ทัวร์นอร์เวย์ NORWAY TROMSO -SENJA – LOFOTEN ISLAND AURORA HUNTING
รายละเอียดโปรแกรมทัวร์-ทัวร์นอร์เวย์ NORWAY TROMSO -SENJA – LOFOTEN ISLAND AURORA HUNTING
กำหนดการเดินทาง
| รอบที่ | วันเดินทาง | ราคา |
|---|---|---|
| 1 | 14 ต.ค. 69 - 23 ต.ค. 69 | 239,900 บาท |
สถานที่สำคัญ
- 1ล่องเรือชมแสงเหนือ (Aurora Cruising) ด้วยเรือพลังงานไฟฟ้าแบบ Hybrid-Electric
- 2ชมเมือง TROMSO สมญานามเมืองหลวงแห่งแสงเหนือ
- 3ชมหมู่เกาะ LOFOTEN ธรรมชาติสุดมหัศจรรย์
- 4หมู่บ้าน HAMNOY หมู่บ้านที่ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในหมู่เกาะโลโฟเทน
- 5หมู่บ้าน Å เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่แหลมปลายสุดของหมู่เกาะโลโฟเทน
- 6ชมเมือง TROMSO เมืองที่ได้ สมญานามว่า นครแห่งแสงเหนือ
- 7นั่งเคเบิ้ลคาร์ สู่ยอดเขาสโตรสไตเนิน (STORSTEINEN MOUNTAIN)
- 8ชม พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมง ที่อาศัยอยู่บนหมู่เกาะโลโฟเทน
- 9ช้อปปิ้งกรุงออสโล เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์
สนามบินสุวรรณภูมิ - กรุงเทพฯ
- 21.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 4 เคาน์เตอร์ H สายการบินไทย พบเจ้าหน้าที่บริษัทอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
กรุงเทพฯ - ออสโล - ทรอมโซ
- 00.20 น. ออกเดินทางสู่ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 954
- 06.50 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานออสโล การ์เดอร์มอน ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นนำท่านรับกระเป๋า แล้วนำท่านเช็คอิน
- 11.40 น. นำท่านเดินทางสู่เมืองทรอมโซ (TROMSO) โดยสายการบิน SAS AIRLINES เที่ยวบินที่ SK 4416
- 13.30 น. เดินทางถึงสนามบินทรอมโซ ประเทศนอร์เวย์ หลังจากรับรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว
** หมายเหตุ ไฟล์ทบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง **
- จากนั้นนำท่านชมเมือง ทรอมโซ (TROMSO) เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่ดินแดนอาร์กติก และได้รับสมญานามว่า เมืองหลวงแห่งแสงเหนือ โดยเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางตอนเหนือของนอร์เวย์ ถือว่าเป็นอีกเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมมาชมความงดงามของ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในพื้นที่ยอดนิยมของบรรดานักท่องเที่ยวอย่างมากเลยทีเดียว
- จากนั้นนำท่านเข้าชม มหาวิหารอาร์คติก (ARCTIC CATHEDRAL) มหาวิหารที่สร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ สร้างขึ้นในปี 1965 อีกทั้งยังมีโครงสร้างโดดเด่น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในการ สร้างมากจากสภาพภูมิทัศน์ในแบบภาคเหนือของนอร์เวย์ มหาวิหารอาร์คติกยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่ง หนึ่งของเมืองทรอมโซ เนื่องจากเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามของพระอาทิตย์เที่ยงคืน ได้อย่างชัดเจน

