ทัวร์เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส (ตลาดคริสต์มาส)
รายละเอียดโปรแกรมทัวร์-ทัวร์เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส (ตลาดคริสต์มาส)
กำหนดการเดินทาง
| รอบที่ | วันเดินทาง | ราคา |
|---|---|---|
| 1 | 10 ธ.ค. 69 - 19 ธ.ค. 69 | 195,900 บาท |
สถานที่สำคัญ
- 1ชมกรุง Brussels เมืองหลวงของเบลเยี่ยม Top 10 ตลาดคริสต์มาสที่สวยที่สุดในยุโรป
- 2ชมเมือง Bruges เมืองที่สวยที่สุดของเบลเยี่ยม Unesco หนึ่งในเมืองจัดคริสต์มาสสวยอันดับต้นๆ ของยุโรป
- 3ชมกรุง Paris หนึ่งในมหานครของโลก หนึ่งในเมืองที่จัดคริสต์มาสสวยสุดโรแมนติค
- 4ชมเมือง Ghent สวยระดับโลก ของประเทศเบลเยี่ยม Unesco
- 5ชมเมือง Dinant เมืองเล็กๆ (Unseen)
- 6ชมเมือง Liege เมืองแห่งศูนย์กลางวัฒนธรรมของเบลเยี่ยม
- 7ชมเมือง Antwerp หนึ่งในเมืองสวยของเบลเยี่ยม
- 8ชมเมือง Tournai เมืองสวยในยุคกลางของเบลเยี่ยม
- 9ชมเมือง Amiens และ Lille เมืองที่จัดคริสต์มาสสวยอันดับต้นๆของฝรั่งเศส
- 10ล่องเรือ ชมวิวเมืองบรูจน์
- 11ถ่ายรูปกับหอไอเฟล
- 12ช้อปปิ้ง La Vallee Village Outlet เอาท์เลตที่ดีที่สุดในยุโรป
HappyLongWay
ขอนำเสนอโปรแกรมทัวร์ยุโรป
ทัวร์เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส
เส้นทางท่องเที่ยวชมตลาดคริสต์มาส 10 วัน 7 คืน
โดยสายการบินไทย (TG)
สนามบินสุวรรณภูมิ - กรุงเทพฯ
- 21.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 4 เคาน์เตอร์ H สายการบินไทย พบเจ้าหน้าที่บริษัทอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
บรัสเซลส์ - ดินองท์ - ลีแยฌ
- 00.30 น. ออกเดินทางสู่สนามบินบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG934
- 07.40 น. เดินทางถึงสนามบินบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง ดินองท์ (Dinant) ประเทศเบลเยี่ยม (Unseen) (ระยะทาง 100 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 30 นาที) เมือง เล็กๆแห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดนามูร์ (Namur) ทางตอนใต้ของประเทศเบลเยี่ยม โดยตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำมิวส์ (Meuse River) ที่ขนาบข้างไปกับแม่น้ำและแนวผาสูงชัน
- นำท่านชมวิวเมืองดินองท์ บนป้อมปราการ Dinant Citadel ป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1530 แต่ถูกทำลายในช่วงสงครามฝรั่งเศส และมีการซ่อมแซมในปี ค.ศ.1821

- จากนั้นนำท่านกลับลงสู่ด้านล่าง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- นำท่านเดินทางสู่เมืองลีแยฌ (Liege) (ระยะทางประมาณ 95 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชม. 20 นาที) เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและศิลปะแห่งหนึ่งของเบลเยียม ตั้งอยู่ในหุบเขาริมแม่น้ำเมิส ใกล้กับพรมแดนทางตะวันออกของเบลเยียมซึ่งติดต่อกับประเทศเนเธอร์แลนด์และเยอรมนี
- นำท่านเดินทางสู่ Montagne de Bueren บันได 374 ขั้น ที่มีความชัน 30% บันไดเหล่านี้ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่สุดของลีแยฌ และเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวหลักของเมือง บันไดนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2424 เพื่อให้ทหารในป้อมปราการสามารถเข้าถึงใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายในกรณีที่ต้องป้องกันเมือง

