ทัวร์จอร์แดน อัมมาน – มาดาบา – เครัค – เพตรา – วาดิรัม – เดดซี – เจอรัช



รายละเอียดโปรแกรมทัวร์-ทัวร์จอร์แดน อัมมาน – มาดาบา – เครัค – เพตรา – วาดิรัม – เดดซี – เจอรัช

รหัสทัวร์ : GRAND JORDAN 7 D (RJ)
ระยะเวลา 7 วัน 4 คืน
สายการบิน :

กำหนดการเดินทาง

รอบที่ วันเดินทาง ราคา
1 4 ธ.ค. 62 - 10 ธ.ค. 62 97,900 บาท
2 27 ธ.ค. 62 - 2 ม.ค. 63 97,900 บาท

สถานที่สำคัญ

  • 1
    ชมนคร PETRA 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก (UNESCO)
  • 2
    ชมทะเลทราย WADI RAM หนึ่งในทะเลทรายที่เก่าแก่และสวยที่สุดในโลก(UNESCO)
  • 3
    สนุกสนานกับทะเล DEAD SEA ในท่านลองลอยตัวในน้ำทะเลสุดมหัศจรรย์
  • 4
    ชมกลุ่มปราสาททราย DESERT CASTLES สุดเก่าแก่ (UNESCO)
  • 5
    ชมซากโบราณเมือง JERASH อดีตที่ตั้งเมืองหลวงของอาณาจักรโรมันตะวันออก
  • 6
    ชม MOUNT NEBO ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ อนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์แห่งโมเสส
  • 7
    ล่องเรือท้องกระจก ชมปะการังเมือง AQABA
  • 8
    พักโรงแรม Bubble Hotel กลางทะเลทราย WADI RAM
  • 9
    ชมเมือง AMMAN เมืองหลวงของจอร์แดน

HappyLongWay
ขอนำเสนอโปรแกรมทัวร์จอร์แดน
อัมมาน – มาดาบา – เครัค – เพตรา – วาดิรัม – เดดซี – เจอรัช
7 วัน 4 คืน
โดยสายการบินรอยัล จอร์แดน แอร์ไลน์ (RJ)

DAY1

กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)

  • 21.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 8 ROW  Q สายการบินROYAL  JORDANIAN  AIRLINES (RJ)บเจ้าหน้าที่บริษัทอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
DAY2

อัมมาน - มาดาบา - เมาท์ เนโบ – เครัค - เพตรา

  • 00.20 น. ออกเดินทางสู่กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน โดยสายการบินรอยัลจอร์แดนเนี่ยน เที่ยวบินที่ RJ181
  • 04.40 น. เดินทางถึง สนามบินอัมมาน ประเทศจอร์แดน จากนั้นนำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับ

