเสียหาย กลายเป็นที่อาศัยของคนจร แต่ก็เป็นความโชคดีที่ความงามของโครงสร้างยังอยู่ครบ ทำให้ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ทางการเข้ามาบูรณะเพื่อให้เป็นอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ก่อนที่ พระราชวังอาลัมบรา จะได้รับสถานะเป็นมรดกโลก (UNESCO)  เมื่อปี 1984  พระราชวังบนเนินเขาแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ราว 81.25 ไร่ ตัวพระราชวังตั้งอยู่บนเนินเขาหินขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยกำแพงและป้อมปราการ 13 ป้อม ด้วยภูมิประเทศเช่นนี้ ทำให้ยากต่อการเข้าโจมตี ซึ่งด้วยเหตุนี้ทำให้กรานาดาสามารถต่อต้านกองทัพคริสเตียนได้กว่า 200 ปี La Alhambra | Sencillamente una foto de la Alhambra, con la … | Flickr

***หมายเหตุ รอบเข้าชม มีจำกัดและเต็มตลอดทั้งปี ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม***

  • ชมพระราชวังของพระเจ้าชาร์ลที่ 5 (Palace of Charles V) เป็นพระราชวังยุคเรอเนซองส์ ตั้งอยู่ในอาลัมบลา สร้างขึ้นในศตวรรษที่16 โดยจักรพรรดิแห่งโรมัน (Charles V)                                            HD wallpaper: granada, andalusia, carlos v, palacio de carlos v, alhambra | Wallpaper Flare
  • นำท่านเข้าชมเริ่มจาก Palacios Nazaries หรือ Nazareth Palaces คือพระราชวังของ Al-Hamarแห่งกรานาดา ในศตวรรษที่ 13 และบ้านของ Nasrid ราชวงศ์ของ Sultans จนถึงศตวรรษที่ 15 พระราชวัง Nasrid อันงดงามเหล่านี้แสดงถึงความงามของสถาปัตยกรรมอิสลามและเป็นเกียรติของ Alhambra การตกแต่งภายในอันงดงามประณีต เต็มไปด้วยการปูกระเบื้องอิสลามฟุ่มเฟือยและงานปูนปั้นประดับตกแต่งอย่างประณีตที่สวยงามวางในสามส่วน Palacios Nazaries ถูกสร้างขึ้นจาก Palacio Real (Royal Palace), Palacio de Comares (พระราชวังของห้องพิธี) และ Palacio de los Leones (พระราชวังของสิงโต) ในแต่ละส่วนห้องพักทุกห้องจะเปิดสู่ลานกลางในสไตล์ Andalusian อันเป็นเอกลักษณ์ ในส่วนของพระราชวัง The Nasrid palaces ก็มีการแบ่งเพื่อใช้สำหรับการบริหารงานยุติธรรมและงานของรัฐอีกด้วย ส่วน The Comares Palace จะเป็นที่พำนักอย่างเป็นทางการของสุลต่านที่ประกอบด้วยหลายห้อง และมีพื้นที่กลางแจ้งที่มีสระน้ำขนาดใหญ่เรียงรายไปด้วยพุ่มไม้ต่างๆ The Palace of the Lions จะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของกษัตริย์และครอบครัว                                                           Nasrid Palaces / Palacios Nazaríes, La Alhambra | Trevor Huxham | Flickr
  • ชมสวนลอยฟ้า Palacio del Generalife เป็นพระราชวังฤดูร้อนของมัวร์คิงส์ซึ่งเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1319 ระหว่างรัชสมัยของ Ismail I. พระราชวัง Generalife Palace มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในบรรดาสวนอันเขียวชอุ่ม บริเวณที่มีภูมิทัศน์ที่สวยงามเพิ่มขึ้นเนินเขาชวนให้นึกถึงสวนของ วิลล่าสไตล์เรอเนสซองส์สไตล์อิตาเลียนที่มีระเบียงถ้ำดอกไม้ประดับประดาและประดับประดาอย่างพิถีพิถัน ลักษณะเด่นที่สุดของสวนคือการใช้น้ำในเลนน้ำและน้ำพุตกแต่ง ความอุดมสมบูรณ์ของน้ำเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่ำรวยของทุ่งและน้ำพุเป็นเครื่องแสดงที่ฟุ่มเฟือย ส่วนสุดท้าย Alcazaba คือส่วนที่ซากของป้อมปราการถือที่ว่าเป็นส่วนที่เก่าแก่ที่สุด ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 จากบริเวณทางเดินบนป้อมปราการท่านสามารถชมวิวเมือง กรานาดา ได้ทั้งฝั่ง Granada Catherdral และฝั่งเขต Albaicin ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกควบคู่กับพระราชวังอาลัมบราอีกด้วย                                                        Generalife 1080P, 2K, 4K, 5K HD wallpapers free download | Wallpaper Flare