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
RADISSONBLU HOTEL TROMSO หรือเทียบเท่า ระดับ 4 ดาว
หมายเหตุ : โรงแรมมีจำนวนจำกัด หากเต็มทางบริษัท ขอสงวนสิทธิ์ในการไปพักเมืองข้างเคียง
** โรงแรมที่พักมีจำกัด Type แตกต่างกัน และขนาดของห้องเฉลี่ย 15 – 20 ตรม. ทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ให้ลูกค้าที่จองมาก่อนได้ห้องพักที่ดีที่สุดก่อน first come first served **
พิเศษ หลังอาหารค่ำ นำท่านร่วมกิจกรรมสุดพิเศษล่องเรือชมแสงเหนือ (Aurora Cruising) ด้วยเรือพลังงานไฟฟ้าแบบ hybrid-electric เรือจะน าท่านออกจากฝั่งไปยังบริเวณที่สามารถมองเห็นแสงเหนือได้อย่างชัดเจน(ที่ห่างไกลจากแสงไฟของตัวเมือง) ภายในเรือจะมีเครื่องดื่มและอาหารว่างไว้คอยบริการทุกท่าน
** หมายเหตุ โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลง ตามความเหมาะสม**
โดยปรากฏการณ์แสงเหนือ NORTHERN LIGHT (AURORA BOREALIS) เป็นปรากฏการณ์ที่ เกิดขึ้นตามธรรมชาติในเขตบริเวณขั้วโลกเหนือในกลุ่มประเทศที่อยู่ในเขตอาร์กติก เซอร์เคิล โดยมีประเทศ ไอซ์แลนด์ รวมอยู่ ด้วย และถือเป็นปรากฎการณ์ที่เห็นได้ยาก ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ, ค่า KP , สถานที่เกิด , มักจะพบเห็นได้ทั่วไปเนื่องจากเป็นแสงที่มาจากช่วงชั้นบรรยากาศ โดยจะเห็นได้ชัดเจนในช่วงเวลาฟ้าเปิด และอยู่ในระหว่างเดือนกันยายน – กลางเมษายน ของทุกปี ****
ทรอมโซ่ - เซนญ่า
รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก
- นำท่านนั่งเคเบิ้ลคาร์สู่ยอดเขาสโตรสไตเนิน (STORSTEINEN MOUNTAIN) เป็นยอดเขาสูงที่มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองทรอมโซและบริเวณใกล้เคียงที่มีลักษณะเป็นเกาะใหญ่แยกจากกันโดยมีร่องน้ำซึ่งเกิดจากการกัดเซาะตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง กลายเป็นฟยอร์ดอยู่โดยรอบ อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจของเมืองทรอมโซจากมุมสูง

- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เกาะเซนญ่า (Senja Island) (ระยะทาง 180 กม. ใช้เวลา 3 ชม.) ซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ เป็นอันดับสองของประเทศนอร์เวย์
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- นำท่านสู่ Bergsbotn Viewing Platform ระเบียงไม้ยื่นออกไปจากหน้าผาที่สามารถมองเห็นวิวฟยอร์ดและหมู่บ้าน Bergsbotn ได้แบบ 360 องศา
- จากนั้นนำท่านสู่ Tungenese จุดชมวิวโขดหินริมทะเลสำหรับถ่ายภาพยอดเขา Okshornan หรือที่รู้จักกันในนาม “Devil’s Teeth” แหลมคมคล้ายสันหลังไดโนเสาร์

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรมที่พัก
HAMN I SENJA หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
** โรงแรมที่พักมีจำกัด Type แตกต่างกัน และขนาดของห้องเฉลี่ย 15 – 20 ตรม. ทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ให้ลูกค้าที่จองมาก่อนได้ห้องพักที่ดีที่สุดก่อน first come first served **
** ท่านสามารถชมแสงเหนือบริเวณโรงแรมในย่านเมือง นี้เนื่องจากยามค่ำคืนปลอดแสงไฟ ท่านจึงสามารถชมปรากฎการณ์แสงเหนือได้จากที่พักของท่านเอง
เซนญา - Ferry - ฮาร์สตัด - เฮนนิ่งสวาร์ - สโววาร์
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ Finnsnes (ระยะทาง 50 กม. ใช้เวลา 50 นาที)
- จากนั้นนำท่านเดินทางโดย Ferry สู่ เมืองฮาร์สตัด (Harstad) โดยเมืองนี้เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเทศมณฑลทรุมส์ โดยมีใจกลางเมืองทีเล็กกะทัดรัดที่หันหน้าออกไปรับกับทะเลนอร์เวย์
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- นำท่านเดินทางสู่ เมืองเฮนนิ่งสวาร์ (HENNINGSVAER) (ระยะทาง 190 กิโลเมตร ใช้เวลา 3 ชม.) เป็นเมืองท่าและหมู่บ้านชาวประมงที่ปัจจุบันชาวบ้านยังคงประมงกันอยากคึกคัก เป็นอีกเมืองยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต่างพากัน มาแวะเวียน ซึ่งจุดเด่นของเมืองนี้คือบ้านชาวประมงสีแดง (RORBUER) ตั้งอยู่ริมทะเล มีอ่าวจอดเรือประมงเรียงรายอยู่มากมาย เป็นภาพที่สวยงามตัดกับวิวภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะในช่วงฤดูหนาว ถือเป็นภาพที่สวยงามไม่น้อย

- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองสโววาร์ (SVOLVAER) (ระยะทาง 30 กิโลเมตร ใช้เวลา 30 นาที) หมู่เกาะโลโฟเทน (LOFOTEN ISLANDS) ตั้งอยู่ที่เมือง NORDLAND ประเทศนอร์เวย์ เป็นหมู่บ้านของชาวประมงที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาการหาปลาในช่วงฤดูหนาว และทำปลาตากแห้งส่งออกที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เอกลักษณ์ที่สำคัญของหมู่เกาะแห่งนี้ก็คือ กระท่อมสีแดงแบบดั้งเดิม (RORBUER) ของชาวประมงที่กลายเป็นสีสันริมชายฝั่ง ที่ไม่ว่าใครได้มาเยือนก็ต้องถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก เป็นหนึ่งในสถานที่สำหรับการดูแสงเหนือที่โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของนอร์เวย์ เนื่องจากความมหัศจรรย์ ทางธรรมชาติที่ถูกเสกสร้างมาอย่างพิถีพิถัน มีผืนน้ำสีฟ้าคราม ท้องฟ้าสีใส ภูเขาสูงตระหง่าน แทรกแซมด้วยบ้านชาวประมงทรงสวยแปลกตา นับว่าเป็นเมืองสวยท่ามกลางธรรมชาติที่ดูคล้ายเมืองในจินตนาการมากกว่าความจริง

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
THON HOTEL LOFOTEN หรือระดับเทียบเท่า 3-4 ดาว
** หมายเหตุ โรงแรมบนเกาะโลโฟเทนมีน้อยมากและจำกัด บางเมืองมีแค่ 3 ดาวเท่านั้น ทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการเลือกโรงแรม แต่ทางบริษัทจะเลือกให้เหมาะสม สะอาด **
**นำท่านล่าแสงเหนือโดยรถโค้ช (ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง) ทั้งนี้การตามล่าหาแสงเหนือ ไม่อาจยืนยันได้แน่นอน ว่าท่านจะพบเห็นแสงเหนือทุกครั้งที่ออกเดินทาง เนื่องจากการเห็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย การเกิดแสงเหนือ ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของวันนั้นๆ สภาพท้องฟ้า ก้อนเมฆ และค่าชี้วัดการสั่นสะเทือนของสนามแม่เหล็กโลก (KP INDEX) ซึ่งค่า KP จะมีความแน่นอนต่อเมื่อเช็คค่าชี้วัด 2-3 ชั่วโมงล่วงหน้าเท่านั้น**
สโววาร์ - หมู่บ้าน Å - รีนน์ - แฮมนอยด์ - ซาคริเซย - สโววาร์
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- จากนั้นนำท่านชม หมู่บ้าน Å (ระยะทาง 130 กิโลเมตร ใช้เวลา 2 ชม.) เป็นหมู่บ้านที่ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดบนหมู่เกาะ LOFOTEN อันเป็นจุดสิ้นสุดของถนนสายหลัก E10 ซึ่งถือว่าเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยว
- นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมง (NORWEGIAN FISHING VILLAGE MUSEUM) ซึ่งท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงที่อาศัยอยู่บนหมู่เกาะโลโฟเทน ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 250 ปี ในหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีสถานที่ต่างๆให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม อาทิ โรงงานผลิตน้ำมันตับปลาคอด (COD LIVER OIL FACTORY), ร้านขายเบเกอรี่ และร้านขายของที่ระลึกต่างๆ