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมใกล้สนามบิน

  • นำท่านเดินทางสู่เมืองมาดาบา (MADABA) เมืองนี้เป็นหนึ่งในเมืองศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนรู้จักมากที่สุดในฐานะ “เมืองแห่งโมเสก” โดยไฮไลท์ของที่นี่คือโบสถ์กรีก-ออโธดอกซ์ แห่งเซนต์จอร์จ ที่มีภาพแผนที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่ง เยรูซาเล็มที่ทำจากโมเสกสีต่างๆ ประมาณ 2 ล้านชิ้นด้วยขนาดที่ใหญ่ถึง 25×25 ตารางเมตร และยังคงสภาพเดิมไว้ได้จนถึงทุกวันนี้
  • นำท่านเข้าชม โบสถ์กรีก-ออโธดอกซ์แห่งเซนต์จอร์จ (Greek Orthodox Church Of Antioch) นำท่านชมไฮไลท์ของเมืองมาดาบา แผนที่อันศักดิ์ของชาวเยรูซาเล็มที่ตกแต่งโดยโมเสกสีต่างๆ จำนวนกว่า 2.3 ล้านชิ้นโดยเนื้อหาบนแผนที่นั้นจะแสดงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ อาทิ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน, เยรูซาเล็ม, แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เขาไซนาย และ และอียิปต์
  • นำท่านเดินทางสู่ เมาท์ เนโบ (Mount Nebo)  มีความสูง 817 เมตร จากระดับน้ำทะเล เชื่อว่ายอดเขาเนโบเป็นสถานที่ฝังศพของโมเสสและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของจอร์แดน เมื่อคุณยืนอยู่บนยอดเขา คุณจะได้เห็นสิ่งที่โมเสสเคยเห็นที่แห่งนี้เป็นสถานที่สุดท้ายของโมเสส ก่อนจะชี้ทางให้ผู้สืบทอดนำพาผู้คนไปยังดินแดนพันธสัญญา ในประเทศอิสราเอลปัจจุบัน เมื่อยืนอยู่บนยอดเขาจะมองไปเห็นดินแดนแห่งพันธะสัญญา THE PROMISED LAND ที่โมเสสเคยเห็นบนยอดเขานี้ และเป็นที่จาริกแสวงบุญของชาวคริสต์มาแต่โบราณ จากจุดนี้สามารถชมวิวไปได้ไกลถึงฝั่งอิสราเอล (ดินแดนพันธสัญญา)
  • ชมพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม ภายในเก็บสิ่งของต่าง ๆ ที่ขุดพบภายในบริเวณนี้ พร้อมทั้งมีภาพถ่ายต่าง ๆ ภาพถ่ายที่สำคัญคือภาพที่โป๊บ จอห์น ปอลที่ 2 เสด็จมาแสวงบุญที่นี่และได้ประกาศให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ในปี ค.ศ. 2000
  • ชมอนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์แห่งโมเสส ออกแบบเป็นลักษณะเป็นไม้เท้าในรูปแบบไม้กางเขน โดยอุทิศเป็นสัญลักษณ์ของโมเสส และพระเยซู เชิญถ่ายรูป ณ จุดชมวิว โดยในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ท่านสามารถมองเห็น แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เมืองเจอริโก และประเทศอิสราเอล ได้จากจุดนี้อย่างชัดเจน

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำทุกท่านเดินทาง สู่เมืองเครัค ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงขนาดใหญ่ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามข้างทางระหว่างทางขึ้นสู่เขา โดยเฉพาะบริเวณที่ถูกเรียกขานกันว่าเป็น (แกรนด์แคนยอนแห่งจอร์แดน)
  • นำท่านสู่ปราสาทเครัค (AL KARAK CASTLE) ตั้งอยู่ที่เมืองเครัค ทางตอนกลางของประเทศจอร์แดน นับเป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในช่วงยุคสงครามครูเสด จากประวัติศาสตร์สงครามครูเสดเป็นสงครามระหว่างคริสเตียนจากยุโรปและชาวมุสลิมซึ่งยึดครองพื้นที่แถบนี้รวมทั้งนครเยรูซาเล็ม นครศักดิ์สิทธิ์และสัญลักษณ์ของศาสนาอับราฮัมหลักทั้งสาม (ศาสนายูดาย ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม) โดยชาวคริสต์ต้องการฟื้นฟูการเข้าถึงที่ศักดิ์สิทธิ์ในและใกล้เยรูซาเล็มปราสาทเครัคแห่งนี้สร้างในศตวรรษที่ 12 ปี ค.ศ. 1115 โดย King Baldwin ที่ 1 แห่งเยรูซาเลม เพื่อเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการควบคุมกองคาราวานในเส้นทางการค้าขายที่เชื่อกับประเทศอียิปต์ไปยังกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย โดยตัวปราสาทสร้างด้วยหิน กำแพงทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาโค้งยาว แล้วก็เจาะร่องแสงเล็กๆ ลักษณะแบบนี้ทำให้ง่ายต่อการป้องกันศัตรูปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ยังคงเหลือโครงสร้างที่สมบูรณ์ การแวะเยี่ยมชมที่นี่ ทำให้เราได้เห็นมุมมองของการทำสงครามสมัยประวัติศาสตร์ (ครูเสด)
  • นำท่านเดินทางสู่เมืองเพตรา (Petra) เมืองเพตรา มหานครศิลาทรายสีชมพู หรือ Rose City ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกปี ค.ศ. 1985 และ ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของแห่งโลกใหม่ (New 7 Wonders of the World) จากการตัดสินโดยการโหวตจากบุคคลนับล้านทั่วโลกในวันมหัศจรรย์ 07/ 07/ 07 มหานครสีดอกกุหลาบที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาวาดี มูซา (Wadi Musa Valley) หรือหุบเขาแห่งโมเสส
  • นำท่านชมเมืองเพตร้า มหานครสีดอกกุหลาบที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแห่งโมเสส (WADI MUSA) ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานหลายพันปีเคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยทั้งชาวอีโดไมท์ จวบจนกระทั่งถึงยุครุ่งเรืองเฟื่องฟูในการเข้ามาครอบครองดิน แดนของชาวอาหรับเผ่าเร่ร่อนนาบาเทียน ในช่วงระหว่าง 100 ปี ก่อนคริสตกาล–ปี ค.ศ.100 และได้เข้ามาสร้างอาณา จักรบ้านเมือง ฯลฯ จนกระทั่งในปีค.ศ.106 นครแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรโรมันที่นำโดย กษัตริย์ทราจัน และได้ผนึกเมืองแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งในอาณาจักรโรมันแห่งแหลมอาระเบียตะวันออก จนในปี ค.ศ.1812 นักสำรวจเส้นทางชาวสวิส นาย โจฮันน์ ลุดวิก เบิร์กฮาดท์ ได้ค้นพบนครศิลาแห่งนี้ และนำไปเขียนในหนังสือชื่อ “TRAVEL IN SYRIA” จนทำให้เริ่มเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรมที่พัก
MOVENPICK RESORT PETRA หรือระดับเทียบเท่า 5  ดาว