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านไปยังเขต Albaicin ย่านที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองกรานาดา เป็นย่านที่สมัยก่อนเป้นที่อยู่อาศัยของชาวมุสลิมและพวกแขกมัวร์มาก่อน ย่านนี้จึงมีสิ่งก่อสร้างสวยๆเก่าแก่มากมาย ด้วยความเก่าแก่และมีความมีคุณค่าทำให้ย่าน Albaicin ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (Unseco)                          File:Albaicin 2012 San Nicolas Sacromonte.jpg - Wikimedia Commons
  • จากนั้นนำท่านสู่จัตุรัสกลางเมือง Plaza de las Pasiegas
  • นำท่านแวะถ่ายรูปด้านนอกกับ มหาวิหารแห่งกรานาด้า (Cathedral of Granada) มหาวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 โดยถูกสร้างขึ้นบนสถานที่ๆเคยเป็นมัสยิดหลวงซึ่งเคยถูกปกครองโดยชาวมุสลิมมาก่อน                                                                                                                                               File:Granada - Cathedral Front.jpg - Wikimedia Commons
  • จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองหรือเลือกซื้อสินค้าของฝากตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
MELIA HOTEL GRANADA หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY9

กรานาด้า - บาร์เซโลน่า - ชมเมือง

 รับประทานอาหารเช้าแบบ SET BOX

  • นำท่านเดินทางสู่สนามบินกรานาด้า
  • 09.35 น. จากนั้นนำออกเดินทางสู่เมืองบาร์เซโลน่า โดยสายการบินVueling Airlines เที่ยวบินที่VY2011

***หมายเหตุ ไฟล์ทบินอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม***

  • 11.05 น. เดินทางถึงเมืองบาร์เซโลน่า หลังจากรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย

  • จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ย่าน Place de Catalunya ซึ่งเป็นจุดนัดพบของบาร์เซโลน่าที่เชื่อมเมืองเก่ากับเมืองใหม่ไว้ด้วยกัน
  • จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปด้านนอกกับอาคาร Casa Milà ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1906 เป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของอันตอนี เกาดี                                                                                                                  Casa Mila | Also known as La Pedrera (the Quarry), this is o… | Flickr
  • นำท่านแวะถ่ายรูปด้านนอกกับ คาซ่า บัตโล่ (Casa Batllo) นั้นถือได้ว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่สร้างชื่อเสียงให้กับอันตอนี เกาดี (Antoni Gaud) โดยบ้านแห่งนี้เป็นของตระกูลบัตโล่นั่นเองครับ ด้วยการรังสรรค์สถาปัตยกรรมที่แปลกแหวกทุกแนว คิดดูว่าใครจะสร้างบ้านโดยแอบเอาความกระดูกมาผสมผสาน แต่ถึงจะแปลกแต่ก็ลงตัวอย่างเหลือเชื่อ ทุกส่วนมีความน่าสนใจของตัวมันเองอย่างเสาก็จะเป็นมังกรแบบทำให้เป็นเกล็ดๆเรียลๆ หลายๆส่วนก็ยังถูกออกแบบให้มีรูปทรงคล้ายมังกร บ้านหลังนี้เรียกได้ว่ามีลายเซ็นของอันตอนี เกาดีอย่างชัดเจน                                                                                  File:Casa Batllo Overview Barcelona Spain.jpg - Wikimedia Commons
  • จากนั้นนำท่านสู่ถนน Passeig de Gracia ถนนสายช้อปปิ้งที่สำคัญและดีที่สุดในเมืองบาเซโลน่าโดยสองข้างทางจะเต็มไปด้วย shop สินค้าทั้งแบรนด์ไฮเอน และแบรนด์ท้องถิ่น เช่น Chanel ,Louis Vuitton, Gucci ,Burberry, Zara , H&M  เป็นต้น

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
HILTON BARCELONA HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว (พัก 2 คืน)