(หมายเหตุ : ร้านค้าและโรงงานต่างๆ อาจปิดทำการเนื่องจากวันหยุด เทศกาลโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า)
- ให้ท่านได้เดินเล่นชมหมู่บ้าน และเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอันสมควร
- จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง เมืองรีนน์ (REINE) (ระยะทาง 10 กิโลเมตร ใช้เวลา 15 นาที) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ ระหว่างสองข้างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันสวยงามแปลกตา ไปตามถนนสาย E10 ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักสายเดียวของหมู่เกาะโลโฟเทน นำท่านเดินทางผ่านถนนเส้นเล็กๆเชื่อมต่อระหว่างเกาะเล็กเกาะน้อย ข้ามสะพานต่างๆ จนกระทั่งเดินทางถึง เมือง REINE ให้ท่านได้เดินเล่นชมเมือง และถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจ

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- นำท่านแวะถ่ายรูปกับหมู่บ้านซาคริเซย (Sakrisøy) (ระยะทาง 2 กิโลเมตร ใช้เวลา 5 นาที) หนึ่งในหมู่บ้านชาวประมง น่ารักๆ มีสีเหลืองของบ้านเรือนเป็นจุดเด่น อิสระให้ท่านถ่ายรูปตามอัธยาศัย

- นำท่านเที่ยวชมหมู่บ้านแฮมนอยด์ (Hamnoy) (ระยะทาง 2 กิโลเมตร ใช้เวลา 5 นาที) หมู่บ้านชาวประมงที่ปรากฏอยู่ในโปสการ์ดโลโฟเทน ที่นักท่องเที่ยวสามารถพบเห็นได้บ่อยตามร้านขายของที่ระลึกต่างๆ ภาพหมู่บ้านชาวประมงหลากสี พร้อมวิวของเทือกเขาสูงเป็นฉากหลังนับเป็นอีกหนึ่งทัศนียภาพที่สวยงามยิ่ง อิสระให้ท่านได้เก็บภาพความสวยงามของหมู่บ้านแฮมนอยด์ตามอัธยาศัย

- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง สโววาร์ (ระยะทาง 100 กิโลเมตร ใช้เวลา 2 ชม.)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
THON HOTEL LOFOTEN หรือระดับเทียบเท่า 3-4 ดาว
**นำท่านล่าแสงเหนือโดยรถโค้ช (ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง) ทั้งนี้การตามล่าหาแสงเหนือ ไม่อาจยืนยันได้แน่นอน ว่าท่านจะพบเห็นแสงเหนือทุกครั้งที่ออกเดินทาง เนื่องจากการเห็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย การเกิดแสงเหนือ ต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของวันนั้นๆ สภาพท้องฟ้า ก้อนเมฆ และค่าชี้วัดการสั่นสะเทือนของสนามแม่เหล็กโลก (KP INDEX) ซึ่งค่า KP จะมีความแน่นอนต่อเมื่อเช็คค่าชี้วัด 2-3 ชั่วโมงล่วงหน้าเท่านั้น**
สโววาร์ - สตัมซุนด์ - BROWN CRAB SAFARI - เลกเนส - สโววาร์
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองสตัมซุนด์ (STAMSUND) (ระยะทาง 15 กิโลเมตร ใช้เวลา 20 นาที) เป็นเมืองหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆน่ารักบนเกาะโลโฟเทน
- นำท่านสัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่กับ กิจกรรมการนั่งเรืออกไปจับปูยักษ์ (BROWN CRAB SAFARI) ที่มีอยู่เพียงไม่กี่แห่งในโลก เจ้าหน้าที่จะโชว์วิธีการจับปู ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับปูและปรุงอาหารมื้อ
พิเศษ ให้ท่านได้ลิ้มรส เนื้อปู แบบสดๆ และรับประทานกันอย่างเต็มอิ่มไม่อั้นเป็นอาหารกลางวัน
- นำท่านเดินทางสู่ เมืองเลกเนส (LEKNES) (ระยะทาง 15 กิโลเมตร ใช้เวลา 20 นาที) อีกหนึ่งเมืองสวยอันขึ้นชื่อของหมู่เกาะ LOFOTEN
- นำท่านชม พิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง (LOFOTR VIKING MUSEUM) เนื่องจากบริเวณหมู่เกาะโลโฟเทน มีการค้นพบว่าเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวไวกิ้งในอดีต บนเกาะจึงมีพิพิธภัณฑ์ไวกิ้งที่แสดงเรื่องราวและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชาวไวกิ้งไว้มากมาย ซึ่งรูปแบบพิพิธภัณฑ์ถูกออกแบบโดยใช้โครงเรือไวกิ้งโบราณและภายในได้จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้และเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวไวกิ้ง ให้ ท่านชมพิพิธภัณฑ์ไวกิ้ง และพายเรือไวกิ้งโบราณ ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่พลาดไม่ได้ เมื่อไปเยือนพิพิธภัณฑ์ไวกิ้งแห่งนี้

- จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับ งานประติมากรรมกระจกสะท้อนที่ Lyngvær Artscape Nordland (Skulpturlandskap Nordland) เป็นโครงการพิพิธภัณฑ์ศิลปะกลางแจ้งระดับนานาชาติในนอร์เวย์ ที่นำประติมากรรมกว่า 36 ชิ้นโดยศิลปินจาก 18 ประเทศไปติดตั้งในธรรมชาติอันงดงามของเขต Nordland และ Troms โปรเจกต์นี้เริ่มในปี 1992 เพื่อนำศิลปะมาสู่ชุมชนที่ห่างไกล โดยงานศิลปะจะถูกออกแบบให้เข้ากับภูมิทัศน์เฉพาะตัวของแต่ละเทศบาล ให้ท่านอิสระถ่ายรูปตามอัธยาศัย
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง สโววาร์ (ระยะทาง 60 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชม.)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
THON HOTEL LOFOTEN หรือระดับเทียบเท่า 3-4 ดาว
สโววาร์ - นาร์วิค - ออสโล
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- นำท่านออกเดินทางสู่เมือง นาร์วิค (Narvik) (ระยะทาง 250 กิโลเมตร ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 30 นาที) เมืองทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ที่แวดล้อมด้วยภูเขาและทะเลอันกว้างใหญ่ มีชื่อเสียงในเรื่องของพื้นที่การเล่นสกีที่มีความเป็นเอกลักษณ์ โดยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างมากในช่วงฤดูหนาว อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการดูแสงเหนือ พร้อมกับแนวชายฝั่งฟยอร์ดและวิวภูเขาที่รายล้อมเมืองอย่างสวยงาม อีกทั้งยังเป็นเมืองที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสอีกด้วย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบิน Evenes
- 17.15 น. ออกเดินทางสู่กรุงออสโล โดยสายการบินสแกนดิเนเวียน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SK4095
- 18.55 น. เดินทางถึงสนามบินออสโล นำท่านตรวจรับสัมภาระ
***หมายเหตุ ไฟล์ทบินอาจมีการเปลี่ยนแปลง***
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
THON HOTEL OPERA หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
ออสโล - ชมเมือง - ช้อปปิ้ง
รับประทานอาหารเช้าบนเรือ พร้อมชื่นชมบรรยากาศ
- นำท่านชมกรุงออสโล (OSLO) เมืองหลวงของนอร์เวย์ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกสำหรับชาวต่างชาติ
- นำท่านชม สวนสาธารณะวิกเกอร์แลนด์ (Vigeland Sculpture Park) เป็นสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะประติมากรรม การแกะสลักรูปเหมือนจากหินแกรนิต และการหล่อรูปคนด้วยสำริด ในเรื่องราวเกี่ยวกับวัฎจักรชีวิตมนุษย์ ผลงานของ ‘กุสตาฟ วิคเกอร์แลนด์ ‘ ปฏิมากรชื่อดัง โดยได้รับอนุญาตให้นำผลงานมาจัดแสดงอย่างถาวรในอุทยานฟรอกเนอร์ บาวท่านอาจเคยเห็นรูปของเสาโมโนลิท ที่เป็นรูปคนจำนวนมากมายปีนป่ายกันอยู่บนเสา ที่ใช้เวลาสร้างรวม 22 ปี กลางสวนที่สูงถึง 17 เมตร ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เชิญชมผลงานน้ำพุวงจรชีวิตที่มีความหมายสอนใจ โดยผลงานชิ้นเอกสูงถึง5.5 ฟุต ชื่อ Monolitten และรูปหล่อสำริด ชื่อ Angry Little Boy อันถือว่าสัญลักษณ์ของกรุงออสโล