- จากนั้นนำท่านชม อาสนวิหารลีแยฌ หรืออาสนวิหารเซนต์ปอล (SAINT PAUL’S CATHEDRAL OF LIÈGE) เป็นอาสนวิหารนิกายโรมันคาธอลิกในเมืองลีแยฌ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 10 แต่ได้รับการสร้างขึ้นใหม่หลายครั้ง และปัจจุบันส่วนใหญ่ประกอบด้วยสถาปัตยกรรมสมัยศตวรรษที่ 13 และ 15 มีรูปปั้นเทวทูตลูซิเฟอร์ผู้ตกสวรรค์อันน่าทึ่ง ฝังอยู่ในช่องบันไดของแท่นเทศน์ รู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า “Lucifer of Liège” (ลูซิเฟอร์แห่งลีแยฌ) ชื่อจริงของรูปปั้นคือ “Le génie du mal ” หรือ “อัจฉริยะแห่งความชั่วร้าย” รูปปั้นนี้แกะสลักโดย Guillaume Geefs ประติมากรชาวเบลเยียมในปี ค.ศ. 1848 เป็นภาพชายหนุ่มผู้ถูกทรมานแต่งดงาม
- นำท่านเดินทางสู่ จัตุรัสโอเปร่า (Place de l’Opéra) เป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่ผสานความงดงามของศูนย์กลางเมืองเข้ากับศิลปะการแสดงระดับนานาชาติ โรงละครโอเปร่าแห่งนี้สร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ ทั้งห้องแสดงคอนเสิร์ต เบื้องหลังเวทีที่จัดแสดงผลงาน และห้องซ้อมเดี่ยวที่อยู่ด้านบนสุด ซึ่งมอบทิวทัศน์มุมสูงที่น้อยคนนักจะได้เห็น จัตุรัสนี้ยังเป็นจุดตัดของเส้นทางรถรางที่โค้งงดงาม ช่วยเพิ่มเอกลักษณ์ให้พื้นที่แห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้รักศิลปะอย่างต่อเนื่อง
พิเศษ : ช่วงปลาย พ.ย. – ปลาย ธ.ค. 2569 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
RADISSON LIÈGE CITY CENTRE HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
** หมายเหตุ: โรงแรมในเมืองมีจำกัด หากเต็มทางบริษัทของสงวนสิทธิ์พักเมืองข้างเคียง **
ลีแยฌ - แอนต์เวิร์ป - บรัสเซลส์
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองแอนต์เวิร์ป (Antwerp) (ระยะทาง 120 กิโลเมตร ใช้เวลา 1 ชม. 30 นาที) เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของเบลเยี่ยม และยังเป็นหนึ่งในเมืองที่มีท่าเรือใหญ่ที่สุดในยุโรป
- นำท่านชมเมืองแอนต์เวิร์ป โดยเริ่มจาก Grote Markt เป็นจัตุรัสขนาดใหญ่ของเมืองแอนต์เวิร์ปทรงสามเหลี่ยมปูด้วยหิน ที่แวดล้อมไปด้วยอาคารสำคัญที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ในสถาปัตยกรรมสไตล์เรอเนซองส์ ที่ผสานไปกับวิธีคิดแบบเฟลมิชได้อย่างลงตัว และเป็นเอกลักษณ์ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1998 โดยองค์การยูเนสโก
- นำท่านถ่ายรูปกับ Brabo Fountain หรือ Brabo’s Monument เป็นน้ำพุที่มีรูปปั้นของผู้ชายคนหนึ่งกำลังขว้างมือไปที่ไหนสักแห่ง สร้างโดย Jef Lambeaux นักประติมากรชาวเบลเยี่ยม แต่รูปปั้นนี้ก็มีตำนานกล่าวไว้ว่าในอดีต Brabo ชายบนรูปปั้น ได้ปลดปล่อยเมือง Antwerp จากความกลัว โดยการตัดมือของยักษ์ที่กีดกันเมือง (เชื่อกันว่ายักษ์เก็บค่าผ่านทาง ถ้าหากใครไม่มีให้ยักษ์ก็จะตัดมือคนนั้นทิ้งลงแม่น้ำ) และเมื่อตัดมือได้เขาก็ขว้างมือของยักษ์ลงไปที่แม่น้ำ Scheldt เช่นเดียวกับที่ยักษ์ทำกับชาวเมือง