DAY3

เพตรา - ขี่ม้าชมเมือง – ทะเลทรายวาดิรัม

 รับประทานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

  • นำท่านเข้าชม นครเพตรา (Petra) ให้ท่านได้สัมผัส 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอันน่าอัศจรรย์นอกจากจะขนานนามว่า “นครศิลาสีกุหลาบ The Rose City” ยังมีอีกฉายาว่า “นครที่สูญหายไป The Lost City” ชมความสวยงามดั่งมนต์สะกดที่ซ่อนตัวลึกลับอยู่ในหุบเขาวาดิมูซา ในอดีตนครเพตราคือนครแห่งการค้าขายที่มีขนาดใหญ่เป็นเมืองที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยไบแซนไทน์ ก่อนคริสตกาลถึง 400ปี โดยพวกบานาเทียน และถูกทิ้งล้างมานานกว่า 700 ปีจึงถูกค้นพบโดยนักสำรวจชาวสวิสเซอร์แลนด์นายโจฮันน์ ลุดวิก เบิร์กฮาดท์ในปี ค.ศ.1812ต่อมาในปี ค.ศ.1985 นครเพตราจึงได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ และเคยใช้เป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดัง เรื่องอินเดียนน่า โจนส์ (Indiana Jones) ภาคที่ 3 ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า”,Transformers: Revenge of the Fallen, The Mummy Returns ฯลฯและยังได้รับการคัดเลือกจากนิตยสาร Smithsonianให้เป็น “1ใน 28สถานที่ต้องไปเยือนก่อนตาย” อีกด้วย (ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการนั่งม้าทั้ง ไป-กลับ รวมอยู่ในค่าทัวร์)
  • ระหว่างทางที่เข้าชมท่านจะได้พบกับความแปลกตาของภูเขาที่เกิดจากการแยกตัวของเปลือกโลกและการซัดเซาะของน้ำที่เกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อนที่เรียกว่า ซอกหินซิค (The Siq) ที่มีระยะทาง 1.5 กม.และจะสิ้นสุดปลายทางของช่องเขาก็จะพบกับความสวยงามของ มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ เอล-คาซเนท์ (EL-KHAZNEH / REASURY) ลักษณะเป็นวิหารที่เจาะหน้าผาหินและแกะสลักความสูงถึง 40 เมตร ของภูเขาที่มีลักษณะเป็นภูเขาสีชมพูทั้งลูกโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมของอียิปต์และโรมัน