DAY10

บาร์เซโลน่า - สวนสาธารณะกูเอล - มหาวิหารซากราดา แฟมิเลีย - ถนนลารัมบลา

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านชม  กรุงบาร์เซโลน่า (Barcelona) เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมหลากยุคสมัย มีสวนสาธารณะสิ่งแวดล้อมและการวางผังเมืองที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ชมผลงานก่อสร้างในศิลปะแบบอาร์ตนูโว ที่แสดงความงดงามอย่างมีชีวิตชีวา โดยฝีมือของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่นาม อันโตนีโอ เกาดี้ (Antonio Gaudi) ผู้ที่ทำให้เมืองบาร์เซโลนา ได้รับฉายาว่า “City of Gaudi”
  • นำท่านเข้าชม สวนสาธารณะกูเอล (Guell Park) ณ เชิงเขาคาร์เมล อันเป็นผลงานในปี ค.ศ. 1900 ของ “เกาดี้” ซึ่งใช้เวลาออกแบบตกแต่ง และเนรมิต ความยิ่งใหญ่ของจินตนาการ ที่นำมาประยุกต์กับธรรมชาติ อย่างยาวนานถึง 14 ปี เพลิดเพลินกับจุดชมวิวบน ระเบียงนั่งเล่น (Serpentine Bench) ที่ประดับตกแต่งลวดลายด้วยกระเบื้องโมเสกนับล้านชิ้น สวนลอยฟ้าที่มี “เสาโดริก” รองรับอย่างสวยงาม ชมประติมากรรม “มังกรโมเสก” Mosaic Dragon ไต่คลานบนบันไดน้ำพุ เป็นขวัญใจของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก HD wallpaper: several people walking on park with structures, gaudi, guell park | Wallpaper Flare
  • อิสระให้ท่านชื่นชมผลงานตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • จากนั้นนำท่านเข้าชม มหาวิหารซากราดา แฟมิเลีย (Sagrada Familia) สัญลักษณ์แห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สูงใหญ่ถึง 170 เมตร ออกแบบก่อสร้างอย่างสวยงามแปลกตา ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1882 เป็นผลงานชั้นยอดที่แสดงถึงอัจฉริยภาพของ อันโตนี เกาดี้ สถาปนิกผู้เลื่องชื่อ มหาวิหารแห่งนี้ ตั้งอยู่บนถนน Carrer de Mallorca งานชิ้นนี้มีความแปลกตาจากงาน ชิ้นอื่นของเกาดี้ ตรงสีสันอันเรียบนิ่งแบบโทนสีธรรมชาติ ให้ความรู้สึกที่สงบผ่อนคลายและเยือกเย็น เพราะความที่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และยังคงรายละเอียดไว้อย่างดี ดูจากลวดลายสลักเสลาที่ด้านนอกตัวโบสถ์และภายในซึ่งแสดงให้เห็นถึงแรงศรัทธาในศาสนาอย่างท่วมท้น สมกับเป็นงานชิ้นสุดท้ายที่เขาอุทิศตนให้กับศาสนจักร ปัจจุบันมหาวิหารแห่งนี้ยังคงดำเนินการก่อสร้าง และ คาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ใน ปี ค.ศ. 2026                      Sagrada Familia Private Guided Tour with Skip the Line Tickets 2023 - Barcelona

**หมายเหตุ รอบเข้าชม มีจำกัดและเต็มตลอดทั้งปี ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม***

  • จากนั้นนำท่านเดินเล่น ถนนลารัมบลา (La Rambla) ถนนสายเล็กๆ ที่มีความยาวเพียง 1.2 กิโลเมตร แต่มีสีสันเสน่ห์น่าประทับใจทั้งกลางวันและกลางคืน อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
HILTON BARCELONA HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว

DAY11

บาร์เซโลน่า - มหาวิหารมอนต์เซอร์รัต - La Roca Village Outlet - สนามบิน

รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • จากนั้นนำท่านเดินทางไปชม มหาวิหารซานตามาเรีย มอนต์เซอร์รัต (Santa Maria de Montserrat) (ระยะทาง 60 กม. ใช้เวลา 1 ชม.) อีกหนึ่งมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนระดับความสูง 1,236 เมตรที่ตั้งอยู่ในหุบเขามอนต์เซอร์รัต (Montserrat Mountain) ซานตามาเรีย เดอ มอนต์เซอร์รัต ได้กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากภายในมหาวิหารยังเป็นที่ประดิษฐานของรูปปั้นพระแม่มารีดำ (Black Madonna) และยังมีความเชื่อว่า ในบริเวณมหาวิหารหรือในหุบเขาแห่งนี้ อาจเป็นที่ซ่อนของจอกศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานความเชื่อในศาสนาคริสต์อีกด้วย นำท่านชมภายในวิหาร จากนั้นอิสระให้ท่านเก็บภาพความประทับใจ ให้ท่านได้ชื่นชมภายในมหาวิหารอังยิ่งใหญ่นี้                                                                                            Montserrat Abbey & Basilica | Set on the mountain of Montser… | Flickr
  • จากนั้นนำท่านช้อปปิ้ง ลา โรคค่า เอาท์เลต (La Roca Village Shopping Center) เอาท์เลตแบรนด์เนมขนาดใหญ่ใกล้เมืองบาร์เซโลน่า จุใจกับสินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ เช่น Camper, Coach, Gucci, Guess, G-Star, Lacoste, Loewe, MAxMara, Ray Ban, Samsonite, Tag Heuer, Timberland, Versace, etc. อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย                                                                La Roca Village: Chic Outlet Shopping | Santa Agnès de Malan… | Flickr

***อิสระอาหารกลางวันและค่ำ ณ แหล่งช้อปปิ้งตามอัธยาศัย***

  • นำท่านเดินทางสู่สนามบิน เพื่อมีเวลาให้ท่านทำ Tax Refund
  • 18.25 น. ออกเดินทางสู่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบิน TK 1860
  • 23.40 น. เดินทางถึงสนามบินอิสตันบูล (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
DAY12

อิสตันบลู - สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ

  • 01.55 น.ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบิน TK 68
  • 15.25 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ



แชร์ให้เพื่อน