- นำท่านถ่ายรูปกับ ศาลาว่าการเมืองแอนต์เวิร์ป (Antwerp City Hall) ศาลาว่าการเมืองเริ่มสร้างขึ้นมาในปี 1561 และเสร็จในปี 1564 เป็นอาคารยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ (Renaissance) ที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการดำเนินงานหลังจากแอนต์เวิร์ปก้าวขึ้นมาเป็นท่าเรือการค้าที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในแถบยุโรปตอนเหนือช่วงศตวรรษที่ 16 โดยตัวอาคารจะมีลักษณะเป็นซุ้มโค้งอิฐแดงที่ขนาบด้วยปีกอาคารสูงใหญ่ซ้ายขวา มีเสาไอโอนิกสองต้นประดับอยู่ด้านบนอาคาร ซึ่งตรงกลางของชายคายังมีประติมากรรมรูปปั้นหญิงที่แสดงถึงความยุติธรรม ส่วนภายในอาคารก็ได้รับการออกแบบอย่างหรูหรา และประกอบไปด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังที่บันทึกเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองแอนต์เวิร์ปได้อย่างสมจริง นับเป็นศาลาว่าการเมืองที่สร้างอิทธิพลให้เกิดสถาปัตยกรรมสไตล์เดียวกันเกิดขึ้นอีกหลายแห่งทั่วยุโรป
- นำท่านชม Cathedral of Our Lady โบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ และสูงที่สุดในประเทศเบลเยียมแห่งนี้ เป็นโบสถ์อายุกว่า 169 ปี ซึ่งสร้างขึ้นระหว่างปี 1325-1521 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตัวโบสถ์ก็ได้รับการบูรณะปรับปรุงหลายครั้ง ในรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันไปทั้ง กอธิค, ฟื้นฟูศิลปวิทยา, บาร็อค ฯลฯ ทำให้โครงสร้างของโบสถ์มีเอกลักษณ์ และแง่มุมน่าเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมในศาสนาคริสต์หลายจุด โดยผู้อุปถัมภ์ของโบสถ์จะเป็นพระแม่มารีย์ (Blessed Virgin Mary) ทำให้ผู้ชมจะพบว่าการออกแบบพื้นที่ภายใน ตลอดจนงานศิลป์ทางศาสนาที่ประดับอยู่ที่โบสถ์จะเน้นไปที่การเคารพพระแม่มารีย์เป็นหลัก โดยบริเวณทางเข้าด้านหน้าเป็นประตูไม้ขนาดใหญ่ที่ประดับไปด้วยประติมากรรมแกะสลักอันตระการตา หอคอยด้านทิศเหนือมีความสูงถึง 123 เมตร ทำให้สามารถมองเห็นตัวโบสถ์ได้จากระยะไกล ส่วนพื้นที่ด้านในโบสถ์อันโอ่โถงก็ได้รับการรังสรรค์อย่างละเอียดลออ นับเป็นโบสถ์ที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่สุดหลังหนึ่งของประเทศเบลเยี่ยม

พิเศษ : ช่วงวันที่ 4 ธ.ค. 2569 – 3 ม.ค. 2570 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองบรัสเซลส์ (Brussels) (ระยะทาง 60 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.) เป็นเมืองหลวงของประเทศเบลเยียม เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เเละเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา นอกจากนี้ยังเป็นที่โด่งดังในเรื่องของช็อคโกแลตและเบียร์ที่ดีที่สุดในโลก
- นำท่านเดินทางสู่ ถนนอเวนิวหลุยส์ (Avenue Louise Street) ถนนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาครั้งแรกในปี 1847 แรกเริ่มเป็นเพียงทางสัญจรไปยังสวนสาธารณะในเมือง ก่อนจะพัฒนาจนกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมต่อไปยังสถานที่สำคัญแห่งอื่นๆ ในบรัสเซลส์ ปัจจุบันถนนความยาว 2.7 กิโลเมตรแห่งนี้เป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงาน ร้านค้า และทางเชื่อมไปยังระบบขนส่งสาธารณะหลายสาย นับเป็นย่านเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ และยังมีส่วนแฟชั่นร่วมสมัย ที่เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวสายช้อปปิ้ง เพราะเต็มไปด้วยร้านหรูจากแบรนด์ระดับไอคอนตั้งอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นดิออร์ (Dior), หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton, ชาแนล (Chanel) ฯลฯ อิสระช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