 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  •  อิสระให้ท่านชื่นชมความสวยงาม และเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพภายในบริเวณนครเพตราตามอัธยาศัย กระทั่งได้เวลาอันสมควร
  • นำท่านเดินทางสู่ ทะเลทรายวาดิรัม (WADI RAM)  หรืออีกชื่อเรียกว่า“หุบเขาแห่งพระจันทร์”(The Valley of the Moon) เชื่อว่าทะเลทรายแห่งนี้มีมนุษย์อาศัยก่อนคริสต์กาล8,000ปีและยังเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำหนังฮอลลีวูดชื่อดังเรื่อง Lawrence of Arabia
  • นำท่านสนุกกับกิจกรรมทัวร์ทะเลทราย (Desert Tour In Wadi Rum) นำท่านตะลุยทะเลทรายที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง เป็นทะเลทรายอันกว้างใหญ่และเงียบสงบมีผืนทรายสีส้มเม็ดละเอียดและจะเปลี่ยนสีไปตามสีของพระอาทิตย์ในอดีตนั้นเคยเป็นเส้นทางคาราวานจากประเทศซาอุฯ ที่เดินทางไปยังประเทศซีเรียและปาเสลไตน์ ในครั้งศึกสงครามอาหรับรีโวลท์ทะเลทรายแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นฐานบัญชาการในการรบของ นายทหารชาวอังกฤษ ทีอี ลอว์เรนซ์ และเจ้าชายไฟซาล ผู้นำแห่งชาวอาหรับที่ร่วมรบขับไล่พวกออตโตมันที่เข้ามารุกราน ต่อมาได้ใช้เป็นสถานที่จริงในการถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง “LAWRENCE OF ARABIA”
  • นำท่านสัมผัสวิถีชีวิตของชาวเบดูอินที่อาศัยอยู่กลางทะเลทราย และชมภาพแกะสลักต่างๆของชาวบานาเทียน

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ณ โรงแรมที่พัก
WADI RUM BUBBLE LUXOTEL หรือระดับเทียบเท่า  5 ดาว

DAY4

ทะเลทรายวาดิรัม – อัคคาบา - ล่องเรือท้องกระจก - ทะเลเดดซี

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางสู่เมืองอัคคาบา (Aqaba) เมืองติดทะเลและเมืองตากอากาศที่สำคัญของจอร์แดน เมืองนี้จะเต็มไปด้วยรีสอร์ทและกิจกรรมทางน้ำ เราจะเข้าพักรีสอร์ท 5 ดาวและก็พักผ่อนใช้โรงแรมกันให้เต็มที่ครับ โดยโรงแรมจะมีหาดส่วนตัว จะว่ายน้ำ ดื่ม เดินเล่น นอนพัก อะไรก็ตามสบาย
  • นำท่าน ล่องเรือท้องกระจก ( Glass boat ) แล่นไปในทะเลแดง ทะเลที่มีน่านน้ำครอบคลุมถึง 4 ประเทศได้แก่ อียิปต์ อิสราเอล ซาอุดิอารเบียร์ และ จอร์แดน ชมความสวยงามใต้ท้องทะเล ทั้งแนวปะการัง และ ปลาหลากหลายชนิดโดยไม่ต้องเปียก สุดชิลล์กับลมเย็นๆ

รับประทานอาหารกลางวันแบบ BBQ บนเรือ

  • นำท่านเดินทางสู่ ทะเลเดดซี (DEAD SEA) ทะเลที่ได้ชื่อว่าเค็มที่สุดในโลก ที่สิ่งมีชีวิตไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ จึงถูกขนานนามว่าเป็นทะเลมรณะทะเลเดดซีนับว่าเป็นพื้นที่ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุด เนื่องจากน้ำในทะเลเดดซีมีความหนาแน่นมาก และมีเกลือละลายอยู่ในน้ำถึง 25% จึงทำให้วัตถุต่างๆ สามารถลอยเหนือน้ำได้ แม้แต่คนที่ลงไปว่ายน้ำก็ไม่จมเช่นกันเดินทางถึงที่พักให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารของโรงแรมที่พัก