- นำท่านเข้าชม ป้อมปราการอาเคร์สฮูส (Akershus Fortress) มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 700 ปี ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1299 โดยกษัตริย์ฮากอนที่ 5 เพื่อปกป้องเมืองจากศัตรูที่ยกพลมาทางทะเล เนื่องจากอยู่บริเวณปลายแหลมที่มองเห็นอ่าวออสโลได้ไกล ต่อมาในศตวรรษที่ 17 ได้มีการบูรณะตัวปราสาทใหม่ให้ดูหรูหราขึ้นในสไตล์เรอเนซองส์ และเปลี่ยนเป็นที่ประทับของราชวงศ์ รวมถึงเป็นสถานที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองในโอกาสพิเศษ ภายในมีห้องจัดเลี้ยง ห้องรับรองของรัฐบาล และโบสถ์เก่าแก่ซึ่งเป็นที่เก็บพระศพของราชวงศ์นอร์เวย์ด้วย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย
- จากนั้นนำท่านช้อปปิ้ง ณ ย่านถนนคนเดินคาร์ลโจฮันเกท (KARL JOHANGEN GATE) แหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของนอร์เวย์ เป็นแหล่งทั้งย่านช้อปปิ้งและแหล่งพบปะของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มาเยือนนอร์เวย์ ตั้งอยู่กลางกรุงออสโล มีสินค้าทุกสิ่งอย่างให้ได้เลือกช้อป ของฝากของขวัญที่น่าซื้อก็คือ ผลิตภัณฑ์จากขนสัตว์ น้ำมันปลา เนยแข็งเทียนไข และของที่ระลึก เช่น เรือไวกิ้ง หรือตุ๊กตา Troll ตุ๊กตาพื้นบ้านของนอร์เวย์ เครื่องครัว พวงกุญแจ เป็นต้น สินค้าและ ของที่ระลึกต่างๆ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
THON HOTEL OPERA หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
ออสโล - สนามบิน
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- ได้เวลาอันสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินออสโล เพื่อทำการเช็คอินและทำ TAX REFUND
- 13.30 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 955
สนามบินสุวรรณภูมิ - กรุงเทพฯ
- 06.20 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ

ทัวร์สโลวีเนีย
ทัวร์โรมาเนีย
ทัวร์ยุโรป
ทัวร์ฟินแลนด์
ทัวร์นอร์เวย์
ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์
ทัวร์ยุโรปตะวันออก
ทัวร์เบเนลักซ์ - BENELUX
ทัวร์อังกฤษ
ทัวร์อิตาลี
ทัวร์เยอรมัน
ทัวร์ฝรั่งเศส
ทัวร์สแกนดิเนเวีย
ทัวร์โครเอเชีย - บอลข่าน
ทัวร์โปแลนด์
ทัวร์สเปน - โปรตุเกส
ทัวร์กรีซ
ทัวร์แคนาดา
ทัวร์อเมริกา