- จากนั้น ชมจัตุรัสแกรนด์เพลซ ใจกลางเมือง ให้ท่านประทับใจกับหมู่ตึกต่างๆอาทิ ศาลาว่าการเมือง หมู่ตึกกริลเฮาส์ ซึ่งครั้งหนึ่งในอดีตเคยเป็นสถานที่ประทับของราชวงศ์กษัตริย์เบลเยี่ยม และเป็นตลาดนัดจุดรวมการแลกเปลี่ยนสินค้าในอดีต

- ชม แมนาคินพิส อนุสาวรีย์หนูน้อยยืนฉี่ สัญลักษณ์ของกรุงบรัสเซลส์ อิสระให้ท่านเดินเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง อาทิ ช็อคโกแลต ผ้าลายลูกไม้ เสื้อผ้ารองเท้ากระเป๋า ฯลฯ หรือเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย

พิเศษ : ช่วง 27 พ.ย. 2569 – 3 ม.ค. 2570 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
RADISSON COLLECTION GRAND PLACE BRUSSELS หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
บรัสเซลส์ - เกนต์ - บรูจน์
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- นำท่านถ่ายรูปคู่ อะตอมเมี่ยม ประติมากรรมรูปอะตอมมหึมา สัญลักษณ์จากการรวมตัวครั้งแรกของกลุ่มประเทศยุโรปเมื่อปี ค.ศ. 1959 ผ่านชมบริเวณพระราชวังที่ประทับของกษัตริย์แห่งเบลเยี่ยม

- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง เกนต์ (Ghent) (ระยะทาง 55 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 50 นาที) เป็นเมืองที่สวยอันดับ 3 ของเบลเยี่ยม เมืองเล็กที่น่ารักแห่งเบลเยี่ยม

- นำท่านชม Castle of the Counts อดีตปราสาทของท่านเคาท์ผู้ปกครองเมืองที่สร้างด้วยหินซึ่งปัจจุบันได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ โดยปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 เคยใช้เป็นที่พำนักของเคานต์แห่งแฟลนเดอร์ส ปราสาทแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นศาลและเรือนจำจนถึงศตวรรษที่ 18 นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงกษาปณ์เมืองเกนต์ในศตวรรษที่ 14 และ 15 อีกด้วย

- นำท่านชมเขตเมืองเก่าแห่งเกนต์ย่านจตุรัสใจกลางเมือง
- นำท่านชมโบสถ์ St Bavo’s Cathedral ตั้งชื่อตามนักบุญบาโว หรือซินท์ บาฟ ในภาษาดัตซ์ โดยพื้นที่เดิมตรงนี้นั้นเคยเป็น Chapel มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 942 และต่อมาก็ได้มีการสร้างอาคารที่ใหญ่ขึ้น ในช่วงศตวรรษที่ 14-16 โดยโดดเด่นด้วยหอระฆังเดี่ยวสูง89 เมตร โดยนอกจากตัวโบสถ์ที่สวยงามยังมีศิลปะระดับมาสเตอร์พีช อาทิภาพวาด,ฉากประดับแท่นบูชา, ประติมากรรมต่างๆฯ จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นโบสถ์แบบโกธิคที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก (Unesco) อีกด้วย
- ให้ท่านอิสระถ่ายรูปหรืออาจจะเลือกเดินเล่นชมร้านค้าขายของที่ระลึกมากมาย หรือนั่งจิบกาแฟด้านหน้าร้านกาแฟเท่ห์ที่น่ารักมากมามาย
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
พิเศษ : ช่วงวันที่ 3 ธ.ค. 2569 – 3 ม.ค. 2570 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง บรูจน์ (Bruges) เป็นเมืองที่สวยอันดับ 1 ของประเทศเบลเยี่ยม และยังติดอันดับต้นๆเมืองสวยที่สุดโลก) (ระยะทาง 50 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.)
พิเศษ : ช่วง 20 พ.ย. 2569 – 3 ม.ค. 2570 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
CROWNE PLAZA HOTEL BRUGE หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
** หมายเหตุ : โรงแรมในเมืองบรูกค่อนข้างน้อย หากเต็มทางบริษัทของสงวนสิทธิ์พักเมืองข้างเคียง **
บรูจน์ - ชมเมือง - ทัวร์เน - ลีล
รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก
- นำท่านเยี่ยมชมเมือง บรูจน์ เมืองเล็กๆทางตะวันตกของเบลเยียม ที่ยังคงอนุรักษ์ เมืองในสมัยโบราณอายุกว่า 500ปี และได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก Unesco และเคยเป็นเมืองหลวงของแคว้นเฟลนเดอร์ เมืองที่คูคลองล้อมรอบเมือง
- ชมศาลาว่าการกลางเมือง ในสไตล์แบบโกธิค หอระฆังแห่งบรูจน์ที่มีบันไดกว่า 300 ขั้น ให้นักท่องเที่ยว ลองเดินขึ้นทดสอบความ แข็งแรงและสามรถชมทัศนียภาพของเมืองที่สวยงามได้อย่างรอบทิศทาง จตุรัสมาร์ก หรือตลาดประจำเมือง ที่รายล้อมด้วยอาคารอันสวยงามของศิลปกรรมในยุคต่างๆที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืนและลงตัวกัน

- นำท่านนั่งเรือชมวิวเมืองบรูจน์ ท่านจะได้ชื่นชมความสวยงามของเมืองผ่านการนั่งเรือ ซึ่งเรือจะนำท่านลัดเลาะคลองต่างๆ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที (หมายเหตุ : หากเรืองดให้บริการไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์งดให้บริการโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า)
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองทัวร์เน (Tournai) หรือในภาษาภาษาดัตช์ เรียกว่า Doornik เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเบลเยี่ยม และมีบทบาทสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากมาย (ระยะทาง 80 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.)
- นำท่านชม มหาวิหารทัวร์เน หรือ อาสนวิหารแม่พระแห่งทัวร์เน (Cathédrale Notre-Dame de Tournai; Onze-Lieve-Vrouw van Doornik) ตั้งอยู่ที่เมืองทัวร์เน มณฑลแอโน เขตวัลลูน ในประเทศเบลเยียม เป็นอาสนวิหารโรมันคาทอลิกอันเป็นที่ตั้งของมุขนายกประจำมุขมณฑลทัวร์เน (Diocese of Tournai) สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่พระนางมารีย์พรหมจารีมหาวิหารแห่งนี้ถือเป็นมหาวิหารแห่งเดียวในประเทศเบลเยี่ยมซึ่งตั้งใจสร้างเพื่อมีฐานะเป็นอาสนวิหาร (Cathedral) จัดเป็นผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมกอทิกแบบทัวร์เน (Gothique tournaisien) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างโรมาเนสก์กับกอทิกที่พบได้มากในภูมิภาคแถบนี้ มหาวิหารทัวร์เนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานสำคัญของภูมิภาควัลลูน (Patrimoine immobilier classé de la Région wallonne) เมื่อปี ค.ศ. 1936 และต่อมาได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมื่อปีค.ศ. 2000
- จากนั้นชม หอระฆังเมืองทัวร์เน (Belfry of Tournai) เป็นหอระฆังสูง 72 เมตร ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเบลเยี่ยมและต่อมาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกร่วมกับมหาวิหารโนเทรอดามแห่งทัวร์เน หากท่านขึ้นไปด้านบนสุดของหอระฆังบันไดผ่านบันได 257 ขั้น ท่านจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองทัวร์เนได้อย่างชัดเจน ที่นี่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของผู้ที่มาเที่ยวเมืองทัวร์เน