MOVENPICK HOTEL DEAD SEA หรือระดับเทียบเท่า  5 ดาว

DAY5

เดดซี - อัมมาน - ป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • ให้ท่านได้ผ่อนคลายกับการแช่น้ำในทะเลเดดซี ซึ่งเป็นทะเลที่ถูกบันทึกลงใน กินเนสส์บุ๊ค ว่า เป็นจุดที่ต่ำที่สุดในโลก มีความต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 400 เมตร และ มีความเค็มที่สุดในโลกมากกว่า 20 เปอร์เซนต์ของน้ำทะเลทั่วไป ทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเลยอาศัยอยู่ได้ในท้องทะเลแห่งนี้ ให้ท่านอิสระในการลงเล่นน้ำทะเล และ พิสูจน์ความจริงว่าสามารถลอยตัวได้จริงหรือไม่ นอกจากนี้การพอกโคลนทะเลเดดซีโคลนเดดซีเป็นโคลนธรรมชาติเพื่อสุขภาพและความสวยความงาม เพราะเป็นโคลนจากทะเลน้ำเค็ม ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุตามธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากหิมะละลายบนเทือกเขาสูงในประเทศซีเรียและจอร์แดนที่พาเอาดินโคลนบริสุทธิ์จากเทือกเขาไหลลงมารวมกันที่ทะเลเดดซีนี้นับพันๆปี (การลงเล่นน้ำในทะเลมีวิธีขั้นตอนการลงเล่น และข้อควรระวังต่างๆ ควรฟังคำแนะนำจากมัคคุเทศก์ท้องถิ่น)

รับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • อิสระช้อปปิ้ง ผลิตภัณฑ์ SKINCARE ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นขุมทรัพย์ของแร่ธาตุมากมายจากทะเลสาบเดดซี มีทั้งผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพใบหน้าและลำตัว นอกจากนี้ ปัจจุบันยังได้นำวัตถุดิบจากทะเลสาบเดดซีมาบรรจุคัดกรองแร่ธาตุต่างๆ ให้อยู่ในรูปแบบเครื่องสำอาง และมีสถาบันเสริมความงามหลายที่ ได้นำวัตถุดิบโคลนทะเลสาบเดดซีมาใช้ในการทำสปา เพื่อเป็นการผ่อนคลายและมอบความสดใสชุ่มชื้นให้กับผิวอีกด้วย
  • นำท่านเดินทางกลับกรุงอัมมาน (Amman) เมืองหลวงที่ตั้งอยู่บนภูเขา 7 ลูก และมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 6,000 ปี ผ่านชมย่านเมืองเก่า เมืองใหม่ ย่านธุรกิจ ตลาดใจกลางเมือง ย่านคนรวย ฯลฯ
  • นำท่านชม ป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน (Citadel) ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดสังเกตเหตุการณ์ต่างๆรอบเมือง ให้ท่านอิสระถ่ายรูปตรงจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองแห่งนี้ โดยมีฉากหลังเป็นโรงละครโรมันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจอร์แดนที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 6,000 คน และ ตึกรามบ้านช่องที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง อันแปลกตายิ่งนัก จากนั้นให้ ท่านช้อปปิ้งตลาดพื้นเมืองหรือห้างสรรพสินค้าตามอัธยาศัย

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
INTERCONTINENTAL HOTEL AMMAN หรือระดับเทียบเท่า  5 ดาว 