- อิสระท่านเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย
พิเศษ : ช่วง 18 พ.ย. – 30 ธ.ค. 2569 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองลีล (Lille) เป็นเมืองหลวงของแคว้นนอร์ – ปาดกาแล ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศสติดกับชายแดนประเทศเบลเยี่ยมและใกล้กับชายแดนประเทศอังกฤษ เมืองหลวงแห่งนี้จึงมีกลิ่นอายของอังกฤษผสมเบลเยี่ยม
พิเศษ : ช่วง 18 พ.ย. – 30 ธ.ค. 2569 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
THE HILTON LILLE HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
** หมายเหตุ: โรงแรมในเมืองมีจำกัด หากเต็มทางบริษัทของสงวนสิทธิ์พักเมืองข้างเคียง **
ลีล - ชมเมือง - อาเมียง
รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก
- นำท่านชม จัตุรัส Grand place เป็นสถานที่ที่เป็นที่นัดพบที่ชื่นชอบของชาว Lillois โดยมีสถานที่สำคัญของเมือง Lille ที่ตั้งอยู่ที่ Grand place แห่งนี้ได้แก่ Vieille Bourse หรือ Old exchange ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่านี่คือหนึ่งในสถานที่ที่สวยที่สุดใน Lille ที่ได้รับการออกแบบและสร้างสรรค์ผลงานจากสถาปนิก Julien Destree ในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1652 ไปถึงปี 1653 ผลงานนี้มีเอกลักษณ์ของการผสมผสานทางศิลปะที่ชัดเจนของสถาปัตยกรรมตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ไปจนถึงศตวรรษที่ 30 ซึ่งนับว่าเป็นอาคารที่ดีที่สุดของเมือง ซึ่งประกอบไปด้วยบ้านหลังเล็กๆ 24 หลังที่เหมือนกันอันได้รับความสนับสนุนจากพ่อค้า 24 แห่ง บ้านสร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าล้อมรอบลานโค้ง โดยรอบๆ ลานนั้นจะมีร้านอาหารและร้านค้าโดยรอบ มีตลาดหนังสือมือสองและนักเล่นกระดานหมากรุกมากมายที่เห็นได้ในจัตุรัสแห่งนี้ นำท่านถ่ายรูปกับ Vieille Bourse

- จากนั้นนำท่านชม Eglise Saint Maurice โบสถ์นี้สร้างโดยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคและนีโอโกธิคนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงตอนท้ายของศตวรรษที่ 14 และได้รับการบูรณะและเสร็จสิ้นในปลายศตวรรษที่ 19 โดยสถาปนิกฟิลิปป์ หลังจากที่โบสถ์นี้ได้รับการสร้างและบูรณะในปลายศตวรรษที่ 19 เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ยังได้รับการขยับขยายเรื่อยมาไปมากกว่า 4 ศตวรรษเลยทีเดียว ปัจจุบันโบสถ์แห่งนี้จัดได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง โบสถ์นี้ได้รับการแต่งตั้งเป็นมรดกโลกในปี 1914 ด้วย
- จากนั้นชม หอระฆังประจำเมืองลีล (Beffroi de Lille) เป็นส่วนหนึ่งของอาคารศาลากลางประจำเมืองลีลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ซึ่งอาคารนี้มีความสูงมากถึง 104 เมตร เมื่อขึ้นไปที่หอระฆังคุณจะสามารถชมทัศนียภาพโดยรอยของเมืองได้แบบ 360 องศาเลยทีเดียว ซึ่งทัศนียภาพที่คุณจะได้รับนั้นมีทั้งสีสันอันสวยงามของอาคารอันเป็นประติมากรรมและยังมีสภาพแวดล้อมที่เป็นหุบเขา เทือกเขาแฟลนเดอร์สที่สวยงามอีกด้วย
- อิสระท่าน ช้อปปิ้ง ณ Rue de Bethune เป็นถนนคนเดินใจกลางเมือง อันเป็นถนนช้อปปิ้งหลักของเมือง Lille ที่เรียกได้ว่าคึกคักมากที่สุดของเมือง เป็นถนนช้อปปิ้งที่มีประวัติอันยาวนาน โดยเริ่มเปิดตัวตั้งแต่ในปี 1608
พิเศษ : ช่วง 18 พ.ย. – 30 ธ.ค. 2569 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองอาเมียงส์ (Amiens) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Somme (ซอม) เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และเป็นเมืองหลวงของแคว้น Picardie (ปิการ์ดี) เดิม (ระยะทาง 140 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 30 นาที)
- นำท่านชม มหาวิหารอาเมียงส์ (Amiens Cathedral) โบสถ์โกธิกขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศฝรั่งเศสสร้างขึ้นระหว่างปี 1220 ถึง 1288 มีความสูง 145 เมตร และเป็นโบสถ์ที่สูงที่สุดในฝรั่งเศส ถือได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอก ที่ได้รับการรับรองให้เป็นมรดกโลกในปี 2005 ในด้านอนุสาวรีย์ทางประวัติศาสตร์

- จากนั้นนำท่านเดินเล่นย่าน Quartier Saint-Leu ชุมชนยุคกลางของอาเมียง ซึ่งมีแบบสไตล์บ้านแบบ Half-Timber (ครึ่งตึก ครึ่งไม้) มีสีสันสดใส ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเดินเล่นในเขตนี้ ซึ่งที่นี่จะมีร้านอาหาร คาเฟ่ ห้องแสดงศิลปะ ร้านหนังสือ ร้านของเก่า โดยพระเจ้า Ludwig ที่ 11 ได้ขนานนามในเขตนี้เป็น “เวนิสขนาดเล็กทางตอนเหนือของฝรั่งเศส”
พิเศษ : ช่วง 20 พ.ย. – 30 ธ.ค. 2569 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
MERCURE AMIENS CATHEDRAL HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
อาเมียง - ปารีส - ประตูชัย - ถนนชองป์เซลิเซ่ - ช้อปปิ้ง
รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก
- จากนำท่านเดินทางสู่ กรุงปารีส (Paris) (ระยะทาง 160 กม. ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. 30 นาที) เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยุ่บนแม่น้ำแซนน์บริเวณตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสบนใจกลางแคว้น อีล-เดอ-ฟรองซ์ จากการตั้งถิ่นฐานมากว่า 2000 ปี เมืองปารีสมหานครซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองหลวงด้านแฟชั่น
- จากนั้นนำท่านถ่ายรูปหอไอเฟลมุมสวน Champ de Mars เป็นมุมยอดนิยมอันดับหนึ่งในการถ่ายภาพหอไอเฟล เนื่องจากหอไอเฟลนั้นตั้งอยู่บนพื้นที่ส่วนหนึ่งของสวนสาธารณะชองส์เดอมาร์ส และด้วยขนาดอันกว้างใหญ่ของสวน บวกกับสนามหญ้าสีเขียวขจี และต้นไม้หลากหลายชนิดในบริเวณรอบๆ ทำให้ทุกคนสามารถเดินหามุมถ่ายภาพสวยๆ ของหอไอเฟลได้อย่างไม่ยาก
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย
- จากนั้นอิสระให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศสภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง แกลอลารี่ ลาฟาแยตต์ (Galeries Lafayette) ของฝรั่งเศส ที่ปัจจุบันมาสาขากว่า 61 แห่ง มีผู้คนมาใช้จ่ายวันละ 1,000,000 คน /วัน ซึ่งมีสินค้าแบรนด์เนมทุกยี่ห้อต่างมากมาย เช่น CHANEL,PRADA,HERMES,LUIS VUITTON,GUCCI , LONGCHAMP, ARMANI, BOTEGA, แว่นตารองเท้า,ของเล่นเด็ก,นาฬิกา,กระเป๋า,เครื่องสำอางค์น้ำหอม ท่านที่ไม่มีความประสงค์ช้อปปิ้งสามารถเดินชมความงามของบ้านเมืองและโรงละครโอเปร่า ที่เก่าแก่สวยงาม เพราะย่านช้อปปิ้งอยู่กลางเมืองมีอาคารบ้านเรือนสวยงามมาก