DAY6

อัมมาน - กลุ่มปราสาททะเลทราย - เจอราช - ชมเมือง - อัมมาน

รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก 

  • นำท่านเดินทางสู่ กลุ่มปราสาททะเลทราย (Desert Castles) ทะเลทรายทางตะวันออกของประเทศจอร์แดนเป็นที่ตั้งของกลุ่มปราสาททะเลทรายที่สร้างขึ้นโดยราชวงศ์อุมัยยะฮ์ (Umayyads)
  • นำท่านชม Quseir Amra เป็นปราสาทขนาดเล็ก สร้างในสมัยราชวงศ์อุมัยยะฮ์ ความสำคัญของปราสาทนี้ คือเป็นแหล่ง Entertainment complex ในยุคนั้นเพราะประกอบไปด้วย Audience Hall, Bath Complex ที่ประกอบด้วยห้องน้ำเย็น น้ำอุ่น และน้ำร้อน และอาคารเก็บกักน้ำ ภายในประดับประดาด้วยภาพ fresco เป็นรูปลวดลายต่างๆที่ผนังและพื้นห้องประดับประดาด้วยโมเซอิค โดยตัวปราสาทแห่งนี้ได้รับการประกาศให้เป็นหนึ่งใน UNESCO World Heritage List อีกด้วย
  • นำท่านเดินทางสู่เมืองเจอราช (JERASH) 1 ใน 10 หัวเมืองเอกตะวันออกอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน โดยสันนิษฐานว่าเมืองนี้น่าจะถูกสร้างในราว 200 – 100 ปีก่อนคริสตกาล ในปี ค.ศ. 749 นครแห่งนี้ได้ถูกแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำลาย และถูกฝังกลบโดยทราย หลังจากนั้นก็ได้สูญหายไปเป็นนับพันปี
  • ชมซุ้มประตูกษัตริย์เฮเดรียน (Hadrian ‘s Arch)
  • นำท่านเดินเข้าประตูทางทิศใต้ชมโอวัลพลาซ่า (Oval Plaza) สถานที่ชุมนุมพบปะสังสรรค์ของชาวเมือง
  • ชมโรมันโบราณ (South Roman Theatre) ซึ่งก็คือโรงละครทางทิศใต้ สร้างในราวปี ค.ศ. 90-92 จุผู้ชมได้ถึง 3,000 คน มีจุดเสียงสะท้อนตรงกลางโรงละคร เชิญทดสอบกับความอัศจรรย์เพียงพูดเบาๆ ก็จะมีเสียงสะท้อนก้องเข้ามาในหูของเรา
  • นำท่านชมน้ำพุใจกลางเมือง (Nymphaeum) ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 191 เพื่ออุทิศแด่เทพธิดาแห่งขุนเขา ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวเมืองแห่งนี้ มีที่พ่นน้ำเป็นรูปหัวสิงโตทั้งเจ็ด และตกแต่งด้วยเทพต่างๆ ประจำซุ้มด้านบนของน้ำพุ

รับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

  • นำท่านเดินทางกลับกรุงอัมมาน
  • นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์โบราณคดี (The Jordan Archaeological Museum) ด้านในจัดแสดงสิ่งประดิษฐ์ เครื่องมือเครื่องใช้ รูปปั้น เมื่อครั้งสมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงศตวรรษที่ 15 ที่มีความสำคัญทางด้านโบราณคดีในประเทศจอร์แดนจัดแสดงไว้ที่นี่ชม วิหารเฮอร์คิวลิส (Temple of Hercules) หรือรู้จักกันในชื่อซากเสาหินแห่งเฮอร์คิวลิสตั้งอยู่บนทำเลที่สวยมากของเมืองอัมมานถูกสร้างขึ้นในสมัยโรมัน ลักษณะเป็นเสาหินโรมันขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่อันเป็นเอกลักษณ์ของวิหารเฮอร์คิวลิส
  • อิสระช้อปปิ้งที่ ห้าง City Mall – Carrefour เป็น 2 ห้างใหญ่ติดกัน มีของแบรนด์เนมให้เลือกสรรมากมาย จากนั้นให้ท่านได้ซื้อของฝากร้านขนมหวานของชาวอาหรับ ซาลาติโม (Zalatimo Bros Sweets) ร้านขนมที่มีชื่อเสียงที่สุดของกรุงอัมมาน เปิดกิจการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1860 โดยร้านเดิมร้านแรกได้เปิดขายอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็ม อิสราเอล และจากนั้นจำเป็นต้องอพยพย้ายถิ่นฐาน เนื่องจากสถานการณ์ในประเทศ แต่ยังคงสืบทอดขนมจากรุ่นสู่รุ่น และได้พัฒนาคุณภาพ และรสชาติของขนมให้มีความหอม อร่อย จนถึงปัจจุบัน

 รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน

  • จนกระทั่งได้เวลาพอสมควร นำท่านเดินทางสู่สนามบินอัมมาน
DAY7

สุวรรณภูมิ - กรุงเทพฯ

  • 02.15 น.  ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินรอยัลจอร์แดนเนี่ยน เที่ยวบินที่ RJ180
  • 15.25 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ


แชร์ให้เพื่อน