- จากนั้นได้เวลานำท่านถ่ายรูปกับ ถนนชองป์เซลิเซ่ ต้นแบบถนนราชดำเนินของไทย ซึ่งเต็มไปด้วยคาเฟ่และร้านค้าขายขอดีราคาแพงจากดีไซเนอร์ชื่อก้องโลก
- นำท่านถ่ายกับ ประตูชัย สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของนโปเลียนพร้อมชมสองฟากฝั่ง อิสระให้ท่านเดินเล่นหรือช้อปปิ้งสินค้าตามอัธยาศัย
พิเศษ : ช่วงปลาย พ.ย. ปลาย ธ.ค. 2569 ท่านจะได้พบกับเทศกาลตลาดคริสต์มาส
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง เมนูพิเศษ ซีฟู๊ด
PULLMAN HOTEL MONTPANASSE หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
ปารีส - มหาวิหารซาเครเกอร์ - La Vallee Village Outlet - ปารีส
รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ย่านมองมาร์ต (Montmarte) นำท่านนั่งรถรางขึ้นสู่เนินเขาสูง 130 เมตร ทางเหนือของปารีสและเป็นจุดที่สูงที่สุดของเมือง
- ชม “มหาวิหารซาเครเกอร์” (Bassilica of Sacre Coeur) หรือวิหารพระหฤทัย ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานที่อุทิศแด่ชาวฝรั่งเศสที่เสียชีวิตจากสงครามกับปรัสเซีย ออกแบบตามแบบสไตล์โรมัน – ไบเซนไทน์ Roman-Byzantine สีขาวสวยเด่นเป็นสง่าบนเนินเขามองมาร์ต นำท่านชมความงามของวิว สวยของปารีส จนอาจกล่าวว่า เนินเขามองมาร์ตเป็นเนินแห่งประวัติศาสตร์และ เนินแห่งความฝันของบรรดาศิลปินทั้งหลาย ณ ที่แห่งนี้คือ ที่นัดพบของศิลปินมาตั้งแต่ศตวรรษที่19 ผลงานศิลปะได้มีการสร้างสรรค์จากที่นี่เป็นจำนวนมาก

- อิสระให้ทุกท่านได้พลิดเพลินกับบรรยากาศแบบชาวปารีเซียง ในย่านมองมาร์ตตลอดสองข้างทางจะเต็มไปด้วยร้านกาแฟสไตล์ปารีเซียงอิสระให้ท่านได้เดินชมบรรยากาศและเลือกซื้อของที่ระลึกต่างๆ
- นำท่านเดินทางสู่ La Vallée Village (ระยะทาง 40 กม. ใช้เวลาประมาณ 40 นาที) เอ้าเล็ทชอปปิ้งใกล้ปารีสที่สายช้อปต้องเคยได้ยินชื่อกันมาบ้างแล้ว เอ้าเล็ทแห่งนี้เป็นสถานที่ช้อปปิ้งที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน เป็นแหล่งชอปปิ้งใกล้ปารีสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ La Vallée Village รวบรวมร้านค้าของแบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ต่างๆไว้มากว่า 110 ร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าราคาย่อมเยาไล่เรียงไปจนถึงแบรนด์ไฮเอน
- อิสระท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
เพื่อความสะดวกในการช้อปปิ้ง อิสระรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย คืนเงินท่านละ 40 ยูโร
- จากนำท่านเดินทางสู่ กรุงปารีส (Paris) (ระยะทาง 40 กม. ใช้เวลาประมาณ 40 นาที)
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
PULLMAN HOTEL MONTPANASSE หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
ปารีส - สนามบิน
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
- จากนั้นได้เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน ให้ท่านได้มีเวลาทำ TAX REFUND
- 13.30 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 935
สุวรรณภูมิ - กรุงเทพ ฯ
- 05.35 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ

ทัวร์สโลวีเนีย
ทัวร์โรมาเนีย
ทัวร์ออสเตรเลีย
ทัวร์ยุโรป
ทัวร์ฟินแลนด์
ทัวร์นอร์เวย์
ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์
ทัวร์ยุโรปตะวันออก
ทัวร์เบเนลักซ์ - BENELUX
ทัวร์อังกฤษ
ทัวร์อิตาลี
ทัวร์เยอรมัน
ทัวร์ฝรั่งเศส
ทัวร์สแกนดิเนเวีย
ทัวร์โครเอเชีย - บอลข่าน
ทัวร์โปแลนด์
ทัวร์สเปน - โปรตุเกส
ทัวร์กรีซ
ทัวร์แคนาดา
ทัวร์อเมริกา